พี่ชายเหยื่อสาวที่ตั้งท้องลูกแฝดและสามี ที่ถูกฆ่าโหดหมกรถที่ไต้หวัน ร้องขอให้ตำรวจภูธรภาค 5 เร่งจับกุมคนร้าย หลังมีเบาะแสเห็นอยู่ในหมู่บ้านที่ไชยปราการ เชียงใหม่ เผยปมฆ่าน่าจะมาจากเรื่องเงิน
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 13 มิ.ย.นี้ ที่ตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายยิ่งยศ แซ่หลี่ วัย 38 ปี พี่ชายของ นางสาวพจนีย์ แซ่หลี่ หรือ อาหมี่ เหยื่อสาวที่ตั้งท้องลูกแฝดซึ่งถูกฆ่าพร้อมสามีที่ไต้หวัน เดินทางมาร้องขอความเป็นธรรมกับตำรวจภูธรภาค 5 โดยได้เข้าพบกับ พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี รอง ผบช.ภ.5 และ พ.ต.อ.สมบูรณ์ ถือคุณ ผกก.ฝ่ายกฎหมาย ตำรวจภูธรภาค 5 โดยแจ้งความประสงค์อยากให้ตำรวจติดตามตัวนายสันติ คนร้ายที่ฆ่าน้องสาวและน้องเขยพร้อมลูกแฝดในท้อง หลังมีชาวบ้านแจ้งว่าหลังนายสันติ ศุภอภิรดีไพลิน ก่อเหตุและหลบหนีกลับมาเมืองไทย มีคนพบเห็นนายสันติ อยู่ที่บ้านเกิด บ้านใหม่หนองบัว ในอำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ แต่ไม่มีใครยืนยัน จึงอยากให้ตำรวจสอบสวนและติดตามตัวคนร้าย
นายยิ่งยศ เปิดเผยว่า น้องสาวและนายสันติสนิทกันมากเพราะโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ก่อนที่น้องสาวจะสอบชิงทุนไปเรียนที่ไต้หวันตั้งแต่อายุ 16-17 ปี และมีครอบครัวที่โน่นจนได้สัญชาติไต้หวัน ส่วนนายสันติเพิ่งจะไปไต้หวันเมื่อ 2 ปีแล้ว และยังไปกักตัวที่บ้านน้องสาวก่อนได้งานทำ ซึ่งทั้งสองคนสนิทกันมากถึงขั้นรู้รหัสประตูเจ้าบ้าน ยืมสร้อยทองมาใส่ได้ และน่าจะทำธุรกิจร่วมกัน ก่อนเกิดเหตุน้องสาวโทรมาปรึกษาหลังถูกแรงงานไทยคนหนึ่งขโมยเงิน 8 แสนบาท พร้อมสร้อยคอทองคำหนัก 15 บาทไป ตนเชื่อว่าปมที่นายสันติลงมือฆ่าน้องสาวพร้อมลูกในท้องและสามีมาจากเรื่อเงินแน่นอน โดยครอบครัวไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงแบบนี้ขึ้น และคนที่ลงมือฆ่าเป็นคนที่สนิทมาก เป็นญาติห่างๆ กันด้วย ซึ่งนายสันติปกติเป็นคนที่พูดเก่ง โน้มน้าวคนอื่นเก่ง ไม่คิดว่าจะมีจิตใจที่โหดเหี้ยมแบบนี้ได้ ส่วนศพของน้องคงจะทำพิธีที่ไต้หวันเลยในวันที่ 16 มิถุนายนนี้ ก่อนจะนำกระดูกกลับมาทำบุญที่บ้านตามประเพณี
...
ด้าน พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี รอง ผบช.ภ.5 ได้รับเรื่องแล้วก็จะเร่งดำเนินการในเรื่องนี้ ทางกองปราบปรามได้ประสานมาก่อนหน้านี้แล้วและได้ส่งตำรวจพื้นที่เข้าร่วมดำเนินการแล้ว.