ทนายไพศาลพาเหยื่อผัวเมียที่ถูกสิงคโปร์ออกหมายจับ ร้องกองปราบ โดนตุ๋นลงทุนซื้อขายสินค้าแบรนด์เนมและนาฬิกาหรู เชื่อครอบครัวฝ่ายหญิงในไทยมีส่วนรู้เห็น โดย จนท.รับเรื่องพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 ส.ค. 65 ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ พร้อม นายเอ (นามสมมติ) ชาวสิงคโปร์ และ น.ส.บี (นามสมมติ) ชาวไทย ทั้งสองเป็นแฟนกัน มายื่นหนังสือร้องทุกข์ถึง พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.เพื่อให้รับทำคดี หลังถูกหลอกให้ร่วมลงทุนขายสินค้าแบรนด์เนม แต่กลับไม่มีสินค้าส่งมาให้ รวมมูลค่าความเสียหาย 3 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (77 ล้านบาทไทย) โดยมี พ.ต.ท.ชลิต ทิพย์ธำรง รอง ผกก.(สอบสวน) กก.1 บก.ป. เป็นผู้แทนรับเรื่องดังกล่าว
นายไพศาล กล่าวว่า วันนี้ได้พาตัวแทนผู้เสียหายที่ถูกหลอกขายนาฬิกาแบรนด์เนมจากสามีชาวสิงคโปร์และภรรยาชาวไทย หลังผู้เสียได้แจ้งความร้องทุกข์ และมีการออกหมายจับไว้แล้วที่ประเทศสิงคโปร์ รวมถึงหมายแดงจากองค์การตำรวจสากลหรืออินเตอร์โพล แต่หากประเทศต้นทางยังไม่ได้ประสานมายังตำรวจไทย จะทำให้ตำรวจไม่มีอำนาจในการจับกุม จึงพาผู้เสียหายมาสอบปากคำ หากมีความผิดใดเกิดขึ้นในประเทศ จะทำให้เข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายของไทยและออกหมายจับผู้ต้องหาได้
...
ขณะที่ น.ส.บี กล่าวว่า เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ฝ่ายหญิงชาวไทยได้เข้ามาตีสนิท เพื่อให้มาลงทุนซื้อขายสินค้าแบรนด์เนมและนาฬิกาหรู รวมทั้งยังอ้างเบื้องสูง และรู้จักคนดังหลายวงการเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ทั้งนี้ยังเคยไปพบครอบครัวฝ่ายหญิงถึงที่บ้าน ได้เจอกับแม่ และพี่น้องของฝ่ายหญิง ก่อนจะทราบภายหลังว่าแม่ขายของอยู่ในตลาด คิดว่าคงต้องขายดีมาก เพราะซื้อบ้านหรูหลังใหญ่ราคา 60 ล้านบาท และมีรถยนต์หรูยี่ห้อดังหลายคัน ทั้งเฟอร์รารี่ โรลส์รอยซ์ กระทั่งเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพิ่งจะรู้ตัวว่าถูกหลอกเพราะไม่ได้ของตามที่ตกลงไว้ รวมมูลค่าความเสียหาย 3 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (75 ล้านบาท) จึงแจ้งความไว้ที่ต่างประเทศ และต้องการมาแจ้งความไว้ที่ไทยด้วยเพราะเชื่อว่าครอบครัวผู้ก่อเหตุฝ่ายหญิงจะต้องมีส่วนรู้เห็น
ด้าน พ.ต.ท.ชลิต กล่าวว่า คดีนี้ได้รับเรื่องไว้เพื่อพิจารณาและเสนอผู้บังคับบัญชาสั่งการตามกฎหมาย เบื้องต้นได้สอบปากคำผู้เสียหายไว้ หากพบว่าคดีนี้ มีความผิดเกิดขึ้นในประเทศไทย จะดำเนินการตามประมวลกฎหมายอาญาเพื่อออกหมายจับผู้ต้องหาต่อไป
มีรายงานข่าวจากสื่อประเทศสิงคโปร์ว่า ได้มีผู้เสียหายหลายราย แจ้งความว่าพรีออเดอร์สินค้าแบรนด์เนมดังหลายรายการผ่านบริษัทที่มีนายเควิน พี เจียเผิง ชาวสิงคโปร์ อายุ 26 ปี และภรรยาชาวไทยชื่อ น.ส.ศิริวิภา พันศักดิ์ หรือแอน อายุ 27 ปี รวมมูลค่ากว่า 800 ล้านบาทแต่กลับไม่ได้รับของ จนมีการออกหมายจับทั้งคู่ไว้ ก่อนจะมีการประสานตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพล ออกหมายแดง ตามล่าตัว รวมทั้งยังมีการข่าวว่าผู้ต้องหาทั้งคู่ อาจจะหลบหนีเข้าประเทศไทยโดยไม่ผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง แต่ใช้หลบหนีเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติอีกด้วย.