ตำรวจร้อยเอ็ดและชุดสืบภาค 4 ลงเก็บหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อไขคดีฆ่ายัดโอ่งที่ร้อยเอ็ด ขณะที่ตรวจภาพวงจรปิดหาเส้นทางหนีคนร้าย โดยจะนำหลักฐานที่พบไปเปรียบเทียบกับผลนิติเวช เพื่อคลี่คลายคดีต่อไป

กรณีเมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 14 ก.ค.65 ร.ต.อ.ฉัตรชัย ภาชนะวรรณ รองสารวัตรสอบสวน สภ.หนองแวงควง ได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนพบศพชายถูกของมีคมปาดคอในโอ่งน้ำ บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 1 ตำบลหนองแวงควง อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด ภายในโอ่งพบศพชายสวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีลายส้ม-กรม นอนคว่ำหน้าอยู่ภายในโอ่ง โดยหลังจากนำศพออกมาพลิกศพ ตรวจสอบพบรอยปาดด้วยของมีคม ยาวประมาณ 10 เซนติเมตร ลึกประมาณ 5 เซนติเมตร ตัดหลอดลม ที่บริเวณต้นคอของผู้ตาย ตรวจสอบบริเวณโดยรอบพบมีดอีโต้และมีดทำครัว 2 ด้าม เปื้อนเลือดวางอยู่บนเตียง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าบ้านของผู้ตาย ซึ่งห่างจากจุดพบศพประมาณ 100 เมตร

ทราบชื่อผู้ตาย คือ นายไชยยุทธ ผากาเกตุ อายุ 50 ปี ชาวบ้าน ม.1 ต.หนองแวงควง อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด แพทย์เวรทำการพลิกศพเบื้องต้น สันนิษฐานว่าผู้ตายถูกปาดคอด้วยของมีคมตัดหลอดเลือด จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต เบื้องต้นพนักงานสอบสวน ชุดสืบสวนตำรวจ สภ.หนองแวง และตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ได้ตรวจสอบเก็บหลักฐานในจุดเกิดเหตุ และเก็บคราบเลือด เพื่อเร่งคลี่คลายคดีหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

...

ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ก.ค.65 เวลา 13.00 น. พ.ต.อ.สมพาน มุทาพร ผกก.สืบสวน ภ.จว.ร้อยเอ็ด พร้อมชุดสืบสวน ภ.จว.ร้อยเอ็ด ได้ลงพื้นที่เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยมุ่งเป้าไปที่เสื้อผ้าของผู้ต้องสงสัย โดยวันเกิดเหตุพบเสื้อยืดสีฟ้าเปื้อนเลือด วางอยู่ข้างมีดทำครัวบนแคร่ไม้ ที่คาดว่าจะใช้ก่อเหตุ โดยมีการยืนยันจากแม่ของผู้ตายว่าเสื้อตัวดังกล่าวไม่ใช่เสื้อของผู้ตาย ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจดีเอ็นเอว่าเป็นเสื้อของใคร

นอกจากนี้ ยังพบพยานคนใหม่ คือ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 34 ปี เพื่อนรุ่นน้องของผู้ตาย ซึ่งได้นำตัวมาให้ปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.หนองแวงควง เพื่อเก็บดีเอ็นเอและรอยนิ้วมือแฝง โดยนายเอให้การว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณ 3 วัน ได้ไปร่วมวงเหล้ากับผู้ตาย มี นายเอ็ด นายเแป๊ะ โดยในวันนั้นกินด้วยกัน แต่ก็ไม่มีปากเสียงทะเลาะกันแต่อย่างใด ตนยืนยันว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์ในครั้งนี้

ความคืบหน้าทางคดีล่าสุด ชุดสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ในเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้ก่อเหตุ ส่วนชุดสืบสวน ภ.จว.ร้อยเอ็ด ลงพื้นที่เก็บหลักฐานและพยานเพิ่มเติม ซึ่งจะนำหลักฐานพยานมาเปรียบเทียบกับผลนิติเวชของตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เพื่อเร่งคลี่คลายสาเหตุของการตายต่อไป.