ผัวเมีย เข้าขอความช่วยเหลือ ทนายษิทรา ก่อนมาร้อง ผบช.ภ.7 ถูกตำรวจขับรถไล่ยิงที่ อ.สามร้อยยอด-ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในรถมีพ่อ แม่ ลูกน้อยอีก 2 คน แจ้งความในพื้นที่แล้วคดีไม่คืบ
เวลา 16.00 น. วันที่ 10 มิ.ย.65 ที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 7 นายทมกร วรกิจมงคลโชค ทนายความสำนักงานนายษิทธา เบี้ยบังเกิด สำนักงานกฎหมาย sittra law firm ได้รับมอบหมายจาก นายษิทธา เบี้ยบังเกิด นำตัว นางสาววาเศรษฐี ส่งเสียง อายุ 31 ปี ผู้เสียหายในคดีถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขับรถเก๋งปาดหน้าเรียกให้จอด โดยมีชาย 4 คน ไม่แต่งเครื่องแบบตำรวจ สวมเสื้อกั๊กสีดำ นั่งมาในรถ
น.ส.วาเศรษฐี ได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังว่า เมื่อวันที่ 30 พ.ค.65 เวลา 00.50 น. นายธนยศ ทองมี อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นสามีอยู่บ้านเลขที่ 180 หมู่ 4 ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังเกิดเหตุการณ์ได้เข้าแจ้งความได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ปราณบุรี โดยให้การว่าขณะที่ นายธนยศ ขับรถตู้ นิสสันแวน 24 สีเทา ทะเบียน ฮธ 1634 กทม. กลับมาจากบางสะพาน โดยขับขี่มาถึงบริเวณพื้นที่ อ.สามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ขณะนั้นจ่าสิบตำรวจพงษ์พัฒน์ รื่นภิรมย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามร้อยยอด กับพวกรวม 4 คน ไม่ได้แต่งกายในเครื่องแบบ และไม่ได้แสดงตนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขับรถยนต์เก๋งสีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ลงจากรถ นำไฟฉายมาส่องที่รถของนายธนยศ เพื่อเรียกให้จอด ซึ่งตรงนั้นเป็นที่มืด ตัวนายธนยศ เอง เกรงว่าจะเป็นมิจฉาชีพมาก่อเหตุ ทำร้าย เกิดอันตราย จึงขับรถหลบหนี ทำให้จ่าสิบตำรวจพงษ์พัฒน์ รื่นภิรมย์ กับพวกรวม 4 คน ขับขี่เก๋งไล่ปาดหน้า และไล่ติดตาม
ขณะนั้นได้ยินเสียงอาวุธปืนดังขึ้น 6 นัด จากรถเก๋งสีดำ ยิงไล่หลัง นายธนยศจึงได้ขับรถตู้มาขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ป้อมตำรวจ ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอปราณบุรี เมื่อจอดรถตู้ที่หน้าป้อมตำรวจ จ่าสิบตำรวจพงษ์พัฒน์ รื่นภิรมย์ ถืออาวุธปืนจ่อมาที่ นายธนยศ และนางสาววาเศรษฐี ภรรยา ซึ่งนั่งโดยสารอยู่เบาะนั่งข้างคนขับ อุ้มลูกน้อยวัย 1 ปี 3 เดือน และมีบุตรสาว อายุ 7 ขวบมาด้วย ตำรวจเรียกให้เปิดประตูรถ แต่เห็นท่าไม่ดี เพราะบริเวณป้อมยามยังมืดอยู่ จึงบอกว่าให้ไปคุยกันที่ปั๊มน้ำมัน จะจอดให้ตรวจ ซึ่งปั๊มน้ำมันอยู่ห่างจากป้องยามเพียงแค่ 100 เมตร แต่ตำรวจก็ยังบังคับ นายธนยศ จึงขับรถแหกเบียดรถตำรวจไปจอดที่ปั๊มน้ำมัน แต่ก็ยังได้ยินเสียงปืนยิงไล่อีกหลายนัด จากนั้นรถเก๋งคันดังกล่าวแทนที่จะไปจอดที่ปั๊มกลับขับหายไป หลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.ปราณบุรี ตั้งแต่วันเกิดเหตุ วันที่ 30 พ.ค.65 จนถึงบัดนี้คดีไม่คืบหน้า เกิดหวาดกลัว เพราะมีตำรวจติดต่อมาขอให้ไม่ให้เอาเรื่อง จึงไปขอความช่วยเหลือจากทนายษิทรา ก่อนเข้าร้องเรียน ผบช.ภ.7 เพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย
...
โดยมี พล.ต.ต.ไชยา สงวนจีน รอง ผบช.ภ.7 รับเรื่องจาก น.ส.วาเศรษฐี ส่งเสียง แทน พล.ค.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธัมรงค์ ผบช.ภ.7 ที่ติดราชการ ซึ่ง พล.ต.ต.ไชยา รับปากว่าจะรีบดำเนินการส่งเรื่องให้ ผบช.ภ.7 ได้ทราบและเร่งดำเนินการสอบสวนอย่างเร่งด่วน ตั้งกรรมการสอบสวนให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน ในส่วนของตำรวจจะสอบสวนทางวินัย หากพบว่ามีความผิดจริงก็ถือเป็นความผิดร้ายแรง ถึงขั้นให้ออกหรือไล่ออก ถูกดำเนินคดีทั้งในเรื่องของอาวุธปืน บังคับขืนใจและหน่วงเหนี่ยว หากพฤติกรรมตามที่ร้องเรียนมา ในส่วนของการปฏิบัติหน้าที่ ให้ร้องไปที่ ป.ป.ช.เพื่อดำเนินการตาม ม.157 กับข้าราชการ โดยรับว่าจะเร่งดำเนินการให้ความยุติธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย และรอ ผบช.ภ.7 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนต่อไป