เหยื่อออมเงิน "บ้านฟองน้ำ" ระทม ถูกสาวแสบ หลอกตุ๋นเงินลงทุนออนไลน์ แล้วชิ่งหนีทำเสียหายกว่า 600 ล้านบาท  

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้เสียหายนับ 100 ราย ทยอยเดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุบลราชธานี และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อดำเนินคดีกับ น.ส.ปิยะธิดา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ชาวจังหวัดอุบลราชธานี หลังเชิญชวนผู้สนใจร่วมลงทุนออมเงินกับ "บ้านฟองน้ำ" โดยอ้างผลตอบแทนดี ซึ่งทำมานานกว่า 2 ปี จนทำให้มีคนมาร่วมลงทุนกว่า 400 ราย รวมเงินทุนกว่า 600 ล้านบาท แต่สุดท้ายไปไม่รอดปิดตัวหนี

โดย น.ส.เอ (นามสมมติ) หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนได้ติดตามเฟซบุ๊กและไอจีของ น.ส.เอ มาประมาณ 2 ปี โดยมีการโพสต์เชิญชวนร่วมลงทุน โดยให้ค่าตอบแทนเป็นเปอร์เซ็นต์กำไรร้อยละ 5 เปอร์เซ็นต์ต่อ 15 วัน และ 10 เปอร์เซ็นต์ต่อ 30 วัน ด้วยความที่มีโปรไฟล์ที่น่าเชื่อถือ มีการโพสต์การทำงานเกี่ยวกับการรับเหมาก่อสร้าง ซื้อขายรถยนต์หรูมือสองมานานกว่า 2 ปี ทำให้ตนไว้ใจจึงโอนเงินไปร่วมลงทุน โดยครั้งแรกโอนไปประมาณ 3 หมื่น เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เมื่อครบกำหนดตนได้ผลตอบแทนกลับมาจริงถึง 2 ครั้ง ทำให้ตนมั่นใจ แต่ก็หยุดไม่ได้ลงทุนอีก จนถึงสิ้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา น.ส.ปิยะธิดา ได้มีการโพสต์ชวนลงทุนอีกครั้ง ครั้งนี้พิเศษให้กำไรตอบแทนร้อยละ 10 เปอร์เซ็นต์ต่อ 15 วัน ตนจึงกลับมาลงทุนอีกครั้งด้วยเงิน 2 หมื่นบาท ผ่านไป 2 วัน น.ส.เอ ก็ทักมาส่วนตัวบอกว่า มียอดออมเพิ่มในอัตราส่วนแบ่งกำไรร้อยละ 10 เหมือนเดิม ตนจึงลงเพิ่มไปอีก 35,000 บาท รวมทั้งหมด 55,000 บาท เมื่อครบกำหนด น.ส.ปิยะธิดา ก็นิ่งหายไปและไม่ตอบไลน์อีกเลย

น.ส.เอ เปิดเผยอีกว่า หลังจากที่ น.ส.ปิยะธิดา เงียบหายไปนั้น เริ่มมีการโพสต์ถามกันในโซเชียลว่ามีใครเจอแบบนี้บ้าง จนพบว่ามีผู้เสียหายที่โดนลักษณะเดียวกันจำนวนมาก จนทำให้มีการตั้งกลุ่มไลน์ผู้เสียหาย "บ้านฟองน้ำ" ขึ้นมา เบื้องต้นมีผู้เสียหายกว่า 400 คน ความเสียหายที่มีการพูดคุยและรวบรวมในกลุ่มประมาณ 600 ล้านบาท เฉลี่ยความเสียหายอยู่ที่ 2 หมื่น-30 ล้านบาท ผู้เสียหายส่วนใหญ่จะเป็นนักธุรกิจ เป็นคนมีหน้ามีตาในสังคม เช่น ครู หมอ ทนายความ แม่บ้าน และแม่ค้าออนไลน์ แต่ผู้เสียหายไม่ค่อยออกมาพูดเพราะผู้เสียหายบางรายเอาเงินที่เตรียมแต่งงาน เงินเก็บ และเงินจำนองที่ดินที่นา มาร่วมลงทุนหวังกำไรโดยที่คนในครอบครัวไม่รู้

...

ขณะที่ น.ส.บี อายุ 27 ปี ผู้เสียหายอีกราย ซึ่งเสียหายเป็นเงิน 11 ล้านบาท เปิดเผยว่า ตนและสามีได้นำเงินมาร่วมลงทุนกับ น.ส.ปิยะธิดา ทั้งหมด 15 ล้านบาท แยกเป็นของตัวเอง 11 ล้านบาท ที่เหลือเป็นของคนที่รู้จัก ซึ่งเห็นว่าตนลงทุนออมเงินตัวนี้แล้วได้ผลกำไรตอบแทนดี จึงฝากเงินมาร่วมลงทุนด้วย แต่หลังจากที่ น.ส.ปิยะธิดา หายตัวไป ทำให้ตนเดือดร้อนเพราะต้องชดใช้คนที่นำเงินมาฝากร่วมลงทุน เป็นเงินกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งทำให้ตนเดือดร้อนหนักมาก

ส่วนด้านคดีความนั้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้เสียหายมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐานและดำเนินคดีกับ น.ส.ปิยะธิดา ที่ สภ.เมืองอุบลราชธานี กว่า 30 ราย ส่วนท้องที่อื่นๆ ทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัดน่าจะกว่า 100 ราย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับคำร้องทุกข์ไว้แล้ว และแนะนำให้ผู้เสียทั้งหมดกลับไปเตรียมเอกสารการสนทนา การโอนเงิน หรือเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาพบพนักงานสอบสวนอีกครั้ง ส่วนตัว น.ส.ปิยะธิดา นั้น ล่าสุดทราบว่าออกไปอยู่นอกพื้นที่แล้ว ส่วนการติดตามตัวนั้น ทางพนักงานสอบสวนจะเร่งสอบปากคำและออกหมายเรียก น.ส.ปิยะธิดา มารับทราบข้อกล่าวหาตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ส่วนจะแจ้งข้อหาใดนั้นต้องแยกพฤติกรรมเป็นเรื่องๆ ไป