โฆษก ตำรวจภาค 4 ยืนยันยิงชายเร่ร่อนไม่เกินกว่าเหตุ เพราะช่วยประชาชนและตัวประกัน ขณะที่ อาการยังสาหัสโดนกระสุนเอ็ม 16 เข้าที่คอทะลุออกท้ายทอย หากตาย ตร.อำนวยความสะดวกให้ญาติรับศพได้


จากกรณี ชายเร่ร่อน ถือระเบิดลูกเกลี้ยง M61 วิ่งหนีตำรวจ แล้วจับเจ้าของร้านซ่อมรถจักรยานยนต์เป็นตัวประกัน กว่า 3 ชั่วโมง แล้วถูกตำรวจยิงอาการสาหัส แล้วถูกนำส่งที่โรงพยาบาล ส่วนตัวประกันปลอดภัย

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 15 ก.ค. 2565 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ รอง ผบช.ภ.4 และโฆษกตำรวจภูธรภาค 4 เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ถึงความคืบหน้ากรณี เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 65 เวลาประมาณ 09.30 น. เกิดเหตุมีคนร้ายใช้ระเบิดชนิดเอ็ม 61 เป็นอาวุธจับตัวนางสุวรรณ อายุ 54 ปี เป็นตัวประกัน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธปืนยิงคนร้ายขณะที่คนร้ายกำลังพยายามจะใช้ระเบิดเอ็ม 61 ที่นำมาด้วยขว้างไปที่ตัวประกันที่วิ่งหลบหนีและเสียหลักล้มลง เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถช่วยเหลือตัวประกันได้อย่างปลอดภัย เหตุเกิดที่ปากซอยชุมชนเทพารักษ์ 4 ถนนหลังศูนย์ราชการ ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น นั้น

โฆษกตำรวจภูธรภาค 4 กล่าวต่อว่า ขณะนี้ ทราบชื่อคนก่อเหตุแล้ว จากการตรวจสอบจากการพิมพ์ลายนิ้วมือของคนเจ็บที่พักรักษาตัวที่รพ.ศูนย์ขอนแก่น ชื่อ นายสุรพล คมสินธุ์ อายุ 51 ปี ภูมิลำเนาอยู่ ที่ ต.เขาเพิ่ม อ.บ้านนา จ.นครนายก และจากการตรวจสอบจากลายพิมพ์ลายนิ้วมือของคนร้ายก็ตรงกับประวัติต้องโทษในความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ ข้อหา เสพยาบ้า เคยถูกดำเนินคดีข้อหาเสพยาบ้าในเขตพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.บางปลาม้า ภ.จว.สุพรรณบุรี

...

“คนเจ็บยังไม่สามารถสอบปากคำผู้ก่อเหตุได้ เนื่องจากอาการยังสาหัสต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ อยู่ในการดูแลของแพทย์ หลังจากถูกคมกระสุนเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ ยิงเข้าที่ลำคอทะลุออกท้ายทอย ด้วยอาวุธปืนยาวออโตเมติก ใช้กระสุนขนาด 5.56 มม. (เอ็ม-16) และการลงมือยิงชายเร่ร่อนรายดังกล่าว ไม่ใช่การกระทำที่เกินกว่าเหตุ แต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในการระงับยับยั้งและช่วยตัวประกัน เพราะประสิทธิภาพของระเบิดที่ชายเร่ร่อนถือในมือ หากดึงสลักระเบิดได้ สะเก็ดระเบิดก็จะลอยจากพื้นขึ้นบนอากาศประมาณ 15 องศา ส่วนบริเวณพื้นดินก็จะเกิดความเสียหาย ตัวประกันและประชาชนในบริเวณดังกล่าวก็อาจจะถึงแก่ชีวิตได้ จึงขอยืนยันว่า ตำรวจปฏิบัติตามหน้าที่ และยิงนัดเดียว ระงับยับยั้งการเกิดเหตุร้ายแรงได้ ซึ่งขณะนี้อาการยังสาหัสอยู่ และหากเกิดกรณีคนเจ็บเสียชีวิต และญาติพี่น้องต้องการรับศพกบลับบ้าน ตำรวจก็จะอำนวยความสะดวกให้ตามสมควร” พล.ต.ต.ไพศาล กล่าว

โฆษกตำรวจภูธรภาค 4 กล่าวอีกว่า ขณะนี้ในส่วนของที่มาของระเบิด M61 ลูกนี้ยังไม่ทราบว่ามาจากไหน โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียดเช่นกัน และภายหลังจากที่ทางแพทย์ทำการรักษาจนชายเร่ร่อนสามารถให้การได้ ทางพนักงานสอบสวนก็จะทำการสอบปากคำ และแจ้งข้อหา ใน 3 ข้อหา คือ หน่วงเหนี่ยวกักขัง ความผิดตามพ.ร.บ.อาวุธปืน และความผิดตาม พ.ร.บ.วัตถุระเบิด ตามขั้นตอนต่อไป

ขณะที่ นางไพรัตน์ พงษ์สิงห์ อายุ 50 ปี เจ้าของร้านขายของชำ กล่าวว่า ชายเร่ร่อนคนดังกล่าวเห็นหน้ามาประมาณ 2 ปี เพราะมาซื้อของที่ร้านเป็นประจำ โดยจะซื้อน้ำกับกาแฟกระป๋องเป็นส่วนใหญ่ เมื่อไม่มีเงินก็จะขอเซ็นไว้จากนั้นก็จะมาจ่ายเงิน ไม่เคยซื้อสุราไปดื่มเหมือนคนเร่ร่อนรายอื่น ส่วนสำเนียงที่พูดจะเป็นภาษากลางไม่ใช่ภาษาอีสาน ส่วนวันเกิดเหตุเห็นชายเร่ร่อนถูกตำรวจขอค้น จากนั้นได้วิ่งข้ามถนนมาฝั่งร้านของตน ก่อนที่ตำรวจจะบอกให้บ้านทุกหลังปิดร้าน เพราะเนื่องจากชายเร่ร่อนจะพยายามหาตัวประกัน แต่บ้านทุกหลังได้ปิดก่อนที่ชายเร่ร่อนจะไปร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ เพราะร้านยังเปิดให้บริการ ก่อนจะจับภรรยาเจ้าของร้านซ่อมเป็นตัวประกัน.