ตร.ไซเบอร์ ทลายแหล่งค้าอาวุธปืนอัดลม อาวุธแบลงค์กัน ผ่านร้านออนไลน์ ตรวจสอบแล้วพบขายโดยไม่มีใบอนุญาต ย้ำแบลงค์กันไม่ใช่สิ่งเทียมอาวุธ ชี้วัยรุ่นซื้อไปดัดแปลงนำมาใช้ยิงกระสุนจริงก่อเหตุมาแล้ว

เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2565 ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภานุมาศ บุญญลักษม์ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.มนเทียร พันธ์อิ่ม รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.กานตพงศ์ ชัยรุ่งเรือง ผบก.สอท.2 พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน ผบก.ตอท. พล.ต.ต.ฉัตรชัย นันทมงคล ผบก.พฐก. ร่วมแถลงผลการตรวจค้นแหล่งจำหน่ายอาวุธปืนทางออนไลน์ 2 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ ทำการจับกุมนายสิทธิพจน์ หรือต้น วันเพ็ญ อายุ 50 ปี ในฐานความผิด "จำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไป หรือรับไว้ ซึ่งของอันตนพึงรู้ว่านำเข้ามาโดยไม่ถูกต้องตามพิธีการทางศุลกากร" พร้อมของกลาง อาวุธปืนแบลงค์ 2,103 กระบอก, อาวุธปืนอัดลมแรงดันสูง 142 กระบอก, เครื่องกระสุนแบลงค์ 82,450 นัด กระสุนปืนอัดลมแรงดันสูง 410 กล่อง และอุปกรณ์ส่วนควบ 128 ชิ้น

...

ผบช.สอท. เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากข่าวคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าระงับเหตุวัยรุ่นทะเลาะวิวาทกันจนเสียชีวิต ในพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และเหตุอื่นๆ ในลักษณะเดียวกัน ประกอบกับการก่อเหตุลอบสังหารบุคคลสำคัญในต่างประเทศนั้น อาวุธปืนส่วนใหญ่ที่นำมาใช้การก่อเหตุเป็นอาวุธปืนที่ผู้กระทำผิดดัดแปลงทำขึ้น ซึ่งซื้อขายทางสื่อสังคมออนไลน์ ทางตำรวจไซเบอร์จึงสืบสวนจนพบว่ามีการลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนผิดกฎหมายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และรวบรวมพยานหลักฐาน กระทั่งเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นศาลอาญามีนบุรี เข้าตรวจสถานที่น่าเชื่อว่าเป็นแหล่งจำหน่าย และเก็บอาวุธปืน 2 จุด

พล.ต.ท.กรไชย กล่าวต่อว่า จุดแรกเป็นร้านแห่งหนึ่ง บริเวณ ถ.ราษฎร์พัฒนา แขวงและเขตสะพานสูง กรุงเทพฯ ทำการตรวจยึดอาวุธปืนแบลงค์ 1,865 กระบอก, เครื่องกระสุนแบลงค์ 82,450 นัด และอุปกรณ์ส่วนควบ 31 ชิ้น ซึ่งทางเจ้าของยังโต้แย้งว่าครอบครองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จึงได้ให้ทางเจ้าหน้าที่ พฐก.ตรวจสอบของกลางทั้งหมดอย่างละเอียด หากพบว่าผิดกฎหมายจะเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาในภายหลัง ส่วนจุดที่ 2 เข้าตรวจค้นบ้านในหมู่บ้านเพอร์เฟคเพลส วงแหวนรามคำแหง ถ.เคหะร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ ตรวจยึด 1. อาวุธปืนอัดลมแรงดันสูง 142 กระบอก, อาวุธปืนแบลงค์ 238 กระบอก, เครื่องกระสุนปืนอัดลมแรงดันสูง 410 กล่อง และอุปกรณ์ส่วนควบ 97 ชิ้น พร้อมจับกุมนายสิทธิพจน์ วันเพ็ญ อายุ 50 ปี เจ้าของบ้าน นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยร้านดังกล่าวได้เปิดเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด ขายปืนบีบีกัน แต่มีการซุกซ่อนเก็บอาวุธปืนแบลงค์ ทำมาแล้วนับ 10 ปี โดยทางร้านอ้างว่ามีการขอใบอนุญาตจากกรมการปกครอง แต่แท้จริงเป็นใบอนุญาตขายสิ่งเทียมอาวุธปืนเท่านั้น

ผบช.สอท. กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ในโลกออนไลน์ได้มีการลักลอบซื้อขายอาวุธปืนเป็นจำนวนมาก ซึ่งจากนี้จะรายงานไปยังกระทรวงมหาดไทย ในเรื่องของการนำเข้าว่าใครเป็นผู้อนุญาต เนื่องจากการนำอาวุธปืนเข้ามาในประเทศ ต้องได้รับการอนุญาตเสียก่อน นอกจากนี้ อาวุธปืนแบลงค์ยังมีความสมจริง และราคาไม่แพง และนักเรียนอาชีวะสามารถซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ จึงต้องทำการกวาดล้าง เพื่อความปลอดภัยของประชาชน อย่างไรก็ตาม การจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ต้องแก้ไขในเรื่องของการนำเข้า

...

ขณะที่ พล.ต.ต.นิเวศน์ กล่าวว่า จากเดิมอาวุธปืนแบลงค์นั้นมักใช้ในวงการภาพยนตร์ แต่ทุกวันนี้ได้มีการดัดแปลงให้สามารถขับกระสุนปืนออกได้ ซึ่งอาวุธปืนแบลงค์นั้นตามกฎหมายถือว่าเป็นอาวุธปืน ไม่ใช่สิ่งเทียมอาวุธปืนต้องได้รับอนุญาตจากกรมการปกครองอย่างถูกต้อง

ด้าน พล.ต.ต.ฉัตรชัย กล่าวว่า หลังจากนี้ ของกลางทั้งหมดจะถูกส่งพิสูจน์ที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง โดยอาวุธปืนแบลงค์นั้น ในต่างประเทศเคยมีผู้ใช้ยิงศีรษะตนเอง ส่งผลให้กะโหลกศีรษะแตกและเสียชีวิต โดย พ.ร.บ.อาวุธปืน ได้บัญญัติไว้ถึงสิ่งประกอบเครื่องกระสุนปืน ซึ่งหมายถึงส่วนประกอบของเครื่องกระสุนทั้งลูก เช่น กรณีที่มีผู้ถูกยิงแล้วมีกระสุนในร่างกาย แม้จะเป็นหัวกระสุนอย่างเดียว แต่ถือว่าเป็นเครื่องกระสุนเช่นกัน ส่วนอาวุธปืนนั้นหมายถึงอาวุธทุกชนิดที่ใช้ส่งเครื่องกระสุนปืน ดังนั้น แม้ว่าอาวุธปืนแบลงค์จะไม่มีการขับกระสุนปืนออก แต่ก็ถือเป็นอาวุธปืนเช่นเดียวกัน ส่วนบีบีกันนั้นเป็นสิ่งเทียมอาวุธปืน เพราะกระสุนที่ส่งออกไปเป็นเม็ดพลาสติก ไม่สามารถทำอันตรายต่อชีวิตได้

...

ผบก.พฐก. กล่าวด้วยว่า สำหรับสถิติจากกองพิสูจน์หลักฐานพบว่า มีการส่งอาวุธปืนแบลงค์มาตรวจสอบเฉลี่ยเดือนละกว่า 100 กระบอก หรือปีละ 1,200-1,500 กระบอก โดยส่วนใหญ่เป็นอาวุธปืนแบลงค์ที่ดัดแปลงแล้ว และนำไปใช้ก่อเหตุต่างๆ สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน.