ผู้การนนท์ รุดสอบปากคำ ดาบตำรวจท่องเที่ยวกับคู่หู ยังให้การภาคเสธ อ้างไม่ได้มารีดส่วยสถานบันเทิง แต่ยอมรับว่ามารับเงินจริง พบยังมีผู้ร่วมขบวนการอีก 1 ราย ขณะที่ญาติยื่นหลักทรัพย์เงินสด 2 แสนบาท ขอประกันตัว พนักงานสอบสวนไม่อนุญาต

กรณี ชุดเฉพาะกิจกรมการปกครอง และตำรวจ สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ซ้อนแผนจับกุม ด.ต.ภูวเมศฐ์ หิรัญวงศ์วราดล ผบ.หมู่ ส.ทท.1 กก.1 บก.ทท.3 และนายมานัส สุขสอง บริเวณลานจอดรถหน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ขณะที่ทั้งสองขับรถยนต์มาตระเวนเก็บส่วยสถานบันเทิงในเขต จ.นนทบุรี โดย ด.ต.ภูวเมศฐ์ ใช้รถยนต์สายตรวจตำรวจท่องเที่ยว เหตุเกิดเมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 กรกฎาคม 2565 พ.ต.ท.สมชาย อรภักดี รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บางใหญ่ ได้นำตัว ด.ต. ภูวเมศฐ์ และนายมานัส 2 ผู้ต้องหา มาสอบปากคำนานกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนแจ้งข้อหา ด.ต.ภูวเมศฐ์ เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจ หรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้ หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์ หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น, ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้นไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น และร่วมกันกรรโชกทรัพย์

...

ส่วนนายมานัส แจ้งข้อหา แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงานโดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงานมีอำนาจกระทำการนั้น ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใดทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้นไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น และร่วมกันกรรโชกทรัพย์

จากการสอบปากคำ ด.ต.ภูวเมศฐ์ และนายมานัส มีสีหน้าเคร่งเครียด ให้การภาคเสธว่า ไม่ได้มารีดไถส่วยสถานบันเทิงแต่อย่างใด แต่ยอมรับว่ามารับเงินจริง โดยมี นายแป๊ะ อายุ 44 ปี ซึ่งรู้จักกันตอนที่เป็นตำรวจท่องเที่ยวพัทยา ก่อนจะย้ายมาอยู่กรุงเทพมหานคร เป็นคนประสานให้ตนทั้ง 2 คน ไปรับเงินกับทางร้าน ก่อนถูกจับกุมดังกล่าว

พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี กล่าวว่า หลังจากทราบเรื่องที่เกิดขึ้น ได้เดินทางมาสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 2 คน พบว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการรีดส่วยครั้งนี้ คือนายนายสุลรรณ์ มงคลพาณิชกุลณ์ หรือ แป๊ะ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30/7 หมู่ 2 ต.โสนลอย อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน สภ.บางใหญ่ สอบปากคำทั้งสองคน เพื่อออกหมายจับคนที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี พร้อมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ผิดก็ว่าไปตามผิด

ทางด้านพนักงานสอบสวนจะดำเนินการส่งเรื่องของ ด.ต.ภูวเมศฐ์ และรถยนต์หลวงที่ใช้ก่อเหตุไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) เพื่อตรวจสอบ เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ต่อมาได้มีญาติ ด.ต.ภูวเมศฐ์ เดินทางมาขอยื่นหลักทรัพย์เงินสด 200,000 บาท เพื่อขอประกันตัว แต่พนักงานสอบสวนไม่อนุญาตให้ประกันตัว