มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ตั้งโต๊ะแถลงชี้แจงเหตุเปิดศึกทะเลาะวิวาทมูลนิธิสยามรวมใจ ปมวิ่งทับพื้นที่ บก.น.5 ยืนยันที่ผ่านมาถูกกระทำมาโดยตลอด เช่น แจ้งงานเท็จ ขับรถปาดหน้า พร้อมขอโทษประชาชนกรณีปิดถนน เพราะต้องการกดดันผู้ก่อเหตุไม่ให้หนี

ความคืบหน้ากรณี อาสาสมัครกู้ภัย มูลนิธิสยามรวมใจ และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ทะเลาะวิวาทบริเวณถนนเกษมราษฎร์ หน้าห้างโลตัส สาขาพระราม 4 แขวงและเขตคลองเตย เมื่อเวลาประมาณ 01.20 น. วันที่ 18 เม.ย. ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 3 ราย

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 18 เมษายน 2565 ที่ สน.ทองหล่อ พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส ผกก.สน.ทองหล่อ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงเวลา 05.00 น. ที่ผ่านมา ตนได้ลงพื้นที่ และเรียกกำลังตำรวจสนับสนุนเพื่อเข้าตรวจสอบเหตุที่เกิดขึ้น โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ รวมทั้งสิ้น 60 นาย เพื่อเข้าไปเจรจาให้เปิดการจราจร หากการเจรจาไม่เป็นผลสำเร็จ จะได้ทำการใช้บังคับกฎหมาย ซึ่งใช้เวลาประมาณ 10 นาที กลุ่มอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้พูดคุยจนได้รับความพึงพอใจ จึงได้เปิดการจราจรและได้กลับที่ตั้ง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ ได้อยู่ดูแลพื้นที่เพื่อให้การจราจรกลับมาใช้ได้โดยปกติ และได้ประสานเจ้าหน้าที่จากเทศกิจมาทำความสะอาดบริเวณพื้นที่ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย ต่อมาเสียชีวิต 1 รายนั้น เป็นกลุ่มเจ้าหน้าที่อาสาป่อเต็กตึ๊ง เสียชีวิตที่โรงพยาบาล จึงมีการด่าทอ ขว้างปาสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจและทำร้ายร่างกาย ส.ต.อ.กิตติศักดิ์ ศรีชัย ผบ.หมู่(สส.) สน.ทองหล่อ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ใกล้กลุ่มอาสาสมัครป่อเต็กตึ๊ง ได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหน้าและนิ้วมือ จนทำการเข้าเฝือกไว้ เบื้องต้น ฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ ได้ทำการติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุแล้วอย่างน้อย 2 ราย ที่เข้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว อยู่ระหว่างสอบสวน ส่วนผู้ที่ก่อเหตุที่เหลือจะเร่งติดตามผู้กระทำความผิดที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย นอกจากนี้ ยังได้นำรถกระบะสีเขียวติดหลังคา มีสติกเกอร์ของอาสามูลนิธิสยามรวมใจที่เสียหายทั้งคันมาเก็บไว้ เพื่อรอการติดต่อแล้ว

...

พ.ต.อ.ดวงโชติ เผยอีกว่า ส่วนความขัดแย้งของทั้งสองมูลนิธิ มีข้อมูลจากหนึ่งในอาสาที่ไม่ขอเปิดเผยชื่อว่า สาเหตุมาจากอาสาของมูลนิธิสยามรวมใจที่เคยออกจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งและไปอยู่มูลนิธิสยามรวมใจ แล้วมาวิ่งเหตุแทรกแซงการทำงานของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และชอบแจ้งเหตุเท็จกลั่นแกล้ง จนครั้งนี้มีการรวมตัวกันอีก จึงเกิดปากเสียงทะเลาะวิวาทกัน โดยก่อนหน้านี้ได้มีการเชิญตัวหัวหน้าของทั้งสองหน่วยงานเข้ามาพูดคุย และมีการนัดหมายกันว่าหลังเทศกาลสงกรานต์จะมีการเข้ามาร่วมหารือเพื่อหาแนวทางแก้ไขจากเหตุการณ์กระทบกระทั่งกัน แต่กลับมาเกิดเหตุนี้ขึ้นก่อน ซึ่งเชื่อว่าต่อจากนี้คงจะมีการเรียกทุกมูลนิธิในเขตพื้นที่ สน.ทองหล่อ หรือพื้นที่ของกองบังคับการตำรวจนครบาล 5 (บก.น.5) มาพูดคุยเพื่อตั้งเงื่อนไขในการเข้าช่วยเหลือคนเจ็บเช่นเดียวกับทาง บก.น.2 ที่เคยมีการดำเนินการไปก่อนหน้านี้

ต่อมาเมื่อเวลา 10.30 น. ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ถนนเจ้าคำรบ แขวงป้อมปราบ นายสมบูลย์ ขวัญอ่วม หัวหน้าแผนกบรรเทาสาธารณภัยฯ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมด้วย นายขจรศักดิ์ คงอินทร์ ผู้ควบคุมหน่วยกู้ภัย แผนกบรรเทาสาธารณภัยฯ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง, นายจิรัฐฒิกร บรรจงกิจ ผู้ควบคุมหน่วยกู้ชีพ แผนกบรรเทาสาธารณภัยฯ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกันแถลงชี้แจงเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทระหว่าง 2 มูลนิธิฯ ป่อเต็กตึ๊งและสยามรวมใจ ทำให้ นายชุษณะ โชติพรม อายุ 25 ปี เจ้าหน้าที่รถ แผนกบรรเทาสาธารณภัยอาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ถูกยิงเข้าที่บริเวณหน้าอก เสียชีวิต โดยเหตุเกิดขึ้นที่หน้าปั๊มน้ำมันเชลล์ สามแยกเกษมราษฎร์ ถนนพระราม 4 ช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา

โดย นายสมบูลย์ ขวัญอ่วม หัวหน้าแผนกบรรเทาสาธารณภัยฯ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กล่าวว่า สืบเนื่องจากเรื่องเดิมที่มีคนถูกปลดจากอาสาสมัครปอเต็กตึ๊ง เนื่องจากเขาเห็นแก่ผลประโยชน์มากเกินไป และได้มีการทำร้ายร่างกายพนักงานด้วย ซึ่งพอโดนปลดก็ได้ไปรวมตัวรับคนเจ็บเหมือนเดิม และยังใส่ชุดของป่อเต็กตึ๊งอยู่ จากนั้นได้ไปสมัครงานเป็นอาสาของมูลนิธิสยามรวมใจ และได้มาเปิดที่พื้นที่จุดทองหล่อ และได้เอาอาสาสมัครในพื้นที่อื่นๆ อย่างสายไหมมาวิ่งในพื้นที่ทองหล่องก็เลยมีปัญหามาตลอด

นายสมบูลย์ เผยอีกว่า ซึ่งทางเราได้หลีกเลี่ยงการปะทะมาโดยตลอด และทางศูนย์เอราวัณก็ได้มีการกำชับมาว่าให้ทางมูลนิธิสยามรวมใจถอนกำลังอาสาออกจากพื้นที่ทองหล่อ และระงับการเปิดจุดพื้นที่นี้ขึ้นมา ซึ่งทางเราถูกกระทำมาโดยตลอด เช่น แจ้งงานเท็จ ขับรถปาดหน้า เตะกล่องยา เป็นต้น จนมาถึงเมื่อวานนี้ ตนได้สั่งให้ทีมงานอาสาสมัครเข้าไปถ่ายภาพ เพราะมีตราป่อเต็กตึ๊งอยู่ที่รถและเต็นท์ ทางสยามรวมใจก็ได้ขอให้วิ่งงานร่วมกัน ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะทางศูนย์เอราวัณมีคำสั่งออกมาแล้ว ที่ได้มีการแบ่งงานกันเรียบร้อยแล้ว

นายสมบูลย์ เผยต่อว่า จากนั้นเขาก็ได้ปล่อยเหตุเท็จมา ทางเราก็ได้ออกไปวิ่งงาน เหมือนหลอกเราเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุ ก็เกิดการโต้เถียงกัน ก็เกิดการปะทะกันขึ้นมา และทางเขาเองก็มีอาวุธแต่ทางเราไม่มีอาวุธเลย เพราะเป็นคำสั่งของทางมูลนิธิอยู่แล้วที่จะทำงานช่วยเหลือสังคมจริงๆ พนักงานทุกคนอยู่ในระบบระเบียบทุกคน

ด้าน นายจิรัฐฒิกร บรรจงกิจ ผู้ควบคุมหน่วยกู้ชีพ แผนกบรรเทาสาธารณภัยฯ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กล่าวยืนยันว่าทางศูนย์เอราวัณได้ให้สยามรวมใจหยุดการปฏิบัติหน้าที่ที่พื้นที่ทองหล่อ ซึ่งพื้นที่ทองหล่อมีอาสาวิ่งงานอยู่แล้วคือป่อเต็กตึ๊งกับร่วมกตัญญู โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเราสูญเสียและไม่อยากให้เกิดขึ้น ทางเราพยายามอดทนถึงที่สุด ซึ่งขณะเกิดเหตุก็มีตำรวจ สน.ทองหล่อ ยืนยันว่าทางเราถูกยิงออกมา ส่วนภาพที่ออกมาว่าเราไปทำร้ายรถหรือสิ่งของ นั่นเป็นเพราะเราถูกกระทำก่อนจนน้องอาสาเสียชีวิต ส่วนที่ต้องปิดถนนก็ต้องขอโทษพี่น้องประชาชนด้วย ซึ่งการที่เราทำแบบนั้นเพราะเราต้องการกดกันผู้ก่อเหตุไม่ให้หนี อยากให้มามอบตัว แต่เขาก็หนีออกไป เพราะเขามีการวางแผน ซึ่งทางเราก็มีหลักฐานชัดเจน

...

ต่อมาเวลา 12.43 น. ที่ สถาบันนิติเวช รพ.จุฬาฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ญาติของนายชุษณะ โชติพรม อายุ 25 ปี เจ้าหน้าที่รถ แผนกบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ผู้เสียชีวิตจากการถูกอาวุธปืนยิงที่หน้าอกในเหตุดังกล่าว เดินทางเข้ารับศพเพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนา ก่อนนำร่างไปตั้งบำเพ็ญกุศล ที่ วัดโพสพผลเจริญ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี และฌาปนกิจในวันที่ 23 เม.ย.ต่อไป

นางสุกัญญา โชติพรม อายุ 57 ปี มารดาผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนนอนหลับอยู่ น้องสาวได้โทรศัพท์มาแจ้งถึงเหตุดังกล่าว ซึ่งตนก็คิดว่าลูกชายน่าจะไม่เป็นอะไรมาก แต่น้องสาวก็บอกให้ตนทำใจดีๆ เพราะขณะนั้นกำลังทำการกู้ชีพลูกชายของตนแล้ว

โดยลูกชายของตนตามพ่อมาตั้งแต่เด็กเพื่อเป็นอาสาช่วยเหลือสังคม และเข้าเป็นเจ้าหน้าที่เมื่อปี 2563 ที่ผ่านมา ไม่มีลางบอกเหตุถึงการสูญเสีย

ในวันเกิดเหตุ ลูกชายได้ออกจากบ้านเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ตนก็ยังติดตาภาพนั้นอยู่ ซึ่งตนก็ได้ยินข่าวลักษณะนี้บ่อย และเตือนลูกอยู่เสมอ จนกระทั่งมาเกิดเหตุการณ์นี้ จึงอยากฝากไปยังผู้บริหารขององค์กรและผู้เกี่ยวข้อง ให้ลงมาช่วยกำกับดูแลถึงปัญหาในอดีตให้เสร็จสิ้น เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียอีก รวมถึงอยากฝากตำรวจว่าให้ช่วยหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีให้ได้ ส่วนในฐานะแม่ การสูญเสียครั้งนี้ถือเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่หลวง ไม่มีอะไรจะบรรยาย แต่ก็ขอให้ลูกไปสู่ภพภูมิที่ดี และจะรักลูกตลอดไป จากนี้จะนำร่างของลูกไปบำเพ็ญกุศลที่วัดโพสพผลเจริญ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี และฌาปนกิจในวันที่ 23 เมษายน ทั้งนี้ หากทางคู่กรณีเข้ามาขอโทษ ตอนนี้ตนก็ยังไม่พร้อมยกโทษให้ ยังไม่อยากพบเจอ

ขณะที่ นายพีระพงษ์ โชติพรม อายุ 55 ปี บิดาผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ปัญหาเกิดจากการที่อีกมูลนิธิไม่ยอมละทิ้งจุดปฏิบัติหน้าที่ ทั้งที่มีคำสั่งไม่ให้เกี่ยวข้องกับพื้นที่ดังกล่าวแล้ว หรือเป็นเพราะยังมีผลประโยชน์จากการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุจากโรงพยาบาล โดยที่ผ่านมา ผู้บริหารแต่ละองค์กรได้ทำความเข้าใจกันแล้ว รวมถึงมีการกระทบกระทั่งเกิดขึ้น แต่ไม่รุนแรง เพราะกลุ่มคู่กรณีเองก็เคยอยู่ที่ป่อเต็กตึ๊ง รวมถึงรู้จักกันมาก่อน แต่ครั้งนี้กลับถึงขั้นมีการเสียชีวิต

...