สายตรวจ 191 จับ 2 ผู้ต้องหา คดีลักลอบตัดเคเบิลและสายไฟฟ้าย่านบางชัน ขณะที่ หนุ่มใหญ่ขับรถชนเด็ก 4 ขวบแล้วนำไปทิ้งไว้หน้า รพ.สุขสวัสดิ์ฯ มอบตัว ที่ สน.บุคคโล เจ้าตัวยอมรับผิด พร้อมชดใช้
กรณีตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ รับแจ้งว่ามีผู้นำเด็กชาย อายุ 3-5 ขวบ ถูกชายคนหนึ่งนำตัวมาทิ้งไว้ที่หน้าโรงพยาบาลสุขสวัสดิ์ อินเตอร์ ในสภาพได้รับบาดเจ็บมีแผลถลอกตามร่างกายหลายแห่ง และ กระดูกสะโพกข้างขวาหัก และกล้องวงจรปิดที่หน้าประตูทางเข้าโรงพยาบาลสามารถบันทึกภาพ ชายวัยกลางคน สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้น กางเกงยีนส์ขายาว สวมแว่นตา อุ้มเด็กมาวางไว้ที่หน้าประตูทางเข้าก่อนจะเดินออกไปอย่างใจเย็น
พันตำรวจเอกปิยะกรณ์ ศรีวันทา ผู้กำกับการ สน.บุคคโล เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจที่เกิดเหตุและตรวจสอบกล้องวงจรปิด บริเวณห้างสรรพสินค้า ย่านดาวคะนอง ซึ่งอยู่ในพื้นที่ สน.บุคคโล พบ รถที่ก่อเหตุ เป็นรถกระบะด้านหลังติดตั้งตู้ทึบสีขาวทะเบียน 2 ฒฒ 348 กทม. ขับเข้าไปในห้างฯ เวลา 12.45 น. จากนั้นได้จอดรถเพื่อส่งของ ต่อมาได้เลี้ยวรถเข้ามาจอดในลานจอดรถ เพื่อเดินทางกลับ และขับรถเฉี่ยวชนเด็ก เมื่อเวลา 13.15 น. ก่อนขับรถออกจากห้างไปเมื่อเวลา 13.19 น.
นอกจากนี้ยังตรวจสอบ วงจรปิดภายหลังขับรถออกนอกห้างพบว่าเมื่อเวลา 13.21 น. รถยนต์คันดังกล่าวขับรถมุ่งหน้าที่แยกดาวคะนองและขับมุ่งหน้าไปแยกพระราม 2 ไปตามถนนสุขสวัสดิ์จากนั้นเวลา 13.25 น. ได้ขับรถผ่านหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาบางปะกอก และได้กลับรถบริเวณแยกราษฎร์พัฒนา ต่อมาเวลา 13.28 น. ได้เลี้ยวรถจอดหน้าโรงพยาบาลสุขสวัสดิ์ฯ จากนั้นได้อุ้มเด็กมาวางทิ้งไว้ที่หน้าโรงพยาบาลแล้วขับรถหลบหนีมุ่งหน้าแยกพระราม 2
และ เมื่อทำการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนรถคันดังกล่าวจึงทราบว่ามีนายอานนท์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี อาชีพขายของตามตลาดนัด เป็นผู้ขับขี่ และ ได้เดินทางเข้าพบมอบตัว กับ สน.บุคคโล แล้ว สอบสวน รับสารภาพ ว่าก่อนเกิดเหตุได้ไปทานอาหารที่หลังห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านดาวคะนอง ระหว่างที่กำลังขับรถกระบะตู้ทึบสีขาว ทะเบียน 2 ฒฒ 348 กทม. ที่ใช้สำหรับขนของ ออกจากลานจอดรถของห้าง ในจุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่ใกล้กับชุมชนแห่งหนึ่ง เห็นเด็กสองคนกำลังยืนเล่นอยู่ข้างทาง ในขณะที่กำลังเลี้ยวขวาตามเส้นทางก็ไม่ทราบว่าเฉี่ยวชนเด็กตอนไหน จนกระทั่งมีคนเคาะกระจกแจ้งให้ทราบ จึงได้ลงมาดูและอุ้มเด็กขึ้นรถไปส่งโรงพยาบาลส่วนที่ตัดสินใจวางเด็กไว้เพราะคิดว่า ถึงมือหมอแล้ว และยังตกใจกับเหตุที่เกิดขึ้น รวมถึงเกิดความกลัวเนื่องจากรถกระบะเป็นรถของน้องสาวแฟน เกรงว่าจะมีปัญหาเรื่องประกัน รวมถึงกลัวความผิดด้วย แต่ตั้งสติได้ จึงมามอบตัวกับตำรวจ ยืนยันจะชดใช้ และ เยียวยาค่ารักษาพยาบาลให้ ทั้งหมด
...
เบื้องต้น ถูกแจ้งดำเนินคดี รวม 2 ข้อหา คือ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ และ เมื่อประสบเหตุไม่แจ้งเหตุให้เจ้าหน้าที่ทราบ ทั้งนี้หากผลแพทย์ระบุในภายหลัง ว่ามีอาการได้รับบาดเจ็บสาหัสต้องพักรักษาตัวนานก็จะพิจารณาแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในภายหลัง จากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่ามีประวัติเคยต้องโทษ และผลการตรวจวัดไม่มีแอลกอฮอล์ และไม่มีสารเสพติดในร่างกาย
และคดีสุดท้าย ตำรวจสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ หรือ 191 ได้จับกุม นายอณุ อายุ 29 ปี และนางสาวปารวตรี อายุ 45 ปี พร้อมของกลางสายเคเบิล อุปกรณ์ และรถกระบะ 1 คัน ที่ก่อเหตุตระเวนลักสายเคเบิล และสายไฟฟ้าในหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานคร ซึ่งตำรวจได้รับแจ้ง จากประชาชนว่ามีแก๊งลักลอบตัดสายเคเบิลและสายไฟฟ้าอาละวาด จึงเฝ้าติดตามดูในพื้นที่เสี่ยง จนกระทั่งกลางดึกวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตำรวจสายตรวจ 191 ได้พบรถกระบะต้องสงสัยจอดอยู่ภายในซอยเคหะร่มเกล้า 78 แขวงและเขตสะพานสูง พบผู้ต้องหาทั้งสองได้ขนสายเคเบิลที่ตัดมาขึ้นรถกระบะ จึงติดตามไปจนถึงริมถนนราษฎร์รัฐพัฒนา แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี จึงแสดงตัวเข้าจับกุม
เมื่อสอบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาจะตระเวนลักลอบตัดสายเคเบิลและสายไฟฟ้าและนำมาปลอกสายหุ้มออก เพื่อนำทองแดงไปขายต่อในกิโลกรัมละ 180 ถึง 190 บาท จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางชัน ดำเนินคดีต่อไป.