อดีตแฟนสาว จนท.พิทักษ์ป่า อโหสิกรรมให้ หลังฆ่าลูกชายแล้วหนีไปผูกคอตัวเองตายในป่าดงใหญ่ ระบุถือเป็นเวรกรรมชีวิตแลกด้วยชีวิตไปแล้ว หลังจากนี้จะได้อยู่สุขสบาย หลังระแวงไม่กล้านอนบ้านตั้งแต่เกิดเหตุ อาจฟ้องเรียกค่าเสียหายกับหน่วยงานที่นายแกลบสังกัด ขณะที่เพื่อนสนิทผู้เจอศพคนแรกเผยรู้สึกเสียใจที่ตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง
เมื่อวันที่ 21 มี.ค. 65 นางกัลยา อานไธสง อายุ 37 ปี ชาวบ้านหมู่ 8 ต.หูทำนบ อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาระบุ หลังจากทราบข่าวว่า นายพิทพิรุณ หรือแกรบ พิรภพ อายุ 45 ปี ชาว อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ เป็นพนักงานราชการตำแหน่งพนักงานพิทักษ์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช อ.โนนดินแอง อดีตแฟนหนุ่ม ผูกคอตัวเองตายบริเวณป่าละเลิงร้อยรู เขตป่าดงใหญ่ อ.โนนดินแดง ว่า ปกตินายแกลบ จะเป็นคนกลัวเจ็บ จะตอบโต้ทุกครั้งเมื่อโดนกระทำ ไม่คิดว่าจะฆ่าตัวเองตาย แต่อาจจะเกิดจากความเครียด เพราะหมดหนทาง ออกมาต้องรับผิดจึงฆ่าตัวเองตายหนีความผิด
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือว่าชีวิตแลกด้วยชีวิตที่ต้องมาเสียลูกชายไป จะอโหสิกรรมให้ เพราะลูกชายที่เสียไปจะได้สบายใจที่เราได้ปล่อยวางแล้วเรื่องมันจบแล้ว ที่ผ่านมาหลังลูกเสีย มักจะได้กลิ่นลูกชายตอนขับรถตอนกลางคืน เชื่อว่าลูกจะต้องเป็นห่วงแม่ เพราะต้องเร่ร่อนไปนอนที่อื่น ไม่กล้านอนบ้าน เกรงว่านายแกลบ จะกลับมาทำร้าย
...
ตอนนี้ญาตินายแกลบ ที่ จ.อำนาจเจริญ เดินทางมาแล้ว คาดว่าศพน่าจะเผาที่ อ.โนนดินแดง ตนจะแค่ไปกราบศพเท่านั้น จะไม่ได้ช่วยเรื่องอื่น เพราะตอนที่ลูกชายเราเสีย ฝ่ายญาติอดีตแฟน ก็ไม่ได้มาเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกส่วน ที่ไม่ปล่อยให้เรื่องเงียบไป คอยติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง ขอขอบคุณด้วยใจ ส่วนค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ส่วนตัวคิดว่าหน่วยงานที่อดีตสามีสังกัดอยู่ จะต้องออกมารับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพราะเท่ากับปล่อยปละละเลย ให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา เอาทรัพย์สินของทางราชการออกมาก่อเหตุ
ด้าน นายผาย เชิดรัมย์ หน.ชุดลาดตระเวนพิทักษ์ป่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ซึ่งเป็นชุดที่มาเจอศพนายพิทพิรุณ และเป็นเพื่อนร่วมงานที่สนิทกับผู้ตาย เล่าว่า ปกติจะปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนอยู่แถว อ.ปะคำ แต่วันนี้ได้รับคำสั่งให้มาสนับสนุนภารกิจลาดตระเวนและค้นหาผู้ต้องหาในเขตป่าละเลิงร้อยรูเป็นวันแรก จึงได้พาทีมมาร่วมลาดตระเวนรวมทั้งหมด 7 นาย ซึ่งขณะเดินลานตระเวนอยู่ก็ได้กลิ่นเหม็นเน่าอะไรบางอย่างจึงเดินตรวจดูก็พบศพคนผูกคอตายที่ลำธารในป่าร้อยรู ห่างจากที่ตั้งหน่วยพิทักษ์ละเลิงร้อยรูประมาณ 2-3 กม. ก็ตกใจ แต่พอตั้งหลักได้ก็พากันเดินไปดูศพใกล้ๆ พบสภาพศพเน่าอืดส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง แต่ก็มั่นใจว่าเป็นศพนายพิทพิรุณแน่นอน เพราะดูจากเสื้อผ้าที่เสื้อที่สวมใส่ อีกทั้งบริเวณโคนต้นไม้ก็พบปืนยาวของทางราชการที่ผู้ตายขโมยไปก่อเหตุ เสื้อแขนยาวสีดำที่ผู้ตายสวมใส่ขณะปฏิบัติหน้าที่ กระเป๋าเป้ และรองเท้าผ้าใบวางอยู่ จึงรีบแจ้งผู้บังคับบัญชาคือ หน.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ทราบ
นายผาย กล่าวว่า ในฐานะเพื่อนร่วมงานที่สนิทกัน ก็รู้สึกเสียใจที่นายพิทพิรุณ ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองแทนที่จะเลือกเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย ซึ่งหากตนพบนายพิทพิรุณ ยังมีชีวิตก่อนหน้านี้ ก็จะเกลี้ยกล่อมให้มอบตัวสู้คดีตามกระบวนการ ซึ่งตนกับผู้ตายค่อนข้างสนิทสนมกันเพราะนอกจากจะพูดคุยกับเรื่องงานแล้ว ผู้ตายยังเคยระบายเรื่องส่วนตัวให้ฟังบ้าง ซึ่งก่อนจะเกิดเหตุนายพิทพิรุณ ก็เคยเล่าบอกตนเองว่าจะขายที่ขายทางที่บ้านเกิด จ.อำนาจเจริญ เพื่อมาปักหลักอยู่กินกับอดีตภรรยาคนดังกล่าว แต่ไม่คาดว่าจะมาเกิดเหตุสลดขึ้นก่อน ก็ขอให้ดวงวิญญาณกลับไปอยู่ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่เขาเคยทำงานอยู่ ไม่อยากให้มาเร่ร่อนอยู่ในป่าแบบนี้ ส่วนที่มาช่วยสนับสนุนลาดตระเวนป่าร้อยรูเป็นวันแรกแล้วเจอศพนายพิทพิรุณ ก็คิดว่าวิญญาณของผู้ตายอยากให้เจอเพราะเป็นเพื่อนร่วมงานที่สนิทกัน.
...