พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. เผยนัดสาวผู้เสียหาย ที่ร้องทนายษิทราว่าถูกชาย 2 คน อ้างเป็นตำรวจไซเบอร์อุ้มไปรีดเงิน 4 แสน กับพระอีก 1 องค์ หลังรู้ว่าเล่นพนันออนไลน์ได้มาเกือบ 2 ล้าน หากเป็นจนท.จริงจะลงโทษรุนแรงถึงขั้นไล่ออก 

จากกรณีที่มีหญิงสาวเข้าร้องเรียนกับ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทนายประชาชนฯ พร้อมมอบคลิปหลักฐาน หลังเล่นการพนันออนไลน์ได้เงินมาเกือบ 2 ล้านบาท ก่อนมีกลุ่มชายฉกรรจ์ อ้างตัวเป็นตำรวจไซเบอร์ขอตรวจค้นแล้วอุ้มตัวพร้อมสามีและลูกวัย 11 ปี ข่มขู่จนยอมให้เงินไป 4 แสนบาทกับพระอีก 1 องค์ โดยจะสอบถามเรื่องนี้ไปยัง ผบช.ไซเบอร์ ว่ากลุ่มชายดังกล่าวใช่ตำรวจไซเบอร์หรือไม่ กระทั่งทนายตั้มโพสต์ข้อมูลนี้และภาพหญิงผู้เสียหาย ขณะเข้าร้องเรียนลงในเพจเฟซบุ๊ก "ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ" เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 30 มี.ค. ที่ผ่านมา

ต่อมา เวลา 10.00 น. วันที่ 31 มี.ค. พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. เผยว่าในเบื้องต้นทราบว่า เรื่องดังกล่าวเกิดเหตุเมื่อวันที่ 10 มี.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งทางสอท.ได้ติดต่อไปยังผู้เสียหายแล้วได้ยืนยันว่าสถานที่เกิดเหตุอยู่ในพื้นที่ กทม. โดยนัดผู้เสียหายเข้าให้ปากคำและหลักฐานทั้งหมดแล้ว หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริงตามที่กล่าวอ้าง จะสั่งการให้ดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญา อย่างเด็ดขาด หรือให้ลงโทษ “ไล่ออกจากราชการ” เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ทำเสียขวัญกำลังใจ แก่เจ้าหน้าที่ผู้ที่ประพฤติปฏิบัติดี และหากเป็นกลุ่มคนที่มิใช่ เป็นเจ้าหน้าที่จริงตามที่กล่าวอ้าง ก็เร่งติดตามมาดำเนินกฎหมายโดยเร็ว พร้อมกำชับการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามระเบียบและขั้นตอนของกฎหมาย ผิดก็ว่าไปตามผิด ดำเนินด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

...

พล.ต.ท.กรไชย กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาได้เน้นย้ำและกำชับหน่วยงานในสังกัดทุกภาคส่วนมาโดยตลอด ในการประพฤติปฏิบัติหน้าที่ ภายใต้อำนาจหน้าที่ที่ได้รับตามกฎหมายทำงานด้วยความสุจริต ยุติธรรม เป็นที่พึ่งของประชาชน ไม่ใช่เป็นโจร ใช้อำนาจหน้าที่ข่มเหงรังแกประชาชน หรือใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่ชอบ เรียกรับผลประโยชน์ เพื่อประโยชน์อื่นใด เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ความมั่นใจ ในการทำงานของตำรวจไซเบอร์ที่เป็นตำรวจยุคใหม่ เป็นที่พึ่งให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริง