หลานชายวัย 22 ปี คลั่งยาจิกหัวยายวัย 80 ปี ขณะนั่งกินข้าวกับตา ลากไปกลางถนนในหมู่บ้าน จับโขกจนแน่นิ่ง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมาช่วยโดนสวนวิ่งหนีชนเสาบ้านหัวแตก หลานทรพียังไม่หนำใจ ลากยายกลับเข้าบ้านกระทืบซ้ำ อาการสาหัส ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา ตาสุดแค้นใจเห็นหลานชั่วก่อเหตุกับยายแต่ช่วยไม่ได้ ป้าเผยเคยคุยกันในหมู่ญาติว่า "ถ้ามันไม่ตายคงมีใครสักคนตาย" เพราะอาละวาดต่อเนื่องมา ถึง 8 ปี
เวลา 16.30 น. วันที่ 17 พ.ค. ร.ต.อ.ทองสุข โปร่งทะเล รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.หนองกี่ อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งมีคนทำร้ายกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่ หมู่ 4 ต.ดอนอะราง อ.หนองกี่ จึงรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบหน่วยกู้ชีพดอนอะราง กำลังปั๊มหัวใจ นางคำตั๋น บุตรตะคาม อายุ 80 ปี นอนหายใจรวยรินอยู่ภายในชายคาบ้าน สภาพบริเวณศีรษะเป็นแผลฉกรรจ์ เลือดไหลท่วมใบหน้า ก่อนจะรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลหนองกี่ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะเดียวกันตำรวจได้เข้าควบคุมตัว นายปิยะณัฐ หรือ พัตเตอร์ บุตรตะคาม อายุ 22 ปี ผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นหลานชายผู้ตาย ในสภาพใส่กางเกงขาสั้นตัวเดียว พูดจาวกวนไปมา นำตัวไปสอบสวนที่ สภ.หนองกี่
นายจันทร์ บุตรตะคาม อายุ 79 ปี สามีผู้ตาย และเป็นปู่ของผู้ก่อเหตุ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุวานนี้ ตนกับภรรยา ได้นั่งกินข้าวเย็นกัน 2 คน เห็นหลานเดินมาแบบไม่สวมเสื้อผ้า ภรรยาจึงบอกให้ไปใส่กางเกงเพราะอายเขา จากนั้นหลานชายได้จับกางเกงขึ้นมาแต่ไม่ใส่ กลับสะบัดทิ้ง ทำให้ภรรยาต่อว่าหลานอีก และกินข้าวต่อ ทันใดนั้นหลานได้ปรี่เข้ามาในลักษณะเปลือยกายล้อนจ้อน จิกหัวยายตัวเองลากออกไป ตนเห็นท่าไม่ดี จึงได้แค่ตะโกนว่า "อย่าทำอะไรยาย มันบาปกรรรม" แต่หลานไม่ได้สนใจ จับหัวภรรยาของตนโขกกับถนนคอนกรีตหลายครั้งจนภรรยานอนแน่นิ่ง ตนวิ่งเข้าไปห้ามแต่ถูกสะบัดออก แล้วพยายามจะหันมาทำร้ายตน จึงวิ่งหนีเข้าไปในบ้านของเพื่อนบ้าน
...
ตาจันทร์ กล่าวอีกว่า ภาพที่ตนเห็นกับตาและรับไม่ได้คือ นายพัตเตอร์ หลานตัวเอง ย้อนกลับไปหาร่างของยายตัวเอง แล้วจิกหัวลากเข้าไปในบ้าน ก่อนจะลงมือกระทืบซ้ำแบบไม่ยั้ง ขณะที่ตนไม่กล้าออกมาจากบ้าน เกรงจะได้รับอันตราย จากนั้นได้มี นายสมพร ทองเหลืองพล อายุ 54 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 บ้านป่าสามัคคี ต.ดอนอะราง วิ่งเข้ามาช่วย แต่สู้แรงนายพัตเตอร์ไม่ไหว วิ่งหนีออกไปหัวชนกับเสาบ้าน ทำให้คิ้วแตก ซึ่งจนถึงเวลานี้ยังรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ เพราะมันรุนแรงเกินไป อยากให้ตำรวจดำเนินคดีถึงที่สุด โดยจะไม่ไปประกันตัว หรือให้ความช่วยเหลือใดๆ กับหลานคนนี้อีก สาเหตุเป็นเพราะหลานติดยาบ้าจนงอมแงม จนคลั่ง เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลหนองกี่ เป็นประจำ
ด้าน นายสมพร ทองเหลืองพล ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เล่าว่า เหตุการณ์นี้เป็นเหตุเฉพาะหน้า จึงเข้าไปดึงแขนให้ออกมาระหว่างที่กำลังบีบคอยายตัวเอง แต่ นายพัตเตอร์ ซึ่งตอนนั้นเปลือยกายล่อนจ้อนพยายามจะหันเป้าหมายมาหาตน จึงวิ่งหนี กระทั่งหัวไปชนเสาบ้านจนคิ้วแตก ก่อนที่ตำรวจจะมาถึง พบ นายพัตเตอร์ กลับเข้าบ้านไปใส่กางเกงขาสั้นออกมา จึงเข้าควบคุมตัว จริงๆ แล้วอยากจะทำอะไรมากกว่านี้ที่จะยับยั้งการก่อเหตุของนายพัตเตอร์ แต่เกรงว่าความผิดจะกลับมาหาตน
ขณะที่นางกนกวรรณ อินทรีย์ อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36/1 หมู่ 10 ต.ดอนอะราง ลูกสาวผู้เสียชีวิต เป็นพี่สาวพ่อนายพัตเตอร์ มีศักดิ์เป็นป้าผู้ก่อเหตุ บอกว่า หลานชายเคยก่อเหตุมานับครั้งไม่ถ้วน ติดคุกมาแล้ว 4 ครั้ง เรื่องยาเสพติด ก่อนหน้านี้เคยจี้เอาเงินในปั๊มน้ำมันของตน แต่โชคดีมีลูกค้ามาช่วย โดยกว่า 8 ปีที่ผ่านมา หลังจากหลานมีอาการคลั่งเป็นระยะ ญาติๆต้องคอยระวังตัว เคยคุยกันว่า "ถ้ามันไม่ตายอาจจะมีคนในครอบครัวสักคนที่ตาย" ไม่คิดว่า จะเป็นแม่ตัวเองที่เคราะห์ร้าย
ล่าสุด ศพนางคำตั๋น ญาติได้นำมาตั้งบำเพ็ญกุศลไว้ที่บ้าน ขณะที่ชาวบ้านยังคงวิพากษ์วิจารณ์กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะสามีนางคำตั๋น ที่ยังรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้