สืบภาค 2 และ PCT 5 รวบ "คาร์มัส" โจรหนุ่มผู้นิยมสวมกางเกงในตัวเดียว ก่อเหตุขโมยโทรศัพท์จากร้าน BANANA ทั่วไทย ล่าสุดยกเค้าที่นครนายก ได้ทรัพย์สินไปเกือบ 2 ล้าน ผู้ต้องหาสารภาพ มีปมในวัยเด็ก ไม่มีโทรศัพท์เหมือนเพื่อน ส่วนที่ชอบแก้ผ้าเพราะทำแล้วรู้สึกมั่นใจ ของที่ขโมยทั้งนำไปขาย แจกคนยากไร้ คนเร่ร่อนแบบจอมโจรโรบินฮู้ด แต่สื่อกลับเรียกว่าโจรกางเกงในโรคจิต
วันที่ 5 ก.ค. ชุดลาดตระเวนออนไลน์ สืบภาค 2 ได้รับแจ้งว่าเมื่อวันที่ 3 ก.ค. เวลา 03.00 น. เกิดเหตุคนร้ายลักทรัพย์ร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ “BANANA” สาขานครนายก อ.เมืองนครนายก จ.นครนายก ได้ทรัพย์สินไปกว่า 128 รายการ เสียหายมูลค่ากว่า 1,914,895 บาท (หนึ่งล้านเก้าแสนหนึ่งหมื่นสี่พันแปดร้อยเก้าสิบห้าบาทถ้วน) โดยคนร้ายเลือกที่จะลักมือถือบางยี่ห้อ แต่จะเหลือทิ้งไว้เฉพาะเครื่องที่สามารถล็อกซิมได้ แสดงถึงความเชี่ยวชาญเรื่องโทรศัพท์
หลังเกิดเหตุ บก.สส.ภ.2 ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าคนร้ายนิยมแต่งกายโดยถอดเสื้อผ้าจนเหลือเพียง “กางเกงในตัวเดียว” ก่อเหตุก่อนลงมือกระทำความผิดจะมีการตัดสายกล้องวงจรปิดและถอดเซิร์ฟเวอร์กล้องลักเอาไปด้วย คนร้ายใช้เส้นทางก่อเหตุอย่างชำนาญเบี่ยงประเด็นให้เสมือน “เป็นคนพื้นที่” ซึ่งแท้จริงคนร้ายมาสำรวจที่เกิดเหตุไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง ก่อนจะลงมือก่อเหตุ
...
บก.สส.ภ.2 สืบทราบว่าคนร้ายคือ นายเจ๊ะอิสมะแอ ฮามะ หรือคาร์มัส อายุ 23 ปี คนจังหวัดนราธิวาส ซึ่งนักวิเคราะห์แผนประทุษกรรมจาก ศปอส.ตร. (PCT) ชุดที่ 5 ได้วิเคราะห์แผนประทุษกรรมคนร้ายคดีนี้มีความเหมือนกับเมื่อวันที่ 27 ม.ค. 64 ที่ภายในร้าน BANANA สาขาจังหวัดยะลา เลขที่ 65 ถ.รวมมิตร ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา พื้นที่ สภ.เมืองยะลา วันที่ 9 ม.ค. 65 ที่ร้าน BANANA สาขาสายไหม 109 ซอยสายไหม 9 แขวงสายไหม เขตสายไหม กรุงเทพฯ พื้นที่ สน.สายไหม คนร้ายแต่งกายชุดก่อเหตุทั้งสามคดีเหมือนกันคือ สวมใส่กางเกงชั้นในตัวเดียว
จากการตรวจสอบประวัติต้องโทษคดีของ นายเจ๊ะอิสมะแอ ฮามะ หรือคาร์มัส พบว่าก่อเหตุมาไปทั่วกว่า 9 คดี 9 พื้นที่ สภ.เมืองยะลา สภ.หาดใหญ่ สภ.เมืองพัทลุง สภ.เมืองนครศรีธรรมราช, สภ.เมืองหนองบัวลำภู สภ.เมืองอุบลราชธานี สภ.หัวหิน สน.สายไหม ถูกเรียกว่า “โจรกางเกงในตัวเดียว”
ต่อมา วันที่ 4 ก.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.2 และ ตำรวจ PCT ชุดที่ 5 จับกุมตัวนายเจ๊ะอิสมะแอ ฮามะ หรือคาร์มัส อายุ 23 ปี พร้อมด้วยของกลาง โทรศัพท์มือถือ 31 เครื่องในพบห้องพักเลขที่ 46/185 ชั้น 7 อาคาร 624 comdolette ลาดพร้าว ถนนเสรีไทย แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพ และยึดได้อีก 58 เครื่อง จากการตรวจค้นห้องพัก เลขที่ 704 โรงแรมย่าน ซ.รามคำแหง 40 ถ.รามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ แจ้งกล่าวหา "ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้น สำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ โดยเข้าทางช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่จำนงให้เป็นทางคนเข้า หรือรับของโจร"
นายเจ๊ะอิสมะแอ หรือคาร์มัส ให้การรับสารภาพ และยอมรับว่าเป็นลงมือก่อเหตุลักทรัพย์ร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ “BANANA” สาขานครนายกจริง โดยหลบหนีมาอยู่คอนโด comdolette ย่านลาดพร้าว และเปิดห้องพักโรงแรม ย่านรามคำแหงเพื่อซ่อนโทรศัพท์ที่ขโมยมา และเตรียมพร้อมหอบของกลางโทรศัพท์ที่ขโมยมาหลายร้อยเครื่องกลับไปยังภูมิลำเนา จ.นราธิวาส แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.2 และ ตำรวจ PCT ชุดที่ 5 ได้บุกเข้าตรวจค้นห้องพักเลขที่ 46/185 ชั้น 7 อาคาร 624 comdolette ลาดพร้าว ถนนเสรีไทย แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ พร้อมตรวจยึดของกลาง โทรศัพท์มือถือที่ก่อเหตุขโมยได้ทั้งสิ้น 149 รายการ
ทั้งนี้ นายเจ๊ะอิสมะแอ ฮามะ หรือคาร์มัส ให้การอ้างว่า ที่ขโมยแต่ร้าน BANANA เพราะชอบกล้วยและชอบสีเหลืองจึงขโมยแต่ร้านนี้ ส่วนที่ชอบถอดเสื้อผ้าให้เหลือกางเกงในตัวเดียวแล้วเข้าไปขโมยของ เพราะมันทำเกิดความรู้สึกให้มั่นใจ รู้สึกเป็นตัวของตัวเอง และที่ขโมยกล้องวงจรปิดไปด้วยเพราะเมื่อปี 2564 ถูกตีข่าวว่าที่จังหวัดยะลาเป็นโจรกางเกงในโรคจิต รู้สึกไม่ชอบจึงขโมยกล้องไปด้วยทุกครั้งหลังจากคดีนั้น โดยการหาร้านที่จะก่อเหตุจะค้น google map หาร้าน BANANA แบบสุ่มตัวอย่างแล้วจะไปละแวกนั้นก่อนก่อเหตุประมาณ 3-6 ชั่วโมง สำรวจเส้นทางรอบๆ แล้วค่อยก่อเหตุหลังเที่ยงคืน โดยที่มุ่งขโมยแต่โทรศัพท์เพราะฝังใจตอนเด็กๆที่เพื่อนมีโทรศัพท์แต่ตนเองไม่มี จึงเริ่มก่อเหตุโดยแรกๆ ก็ลักขโมยเล็กน้อยจนเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ จนแทบกวาดหมดร้าน โดยเมื่อขโมยมาได้แล้วมักเอาบางส่วนไปขายและเอาเงินไปใช้ และจะนำโทรศัพท์บางส่วนไปแจกให้กับคนเร่ร่อนละแวกสนามหลวงและหัวลำโพง บางส่วนก็จะนำไปแจกให้กับคนที่ภูมิลำเนาที่ จ.นราธิวาส โดยจะแจกทั้งเงินและโทรศัพท์ เนื่องจากตนเองเป็นคนไร้บ้านมาก่อนในลักษณะของจอมโจรโรบินฮู้ด แต่สื่อกลับตั้งฉายาว่าโจรกางเกงในโรคจิต