ตำรวจภูธรภาค 6 โชว์ผลงานจับขบวนการค้าอาวุธข้ามชาติ หลังตามยึดปืน AK-47 และปืนกลมืออูซี่ เตรียมส่ง ขายเมียนมา พร้อมผู้ต้องหา 4 ราย เผยแพ็กกล่องส่งบริษัทเอกชน ส่งดำเนินคดี สภ.แม่ระมาด

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 6 เมษายน 2565 พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ได้เดินทางมาที่ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก ต.น้ำรึม อ.เมือง จ.ตาก ในการแถลงข่าวการจับกุมอาวุธปืนสงคราม ผ่าน บริษัทขนส่งเอกชน ในพื้นที่ สภ.ท่าสองยาง และ สภ.แม่ระมาด จังหวัดตาก ชายแดน ไทยเมียนมาโดยมี พล.ต.ต.ระวีพรรษ อมรมุนีพงษ์ รอง ผบช.ภ.6, นายสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก, พล.ต.ต.ปกปภพ บดีพิทักษ์ ผบก.ภ.จว.ตาก, พ.อ.กฤษณ์ กิตยาธิวัฒน์ เสนาธิการกองกำลังนเรศวร, พ.ต.อ.โอภาส คงเมือง รอง ผบก.ภ.จว.ตาก,

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากการข่าวของชุดปราบปรามอาชญากรรม ภ.6 มีข้อมูลว่าจะมีการลักลอบค้าอาวุธสงคราม ในเขต 5 อำเภอแนวชายแดนของจังหวัดตาก โดยใช้วิธีการอำพราง ลักลอบส่งอาวุธสงครามผ่านบริษัทขนส่ง ของเอกชน จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ต่อมา พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผบช.ภ.6 ได้สั่งการให้ชุด ปราบปรามอาชญากรรมตำรวจภูธรภาค 6 ประสานการปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บูรณาการกำลังร่วมกับ ทหารและฝ่ายปกครองในพื้นที่

...

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 4 เม.ย. 65 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ร่วมกันตรวจยึดอาวุธปืนสงครามแบบ AK-47 หรือ อาก้า จำนวน 5 กระบอก ที่บรรจุอยู่ในกล่องพัสดุของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง สาขาท่าสองยาง และทำการสืบสวนขยาย ผล จนสามารถจับกุมตัวนายซออ่องซาทุย ไม่มีนามสกุล อายุ 29 ปี สัญชาติเมียนมา พักอาศัยอยู่ที่บ้านในพื้นที่ ม.6 ต.แม่อุสุ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ในข้อหา “มีอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย และเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับ อนุญาต” จากนั้นจึงได้ขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักตามที่อยู่ปลายทางซึ่งมีผู้ต้องหาเป็นผู้เช่า พบกล่องพัสดุจำนวน 3 กล่อง จากการตรวจสอบพบอาวุธปืนอีกจำนวนหลายรายการ ได้แก่ อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.ไม่มีทะเบียนได้จำนวน 4 กระบอกและปืนกลเบาอูซี่จำนวน 1 กระบอกพร้อมแม็กกาซีน 1 ซอง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงทำการตรวจยึดไว้เป็น ของกลางในคดี ซึ่งนายซออ่องซาทุย ให้การรับสารภาพว่า อาวุธปืนทั้งหมดเป็นของตนเอง ซึ่งมีหน้าที่รับแทน นายปูเล่ พ่อค้าอาวุธ ที่อยู่ในประเทศเมียนมา

ต่อมาจากขยายผลเพิ่มเติมของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ยังทราบว่ามีการส่งพัสดุซึ่งบรรจุอาวุธปืนสงครามในลักษณะเดียวไปที่บริษัทขนส่งเอกชนรายหนึ่ง สาขาแม่ระมาดอีกด้วย จึงประสานข้อมูลให้ สภ.แม่ระมาด เข้าทำการตรวจสอบพัสดุที่บริษัทขนส่งฯ จนกระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้อีก 3 ราย ได้แก่ นายภูดิศ ภูวดลพนา อายุ 20 ปี ขับรถยนต์ อีซูซุ สีเทา หมายเลขทะเบียน บน 5698 ตาก โดยมี นายวา ไม่มีนามสกุล อายุ 24 ปี และ นายโพแหล่แหล่ ไม่มีนามสกุล อายุ 24 นั่งมาด้วย เพื่อจะรับ กล่องพัสดุ 2 กล่อง ของกลางที่เป็น อาวุธปืน สงครามอาก้าจำนวน 7 กระบอก นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง พงส.สภ.แม่ระมาด ดำเนินคดีตามกฎหมาย

พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 กล่าวว่า การจับกุมขบวนการลักลอบค้าอาวุธปืนสงครามครั้งนี้ เป็นความสำเร็จด้านการข่าว ที่ เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง ในพื้นที่ชายแดน ทำงานร่วมกันอย่างกลมเกลียว โดยได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน ในฐานะพลเมืองดี ที่ช่วยสอดส่องพัสดุ สินค้า ที่ มีพิรุธต้องสงสัย ตรงตามสายข่าวที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ จนสามารถตรวจพบและทำการตรวจยึดและจับกุมขบวนการลักลอบค้าอาวุธสงคราม ได้จำนวนมาก ที่จะส่งขายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่ง อาวุธปืนทุกกระบอก มีสภาพพร้อมใช้งานทันที.

...