ประธาน กต.ตร.สภ.ธวัชบุรี สั่งยกเลิกให้ใช้ชื่อ ขายบัตรมวยการกุศล ศึกวันทรงชัยมวยไทยสัญจรการกุศล หลังชาวบ้านเดือดร้อน กลุ่มบุคคลแต่งกายคล้ายตำรวจนอกเครื่องแบบ กดดัน บังคับซื้อบัตร 2,000 บาท ส่วนราชการ นายอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็โดนด้วย นำบัตรไปวางไว้หน้าห้อง แล้วเก็บเงินภายหลัง ไม่เว้นแม้แต่ร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ ร้านเล็กๆ หาเช้ากินค่ำ
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2565 ผู้สื่อข่าวติดตามข้อเท็จจริงกรณีที่มีการโพสต์ข้อความถึงความเดือดร้อนของประชาชน จากกรณีที่มีกลุ่มบุคคล แต่งกายห้อยบัตรประจำตัว ตราสัญลักษณ์ กต.ตร. และแต่งกายคล้ายตำรวจนอกเครื่องแบบ ตระเวนขายบัตรมวยการกุศล ศึกวันทรงชัยมวยไทยสัญจรการกุศล ที่ในบัตร มีตรา กต.ตร.สภ.ธวัชบุรี และตราสมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย สาขาร้อยเอ็ด ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายน 2565 ที่สนามมวยชั่วคราว ตลาดเมก้าเซฟ อ.ธวัชบุรี พร้อมกับมินิคอนเสิร์ต ปริศนา วงศ์ศิริ , สนุ๊ก สิงห์มาตร, สมจิตร บ่อทอง และ อ.คำเม้า พิณพระอินทร์ ซึ่งหลังจากนั้นก็ได้มีการร้องเรียน และโพสต์ตอบโต้กันทางโซเชียล ทั้งจาก ประชาชน ว่าได้รับความเดือดร้อนจากการบังคับขายบัตร และแม้แต่ส่วนราชการ และนายอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็ได้รับความเดือดร้อน จากการนำบัตรไปวางไว้หน้าห้องทำงาน แล้วจะมาเก็บเงินภายหลัง เป็นลักษณะของการ บังคับ ข่มขืนใจ ในการขายบัตร จนมีการออกมาโพสต์ตอบโต้ ว่าทำผิดระเบียบด้านการเรี่ยไร โดยไม่ได้รับอนุญาต และขัดต่อระเบียบเรี่ยไรของกระทรวงมหาดไทย และมีความผิด
ขณะที่เจ้าของร้านค้าแห่งหนึ่งในเมืองร้อยเอ็ด กล่าวว่า ตนเองเป็นคนหนึ่งที่ได้รับความเดือดร้อน จากกลุ่มบุคคลที่แต่งกายห้อยบัตรประจำตัว คล้ายและทำตัวเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ มาขายบัตรมวยให้ ในราคา 2,000 บาท โดยที่ตนเองไม่ประสงค์ และปฏิเสธที่จะซื้อ เพราะอยู่ในช่วงเศรษฐกิจไม่ดี แต่กลับไม่ยอมหนี และตื๊อแกมบังคับว่าให้ช่วยซื้อ จนต้องตัดรำคาญ เสียเงินไป 2,000 บาท โดยฝืนความรู้สึก เห็นว่า เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ที่ทำแบบนี้ ตอนแรกนั้นตนไม่มีทางออก ก็เลยเสนอว่า จะขอจ่ายเงิน 1,000 บาท โดยไม่เอาบัตร เพราะปกติ ไม่ดูมวย และก็ไม่มีเวลาที่จะไปดูมวย แต่กลุ่มคนขายกลับไม่ยอม และใช้กิริยาและพฤติกรรมกดดัน แกมบังคับให้ซื้อให้ได้ ตนจึงจำใจจ่ายเงินไปแบบเสียความรู้สึก ที่ตำรวจมาทำแบบนี้กับประชาชน
...
โดยวันนั้น ไม่เพียงแต่ตนเองเท่านั้นที่เดือดร้อนเพราะกลุ่มบุคคลดังกล่าว มากันเป็นกลุ่ม และขายให้ร้านค้าแถวบ้านตนหลายแห่ง ด้วยการถือรายชื่อร้านค้ามายาวเหยียด แม้แต่ร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ ร้านเล็กๆ ที่หาเช้ากินค่ำ ก็บังคับขายให้เขาด้วย จะไม่ซื้อก็กลัวว่าจะโดนกลั่นแกล้ง เพราะเห็นแต่งตัวเป็นตำรวจ และในบัตรก็มีตราตำรวจด้วย ก็เลยพากันจำใจซื้อ ซึ่งเป็นเรื่องที่กดดันชาวบ้านมาก ที่หน่วยงานของรัฐมาทำเช่นนี้ ตนต้องการขอความเป็นธรรม ว่าทำถูกหรือไม่ ถ้าไม่ถูกต้อง พวกตนอยากยกเลิก และขอเงินคืน ถ้าเป็นไปได้ แต่ไม่รู้จะพึ่งใคร ในการที่จะขอรับความเป็นธรรม จากพฤติกรรมเช่นนี้
จากนั้นทางด้านผู้สื่อข่าว ได้เดินทางไปเข้าพบ นายปรีชา จันทร์เทพ ประธาน กต.ตร.สภ.ธวัชบุรี (ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานระดับสถานีตำรวจ) ที่บ้านพัก ตรงกันข้ามกับ สภ.ธวัชบุรี เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งทางด้านนายปรีชา จันทร์เทพ ประธาน กต.ตร.กล่าวยอมรับว่า ก่อนหน้านั้น ได้ปรึกษากันกับ ผกก.สภ.ธวัชบุรี เห็นชอบให้ใช้ชื่อ เพื่อจำหน่ายบัตรมวยจริง โดยผู้จัดเสนอเงินก้อนหนึ่ง นำมาพัฒนาสถานที่บางส่วน ของสถานีตำรวจ ที่ต้องใช้เงินเพิ่มเติม เพราะบางอย่างต้องใช้งบส่วนอื่นมาเสริม จึงอนุญาตไป แต่ต่อมาได้ไม่กี่วัน ก็มีการร้องเรียนจากประชาชน หลายอำเภอ ว่าเดือดร้อน จากการที่มีคนอ้างตนเป็นตำรวจไปขายบัตร สร้างความเดือดร้อนรำคาญ จึงได้มีการประชุมกัน มติยกเลิก โครงการดังกล่าว โดยไม่เข้าไปให้การสนับสนุนอีก พร้อมกับสั่งให้ยกเลิกบัตรที่เอาตราของตำรวจ และ กต.ตร.ไปใช้ แล้ว ซึ่งก็ไม่ทราบว่า ยังมีการนำบัตรที่มีตราตำรวจไปบังคับขายอีกหรือไม่
ยืนยันว่าตอนนี้ กต.ตร.และ สภ.ธวัชบุรี ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแล้วกับเรื่องนี้ ซึ่งหากประชาชนพบว่า ยังมีการนำบัตรที่มีตราตำรวจไปใช้ก็ถือว่าเป็นความผิด ขอให้แจ้งกับท่าน ผกก.และตนเองได้ ซึ่งพร้อมที่จะชี้แจงว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแล้ว และหากยังมีการนำไปจำหน่าย และยังพบว่ามีตราตำรวจติดอยู่ในบัตร แล้วนำไปบังคับขาย ก็ขอให้แจ้งความดำเนินคดีได้เลย เพราะเป็นการแอบอ้าง สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ซึ่ง กต.ตร.และ สภ.ธวัชบุรี พร้อมที่จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด