พ่อ พร้อมด้วยหุ้นส่วนและผู้บริหารร้านอาหารบุหลันดั้นเมฆ ถนนพระราม 3 ติดต่อรับศพ วิว หนุ่มพนักงานรับรถ พลเมืองดีผู้วายชนม์ ขณะที่ไอ้คลั่งออกจากไอซียูแล้ว พนักงานสอบสวน สน.บางโพงพาง รอความเห็นแพทย์ก่อนแจ้งข้อหาดำเนินคดี

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 20 พฤษภาคม 2565 ที่สถาบันนิติเวช รพ.ศิริราช นายณัฐภาค พิมดี อายุ 62 ปี อาชีพโชเฟอร์แท็กซี่ พ่อของ นายนพดล หรือวิว พิมดี อายุ 39 ปี หนุ่มพนักงานรับรถ พลเมืองดีผู้วายชนม์ พร้อมด้วยหุ้นส่วนและผู้บริหารร้านอาหารบุหลันดั้นเมฆ ถนนพระราม 3 เดินทางมารับศพ นายนพดล เพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีกรรมทางศาสนา ณ วัดด่าน ศาลา 5 ถนนพระราม 3

โดย นายณัฐภาค เปิดเผยว่า วันนี้มาเพื่อติดต่อรับร่างของลูกชาย ส่วนประวัติลูกชายนั้นเกิดที่คลองเตย ก่อนจะย้ายไปอยู่ จ.ร้อยเอ็ด โดยมีปู่และย่าเป็นผู้ดูแล ตนเองและแม่ของวิว ทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ ต่อมาหลังจากเจ้าตัวอายุ 4 ขวบ ตนก็ได้เลิกรากับภรรยา และส่งเสียลูกชายมาโดยตลอด จนกระทั่งลูกชายอายุ 18 ปี จบการศึกษาชั้น ม.6 ได้รับลูกชายมาอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพฯ ประกอบกับในช่วงนั้นตนมีครอบครัวใหม่ และเริ่มมีปัญหาด้านการเงินเพราะเศรษฐกิจไม่ดี จึงมีปากมีเสียงกัน ทำให้ลูกชายขอแยกตัวออกมาอยู่คนเดียว หลังจากนั้นก็ไม่ได้รับการติดต่อจากลูกชายอีกเลย แม้ว่าตนจะพยายามหาเบาะแสในช่วงตลอดเวลาที่ผ่านมา จนเมื่อ 5 ปีที่แล้วได้เบาะแสว่าลูกชายทำงานอยู่ที่ร้านอาหารแห่งนี้ แต่ก็ไม่ได้มีโอกาสเจอกัน จนมาทราบเรื่องว่าลูกชายต้องจบชีวิตลงเพราะเหตุการณ์ดังกล่าว

"สำหรับประเด็นที่หลายคนมองว่าลูกชายเป็นฮีโร่ นั้นโดยนิสัยส่วนตัวลูกชายเป็นคนเรียบร้อย และชอบช่วยเหลือคนอื่นอยู่เป็นประจำ ซึ่งคนในหมู่บ้านที่ต่างจังหวัด ต่างก็รู้ดี ตนอยากบอกลูกชายว่าให้ไปอยู่ในภพภูมิที่ดี อีกไม่นานพ่อคงได้ไปอยู่ด้วยกัน ซึ่งวันนี้หลังจากที่รับศพลูกชาย จะมอบร่างให้กับพี่ๆ และเพื่อน เจ้าของร้านที่ทำงานนำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ส่วนตนในฐานะพ่อขอขอบคุณทุกคนที่ช่วยดูแลมาโดยตลอด" นายณัฐภาค กล่าว

...

ด้าน พล.ต.ต.บุณยรัสน์ พุกกะเวส นายแพทย์ (สบ 7) โฆษกโรงพยาบาลตำรวจ ระบุถึงอาการของ นายปาน กรวิรัตน์ อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาซึ่งยังรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู ว่า จากการสอบถามอาการล่าสุดทราบว่า ขณะนี้มีการย้าย ผู้ป่วย เข้าไปรักษาที่แผนกผู้ป่วยในแล้ว จากเดิมที่ต้องรักษาอยู่ในแผนกฉุกเฉิน ส่วนอาการทราบว่าโดยรวมร่างกายไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนถึงขั้นน่าเป็นห่วงแต่ มีแต่อาการหลอนจากสารเสพติด ที่มีการเสพเกินขนาดไปมาก จนทำให้ค่าเลือดผิดปกติ แพทย์ต้องให้การดูแลอย่างใกล้ชิด ส่วนจะสามารถให้พนักงานสอบสวนเข้ามาสอบปากคำได้หรือไม่ ต้องให้ทางพนักงานสอบสวนติดต่อมาสอบถามแพทย์เจ้าของไข้อีกครั้ง เพราะอยู่ในดุลพินิจของแพทย์เจ้าของไข้

ขณะที่ พ.ต.อ.ชาญฤทธิ์ ทรัพย์สมบัติ ผกก.สน.บางโพงพาง ระบุว่า วันนี้ได้สั่งการให้ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีติดต่อไปยังแพทย์เจ้าของไข้ เพื่อสอบถามว่าสามารถให้พนักงานสอบสวนเข้าไปดำเนินการสอบปากคำได้หรือไม่ ซึ่งหากแพทย์มีความเห็นว่ายังต้องรักษาตัวอยู่ภายในโรงพยาบาลและสามารถเข้าสอบปากคำได้ก็จะมีการส่งพนักงานสอบสวนไปทำการสอบปากคำและดำเนินการเข้าสู่ขั้นตอนการฝากขังออนไลน์ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากที่โรงพยาบาลเลย พร้อมทำเรื่องขออายัดตัวไว้เพื่อการรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจพร้อมกัน แต่หากแพทย์เจ้าของไข้มีความเห็นว่าพนักงานสอบสวนสามารถรับตัวผู้ต้องหาออกมาดำเนินการตามขั้นตอนปกติได้ก็จะมีการคุมตัวออกมาเพื่อสอบปากคำและดำเนินการส่งตัวฝากขังต่อศาลทันที ตามข้อหาที่มีการเตรียมข้อมูลและหลักฐานไว้คือ ข้อหาเกี่ยวกับการลักทรัพย์ และฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ส่วนข้อหาเกี่ยวกับการเมาแล้วขับหรือสารเสพติดต้องรอผลการตรวจเลือดจากทางโรงพยาบาลตำรวจ อีกครั้งซึ่งสามารถดำเนินการแจ้งข้อหาตามหลังเพิ่มเติมได้