"บิ๊กใหม่" ลงพัทลุงเร่งคลี่คลายคดี "ฉุย รักจันทร์" ยิงตำรวจกองปราบ นำขยายผลตรวจค้นอาวุธปืนสงคราม ที่ยังนำยังซุกซ่อน ก่อนหิ้ว 2 ผู้ต้องหาไปทำแผนในที่เกิดเหตุ 4 จุด
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 27 มี.ค.65 พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุมเพื่อคลี่คลายคดี “ฉุย รักจันทร์” ยิงตำรวจ ที่ตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง ร่วมกับ พล.ต.ต.ตานิตน์ รามดิษฐ์ ผบก.ภ.จว.พัทลุง พ.ต.อ.ยศวรรธน์ กระจ่างวงศ์ ผกก.สส.ภ.จว.พัทลุง และ พ.ต.ต.จำเริญ อินทร์แก้ว หน.ชุดปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง สำนักงานงานตำรวจแห่งชาติ
พล.ต.อ.สุชาติ เผยว่า หลังจากที่ชุดสอบสวน สืบสวนของทุกฝ่ายได้ร่วมกันสอบปากคำ "ฉุย รักษ์จันทร์" ในเบื้องต้นได้รับสารภาพว่าเป็นคนขับรถในวันก่อเหตุ โดยพาผู้ร่วมกันกระทำความผิดก่อเหตุในการอาวุธปืนสงคราม และอาวุธปืนที่เกี่ยวข้องยิงตร.กองปราบ และยิงต่อสู้กับตำรวจที่อยู่ในที่เกิดเหตุ โดยในเบื้องต้นให้การว่าเป็นเพียงคนขับรถ แต่ไม่ได้ใช้อาวุธปืนยิงตำรวจแต่อย่างใด ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้ทางตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนจะต้องสอบถามผู้ร่วมกระทำความผิดที่ถูกจับกุมไปในก่อนหน้านี้ ว่ามีการขัดแย้งหรือตรงกันกับการให้ปากคำของนายฉุยอย่างไรบ้าง ถึงแม้ว่านายฉุยเป็นเพียงผู้ขับรถยนต์โดยไม่ได้ยิงต่อสู้กับตำรวจ ก็เป็นการกระทำความผิดในฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นอยู่แล้ว ซึ่งเรื่องดังกล่าวอยู่ในสำนวนการสอบสวนที่ไม่สามารถให้รายละเอียดได้
ในส่วนของกรณีที่จะมีผู้อื่นเข้ามาช่วยเหลือนายฉุยในการหลบหนีหรือไม่นั้น ในเบื้องต้นยังไม่ปรากฏพบ แต่ทางตร.ก็จะขยายผลจากการซักถามและรวบรวมพยานหลักฐานจากคำให้การ และจะต้องหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยเฉพาะอาวุธปืนที่นำมาใช้ก่อเหตุในวันเกิดเหตุ ซึ่งในขณะนี้ ตร.ชุดสืบสวน ภ.จว.พัทลุง ได้ร่วมกันตรวจยึดอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุ และอาวุธปืนที่นำมาในวันเกิดเหตุแต่น่าจะไม่นำมาใช้ในการก่อเหตุ ซึ่งขณะนี้ ตร.พอจะทราบแล้วว่าเป็นอาวุธปืนขนาด .357 และอาวุธปืน เอ็ม16 ซึ่งคาดว่าน่าจะได้อาวุธปืนทั้ง 2 กระบอกภายใน 2-3 วันนี้ ส่วนการนำกลุ่มผู้ต้องหาไปทำแผนในสถานที่เกิดเหตุในเวลาประมาณ 14.00 น.นั้นมีด้วยกัน 4 จุด
ด้านนางวันเพ็ญ ใหม่อ่อน อายุ 48 ปี มารดาของนายอัฐพล (รวย) ใหมอ่อน อายุ 48 ปี ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมพร้อมนายฉุย เผยว่า ปกติแล้วบุตรชายของตนเป็นคนขยันในการหารายได้มาเลี้ยงครอบครัว เงินที่ได้จะเอาให้ตนในทุกๆ ครั้ง แต่เรื่องที่เกิดขึ้นน่าจะมาจากการไปคบเพื่อนที่มีนิสัยไม่ดีจนเกิดเหตุร้ายขึ้นดังกล่าว โดยนายอัฐพลได้บอกกับตนว่าไม่ต้องเป็นห่วงเขาสามารถดูแลตนเองได้ เงินที่หามาให้พ่อแม่ให้นำไปเลี้ยงดูน้องๆ ไม่นานเขาคงออกมาหลังจากที่ชดใช้กรรมที่กระทำไว้
พล.ต.ต.ตานิตย์ รามดิษฐ์ ผบก.ภ.จ.พัทลุง ได้แต่งตั้งคณะกรรมการการสอบสวนในคดีดังกล่าว เพื่อดำเนินสอบสวนหาผู้กระทำความผิดของ จนท.ตำรวจที่เข้าร่วมปฏิบัติหน้าที่ในวันเกิดเหตุ จากการป้องกันตนเองและยิงต่อสู้กับผู้อื่น โดยมี พ.ต.อ.วรชาติ รสจันทน์ รองผบก.ภ.จว.พัทลุง เป็นหัวหน้าชุด ซึ่งผู้กระทำความผิดก็จะถูกดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกันทั้ง 2 ฝ่าย
จากนั้น พล.ต.ต.ตานิตย์ พร้อมกำลังตำรวจ กก.6 ภ.9 สงขลา และสภ.เขาชัยสน นำผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ทำแผนการรับสารภาพในสถานที่เกิดเหตุ จำนวน 4 จัด จุดที่ 1 เป็นจุดที่ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนมาพบกันที่บริเวณศาลาหลังบ้านแห่งหนึ่ง ริมถนนสายบ่วงช้าง – ศาลาเม็ง ม.7 จ.นาโหนด อ.เมืองพัทลุง จุดที่ 2 เป็นจุดที่ผู้ต้องหายิงปะทะตำรวจกองปราบ บนถนนสายบ่วงช้าง-ศาลาเม็ง ห่างจากจุดที่ 1 ประมาณ 1 กิโลเมตร จุดที่ 3 ทั้ง 2 คนมาพบกันบริเวณหน้าวัดท่าควาย ม.5 ต.โคกม่วง อ.เขาชัยสน และจุดที่ 4 เป็นจุดที่นำอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. ไปทิ้งไว้ในสวนปาล์มน้ำใน ข้างวัดท่าควาย ม.5ต.โคกม่วง อ.เขาชัยสน ซึ่งเป็นจุดที่พบอาวุธปืน 3 กระบอกโดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดไปแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งการทำแผนดังกล่าวนี้ได้มีชาวบ้านเข้ามาดูหน้าผู้ต้องหากันอย่างมากมาย


