ประธานกรรมการสอบข้อเท็จจริง 4 นายตำรวจคดี “แตงโม” แจงเป็นการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงไม่ใช่สอบสวนวินัยร้ายแรง ต้องทำความจริงให้ปรากฏไม่ใช่ลดกระแสสังคม ตีกรอบการทำงาน 30 วันรู้ผลรายงานให้ ผบ.ตร.พิจารณาสั่งการ ประเดิมเรียกสอบ “อัจฉริยะ” ประเด็นที่เจ้าตัวร้องเรียนและติดใจสงสัย ส่วน ผกก.เมืองนนท์ สอบเรื่องความรับผิดชอบในคดี ขณะที่อีก 3 บิ๊กตำรวจส่งหนังสือแจ้งไปแล้ว ผบก.สส.ภ.1 เผยจะเข้าไปให้ถ้อยคำสัปดาห์หน้า ยันตำรวจทำคดีตรงไปตรงมาตามพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ ไม่มีใครสร้างหลักฐานเท็จ “ทนายเดชา” ชี้หาก ผลสอบไม่มีมูล อัจฉริยะโดนตำรวจฟ้องกลับอ่วมหนักแน่อีกนับสิบคดี ด้านอัยการจังหวัดนนทบุรีเรียกพนักงานสอบสวนรับสำนวนกลับไปแจ้งข้อหาเพิ่ม 3 ผู้ต้องหาบนเรือ “กระติก-จ๊อบ” โดนประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิต ส่วน “ปอ” เสพวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2

คดีดาราสาวแตงโม-ภัทรธิดา หรือนิดา พัชรวีระพงษ์ พลัดตกเรือสปีดโบ๊ตจมแม่น้ำเจ้าพระยาเสียชีวิต ถึงแม้ว่าตำรวจจะสรุปสำนวนส่งอัยการไปแล้ว แต่เรื่องราวยังไม่มีทีท่าจะจบลงง่ายๆ หลังจาก พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ยื่นหนังสือร้องขอให้สอบวินัย พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผบก.สส.ภ.1 พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จ.นนทบุรี และ พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก. สภ.เมืองนนทบุรี ขณะที่นายอัจฉริยะยังเดินหน้าขุดคุ้ยปมปริศนาการเสียชีวิตของดาราสาวอย่างไม่ลดละ ล่าสุดหอบเอกสารพยานหลักฐานเข้ายื่นหนังสือถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ให้รับเป็นคดีพิเศษ ด้านผู้เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องในคดีต่างฝ่ายต่างออกมาแจ้งความฟ้องร้องหมิ่นประมาทกันพัลวัน แยกย่อยออกไปอีกหลายคดี

...

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 19 พ.ค. พล.ต.อ.มนตรี ยิ้มแย้ม ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวเปิดเผยว่า คดีการเสียชีวิตของดาราสาว “แตงโม-นิดา” นายอัจฉริยะเห็นว่าตำรวจไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้อง เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่กระทำการรวบรวมพยานและหลักฐานทุกชนิดเท่าที่สามารถที่จะทำได้ ตลอดจนนำข้อมูลเท็จหรือพยานหลักฐานอันเป็นเท็จเข้าสู่สำนวนการสอบสวน และไม่ทำคดีชันสูตรการตาย ไม่ตรวจสารเสพติดนายวิศาพัช หรือแซน มโนมัยรัตน์ และไม่อายัดเรือของกลางตั้งแต่แรก ขอยืนยันว่าในชั้นนี้เป็นแค่การตรวจสอบข้อเท็จจริง ไม่ใช่การตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงกับตำรวจทั้ง 4 นาย และไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อลดกระแสสังคม แต่เมื่อมีข้อสงสัย มีการร้องเรียน ต้องทำความจริงให้ปรากฏ

พล.ต.อ.มนตรีกล่าวต่อไปว่า เบื้องต้นคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะเชิญนายอัจฉริยะ และ พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี เข้าให้ถ้อยคำในวันที่ 20 พ.ค. การสอบสวนจะดำเนินการตามประเด็นที่นายอัจฉริยะร้องเรียน ในส่วนของนายอัจฉริยะจะสอบสวนในประเด็นที่ติดใจสงสัย รวมถึงพยานหลักฐานที่อ้างถึง ส่วน พ.ต.อ.จาตุรนต์จะสอบสวนตามความรับผิดชอบในคดี สำหรับ พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผบก.สส.ภ.1 และ พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภจ.นนทบุรี ได้ทำหนังสือแจ้งให้เข้ามาให้ข้อมูลแล้ว

ประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเผยว่า จะใช้เวลาในการสอบสวน 30 วันก่อนจะสรุปผลการตรวจสอบว่ามีความผิดตามข้อร้องเรียนหรือไม่ จากนั้นจะนำเสนอให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พิจารณาสั่งการ ทั้งนี้หากตรวจสอบพบพยานหลักฐานใหม่ก็สามารถเสนออัยการนำเข้าประกอบสำนวนได้ ไม่ถือเป็นความบกพร่องของพนักงานสอบสวนที่ตรวจไม่พบตั้งแต่ต้น ยืนยันว่าการตรวจสอบทำด้วยความโปร่งใส

ด้าน พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผบก.สส.ภ. 1 หนึ่งใน 4 นายตำรวจถูกตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กล่าวว่า ตามหนังสือคำสั่ง ตร.เป็นการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ไม่ได้เป็นคำสั่งตั้งกรรมการตรวจสอบวินัยตามที่เป็นข่าวจะเดินทางไปให้ถ้อยคำกับคณะกรรมการภายในสัปดาห์หน้า ยืนยันว่าคดีการเสียชีวิตของแตงโม ตำรวจสืบสวนสอบสวนชุดคลี่คลายทำคดีอย่างตรงไปตรงมาตามพยานหลักฐานที่ได้รวบรวมไว้ในสำนวนทั้งหมด นำส่งให้อัยการไปแล้ว ไม่สามารถนำมาเปิดเผยได้

พ.ต.อ.จาตุรงค์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี อีกหนึ่งนายตำรวจที่ถูกตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเผยว่า เตรียมเข้าให้ถ้อยคำกับคณะกรรมการวันที่ 20 พ.ค. เรื่องที่เกิดขึ้นตำรวจได้แจ้งความดำเนินคดีกับนายอัจฉริยะเช่นกัน ในข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ทั้งในส่วนของ สภ.เมืองนนทบุรี และที่ สน.ประชาชื่น ยืนยันว่าตำรวจชุดทำคดีแตงโมทำตามกฎหมายและพยานหลักฐาน จะเห็นได้ว่ามีการสอบปากคำพยานบุคคลและพยานแวดล้อม รวบรวมวัตถุพยานต่างๆไว้จำนวนมาก คดีนี้เป็นคดีสำคัญที่ประชาชนและสังคมให้ความสนใจ ไม่มีใครสร้างหลักฐานเท็จได้ ตามที่นายอัจฉริยะกล่าวหา

...

ขณะที่นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความของนางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่แตงโม กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามที่นายอัจฉริยะร้องผ่าน ผบ.ตร. ไม่ได้เป็นการตั้งคณะกรรมการสอบวินัย ระบบราชการหากมีคนมาร้องก็ต้องตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง เมื่อตรวจสอบไม่มีมูลก็จบ หากผิดก็ตั้งกรรมการสอบวินัยอีกที ในทางกลับกันหากหลังจากที่นายอัจฉริยะเข้าให้ปากคำแล้วไม่มีมูล ตำรวจก็ฟ้องกลับในข้อหาหมิ่นประมาท หรือดูหมิ่นเจ้าพนักงาน คาดว่านายอัจฉริยะอาจถูกดำเนินคดีอีกเป็นสิบคดี นอกจากนี้ยังได้รับแจ้งจากแม่แตงโมว่า นายตนุภัทร หรือปอ เลิศทวีวิทย์ ได้โทรศัพท์มาคุยกับคุณแม่ บอกว่าหลังจากวันที่ 27 พ.ค. ที่อัยการนัดสั่งฟ้องจะเดินหน้าฟ้องร้องบุคคลที่หมิ่นประมาทอย่างแน่นอน

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน พนักงานสอบสวนชุดทำคดีแตงโม เดินทางเข้าพบอัยการจังหวัดนนทบุรี เพื่อรับสำนวนสอบสวนกลับมาแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับบุคคลบนเรือสปีดโบ๊ต 3 คน ประกอบด้วย กระติก-อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ เดิมถูกแจ้ง 2 ข้อหาทำลายพยานหลักฐานและแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ และจ๊อบ-นิทัศน์ กีรติสุทธิสาธร เดิมถูกแจ้ง 2 ข้อหา ทำลายพยานหลักฐานและทิ้งสิ่งปฏิกูลลงในแม่น้ำ อัยการมีความเห็นให้แจ้งข้อหาเพิ่มทั้ง 2 คนในข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

ส่วนอีกคนคือปอ-ตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ เดิมถูกแจ้ง 6 ข้อหาคือ กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เป็นผู้ควบคุมเรือโดยไม่มีใบอนุญาต ใช้เรือที่มีใบอนุญาตใช้เรือสิ้นอายุ (เปรียบเทียบปรับแล้ว) ทิ้งสิ่งปฏิกูลลงในแม่น้ำ ไม่ติดชื่อเรือเป็นอักษรไทยและอักษรฝรั่งที่หัวเรือ (เปรียบเทียบปรับแล้ว) และแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ ถูกแจ้งเพิ่มข้อหาเสพวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะเรียกทั้ง 3 คนเข้ามาสอบปากคำและแจ้งข้อหาเพิ่มเติม เพื่อให้ทันกำหนดสั่งฟ้องวันที่ 27 พ.ค.นี้

...

พ.ต.อ.จาตุรงค์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี กล่าวถึงคดีที่ตำรวจแจ้งความดำเนินคดีนายอัจฉริยะว่า ตอนนี้มี 2 คดี คดีแรกที่ สน.ประชาชื่น อีกคดีที่ สน.พหลโยธิน ส่วนวันที่นายอัจฉริยะแถลงข่าวที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่นนทบุรี อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน หากพบว่ามีการกล่าวหาพาดพิงคณะพนักงานสอบสวน และหน่วยงานองค์กรให้เกิดความเสียหาย จะดำเนินการแจ้งความทันที