ป้าวัย 54 ชาวเมียนมาที่ตาก ร่ำไห้ใจจะขาดแจ้ง ตร. ถูกคนร้ายขโมยทองและเงินเก็บที่สะสมมาทั้งชีวิตแทบสิ้นเนื้อประดาตัว คาดฝีมือเพื่อนลูกชายที่ตายไปแล้วแวะมาที่บ้าน ตร.แม่ท้อ เร่งตามตัวมาสอบสวน

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 10 พ.ค.2565 ร.ต.อ.ไพล็อต ขวานอก รองสารวัตรสอบสวน สภ.แม่ท้อ ต.แม่ท้อ อ.เมือง จ.ตาก รับแจ้ง จากศูนย์วิทยุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดตาก ว่ามีเหตุลักทรัพย์ ที่บ้านเลขที่ 71 บ้านห้วยนึ่ง หมู่ที่ 3 ต.แม่ท้อ อ.เมือง จ.ตาก จึงรุดไปทำการสอบสวน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.แม่ท้อ ในทันที โดยที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น พบผู้เสียหายคือ นางเอคีน อายุ 54 ปี เป็นชาวเมียนมา อาศัยอยู่กับสามี ซึ่งเป็นชาวไทย ยืนร้องไห้ใจจะขาด หลังจากที่กลับบ้านแล้ว พบว่าถูกคนร้ายขโมยทองรูปพรรณและเงินสดที่ตนเองสะสมมาหายไปหมด

นางเอคีน กล่าวว่า ตัวเองออกไปทำงานที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลหนองบัวใต้ โดยมีสามีซึ่งอายุ 60 ปี พักอาศัยอยู่บ้านเพียงลำพัง พอตกเย็นเลิกงานกลับบ้าน สังเกตเห็นถุงผ้าใส่ทองรูปพรรณสีแดง วางไว้ผิดสังเกต จึงรีบวิ่งขึ้นไปบนบ้าน พบว่ากุญแจตู้เสื้อผ้าไม้ที่ใช้เก็บทองถูกงัดเสียหาย เปิดดูพบว่าไม่พบถุงใส่ทอง โดยคนร้ายได้ขโมยสร้อยคอทองคำไป 3 เส้น (ขนาดน้ำหนัก หนัก 1 บาท 1 เส้น และสองสลึง 2 เส้น) และแหวนทองคำ วงละ 1 สลึง จำนวน 3 วง เงินสด จำนวน 10,000 บาท หายไป

...

ป้าชาวเมียนมา เจ้าทุกข์ กล่าวต่อว่า ส่วนบุคคลต้องสงสัย ทราบชื่อคือ นายเชน ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง พื้นเพเป็นคนจังหวัดลพบุรี ที่เคยรู้จักกับลูกชายของตนที่เสียชีวิตไปแล้วด้วยอุบัติเหตุ และได้เคยมานอนพักอาศัยในช่วงงานศพลูกชาย โดยช่วงกลางวัน นายเชน ทำทีมานั่งเล่นที่บริเวณหน้าบ้าน ขอกินน้ำเย็น ส่วนสามีของตนก็ไม่ได้เอะใจอะไร เพราะเห็นว่าเคยมาเที่ยวหาประจำ จากนั้น นายเชน ผู้ต้องสงสัยก็เดินออกจากบ้าน และไปขอให้วัยรุ่นหน้าปากซอยไปส่งที่ตลาด จนกระทั่งช่วงเย็นตนเองเลิกงานกลับบ้าน จึงพบว่าสร้อยคอและแหวนน้ำหนักรวมประมาณ 3 บาท พร้อมเงินสด 10,000 บาท หายไป คิดว่าผู้ต้องสงสัยคือ นายเชน ขโมยไปอย่างแน่นอน

ในขณะที่มีเพื่อนบ้านที่รู้จักนายเชน บอกว่า ช่วงบ่ายเจอ นายเชน ที่ตลาด ได้อวดสร้อยคอทองคำที่ใส่ พร้อมแหวนทองที่นิ้ว และยังอวดอีกว่าเพิ่งซื้อโทรศัพท์มือถือใหม่ และรถจักรยานยนต์มือสองมาหมาดๆ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการเก็บร่องรอยหลักฐาน และรายละเอียดพฤติการณ์ เพื่อจะได้ติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.