แม่ร้องสื่อขอความเป็นธรรมให้ลูกสาวเหตุถูกฆาตกรรม หลังบรรจุครูได้ 1 ปี และเพิ่งออกเก๋งป้ายแดง ก่อนสืบรู้ลูกเป็นกิ๊กกับ ผอ.รัฐวิสาหกิจ ในสงขลา คาดโดนจัดฉากฆ่าตัวตาย ขณะที่ "ทนายใจดี" รุดช่วยเหลือจ่อยื่นเรื่องขอรื้อคดีสอบสวนใหม่ ล่าสุดพบพิรุธเพียบ มั่นใจเป็นการฆาตกรรม
เมื่อวันที่ 17 มี.ค.65 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากว่าที่ ร.ต.ชัชวาลย์ บำรุงวงศ์ ทนายความ "กลุ่มทนายใจดี" ว่าได้รับหนังสือร้องทุกข์และเรียกร้องความเป็นธรรมจาก นางเสน่ห์ เทพขาว อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 95 หมู่ 7 ต.ปรางหมู่ อ.เมืองพัทลุง ว่าลูกสาวชื่อ นางสาวเมทินี เทพขาว อายุ 26 ปี เป็นครูสอนโรงเรียนวัดนาหมอบุญ ตั้งอยู่ที่หมู่ 3 ถนนพัฒนาการ บ้านนาหมอบุญ ต.นาหมอบุญ อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช ได้เสียชีวิตจากการถูกฆาตกรรม เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.63 ที่ อ.หาดใหญ่ ซึ่งจากการเข้าพบแพทย์ผ่าชันสูตรศพของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (มอ.) และแจ้งผลชันสูตรอย่างละเอียดซึ่งพบมีบาดแผลฉกรรจ์และบาดแผลจากการถูกทรมานจำนวนหลายแห่งบนร่างกาย
โดยทางพนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนคดีการเสียชีวิตของลูกสาวว่า ได้เสียชีวิตจากการผูกคอฆ่าตัวตาย เหตุเพราะป่วยซึมเศร้าและอกหักจากความรัก ซึ่งสำนวนดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด อีกทั้งยังมีการทำลายหลักฐานในที่เกิดเหตุทำให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดสงขลา ไม่สามารถเก็บหลักฐานได้เลยตนจึงได้รวบรวมหลักฐานต่างๆ พร้อมพยานบุคคล ซึ่งมั่นใจว่าลูกสาวถูกฆาตกรรมแน่นอน ก่อนเดินทางข้ามจังหวัดจากพัทลุง มาอำเภอหาดใหญ่ เพื่อนำหลักฐานมอบให้แก่พนักงานสอบสวน ถึง 7 ครั้ง ซึ่งทุกครั้งพนักงานสอบสวนพยายามบ่ายเบี่ยงอ้างติดคดีมีธุระ จนกระทั้งไม่สามารถติดต่อได้และพนักงานสอบสวนคนดังกล่าวได้มีการย้ายไปรับตำแหน่งที่สถานีตำรวจต่างอำเภอ
...
โดยทางนางเสน่ห์ เทพขาว บอกว่า ตลอด 14 เดือน ที่ผ่านมาตนได้พยายามเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับลูกสาวตนมาโดยตลอด แต่ไม่สามารถหันหน้าไปพึ่งใครได้เลย ส่วนสาเหตุที่ลูกสาวตนถูกฆาตกรรมนั้น น่าจะมาจากเรื่องเงิน 80,000 บาท ที่ตนได้หยิบยืมจากพี่สาวของตนจนเกิดปัญหาทะเลาะกันถึงขั้นตัดความสัมพันธ์พี่น้องพร้อมกับมีการขู่ฆ่าหมายจะเอาชีวิตตนและคนในครอบครัว เงินดังกล่าวเป็นเงินของพี่สาวตนซึ่งได้เอาโฉนดที่ดินไปตั้งจำนองไว้ 50,000 บาท เพื่อจะนำเงินมาชำระค่าเล่าเรียน ให้กับลูกสาวของตนในช่วงเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงเมื่อช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งทางลูกสาวตนไม่ได้ทราบเรื่องว่าตนได้ไปยืมเงินมาจากพี่สาว
หลังลูกสาวเรียนจบตนก็พยายามหาเงินมาผ่อนจ่ายอยู่ตลอดเวลา แต่ฐานะของตนนั้นลำบาก ทำขนมขายในตลาดได้บ้างไม่ได้บ้าง ทำให้ผ่อนชำระไม่ตรงเวลา จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นจนเป็นเหตุให้สามีของพี่สาวเกิดความไม่พอใจ ต่อว่าตนด้วยถ้อยคำหยาบคายสารพัดอยู่เป็นประจำ บวกกับนิสัยสามีของพี่สาวที่มีอารมรุนแรง ชอบใช้กำลังในการแก้ปัญหา ทำให้ตนทนไม่ไหวต่อว่ากลับไปจนเกิดการทะเลาะเรื่อยมาจนถึงขั้นมีการขู่ฆ่าไว้และมาเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น
ล่าสุด ว่าที่ ร.ต.ชัชวาลย์ บำรุงวงค์ และ พ.ต.อ.ปพนวัฒน์ ขัตติยะวรานันท์ ทนายความกลุ่มทนายใจดี หลังรับเรื่องและมีการรับมอบจากนางเสน่ห์ เทพขาว แม่ของครูปลา จึงได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.กีรติ ตรีวัย รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.หาดใหญ่ ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอหาดใหญ่ เพื่อนำหลักฐานต่างๆ มอบให้ทางเจ้าหน้าที่เพื่อขอให้มีการรื้อคดีใหม่ เนื่องจากคดีพบพิรุธหลายอย่าง อาทิ การโอนเงิน ผลชันสูตรพลิกศพซึ่งในสำนวนคดีไม่ตรงกัน พบมีการบิดเบือนในสำนวนและมีการทำลายหลักฐานในที่เกิดเหตุ เป็นต้น
ด้าน พ.ต.ท.กีรติ ตรีวัย รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.หาดใหญ่ เปิดเผยว่า ในคดีนี้ล่าสุดทางภูธรจังหวัดสงขลาได้มีการส่งสำนวนคดีกลับมาที่ สภ.หาดใหญ่ แล้ว เนื่องจากมีความผิดปกติหลายๆ อย่างในสำนวน และมีคำสั่งให้ดำเนินการสอบสวนใหม่ทั้งหมด ซึ่งหลังจากนี้ขอเวลาในการดำเนินการไม่นานและพร้อมให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย โดยเฉพาะหากตรวจสอบแล้วเป็นการฆาตกรรมจริง ก็จะเร่งดำเนินการเอาคนผิดมารับโทษให้เร็วที่สุด
ขณะที่ ว่าที่ ร.ต.ชัชวาลย์ บำรุงวงค์ ทนายความกลุ่มทนายใจดี เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากแม่ของนางสาวเมทินี เทพขาว ผู้เสียชีวิต ซึ่งนางสาวเมทินีได้เสียชีวิตเมื่อเดือนธันวาคม 2563 สาเหตุที่เสียชีวิตเรื่องของการผูกคอเสียชีวิตภายในบ้านพักของหมู่บ้านแห่งหนึ่งพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ เรื่องดังกล่าวผ่านมา 14 เดือนแล้ว ซึ่งทางแม่ของผู้เสียชีวิตไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน สรุปว่าลูกสาวตัวเองเป็นการฆ่าตัวตาย หรือ เป็นการฆาตกรรม ส่วนเรื่องนี้ได้รับการร้องเรียนผ่านนักข่าว จึงได้มีการลงพื้นที่ไปรับเรื่องที่จังหวัดพัทลุง ซึ่งผู้เสียชีวิตนั้นเป็นคุณครูเพิ่งเรียนจบ และบรรจุตำแหน่งได้ 1 ปี
โดยในวันนี้ไปรับหนังสือร้องเรียนพร้อมกับเอกสารพยานหลักฐานเท่าที่มีและรับมอบอำนาจติดตามคดีต่างๆ ส่วนในวันนี้มาติดตามและขอความคืบหน้าของคดีต่อผู้กำกับหาดใหญ่ วันนี้ก็ได้พบกับท่านรองผู้กำกับหาดใหญ่ ซึ่งได้รับคำชี้แจงมาแล้วเบื้องต้น ในส่วนคดีนี้ตนได้เขิญ พ.ต.อ.ปพนวัฒน์ ซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มทนายใจดีให้มาช่วยสะสางคดีนี้เพื่อให้ความกระจ่าง
ซึ่งทางเราไม่ได้เน้นว่าคดีนี้สรุปว่าเป็นการฆาตกรรม หรือ เป็นการฆ่าตัวตาย อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่วันนี้เรามาเพื่อมาหาความชัดเจนของคดีสรุปว่าอย่างไร และสามารถรับได้ถ้าหากเป็นการฆ่าตัวตาย แต่ต้องมีข้อมูลพื้นฐานทางนิติเวชหรือทางด้านอาชญากรรมที่ถูกต้องเพื่อให้คำตอบที่ชัดเจนต่อแม่ผู้เสียชีวิตได้ และตอบกับสังคม ที่สำคัญจะเป็นประโยชน์ต่อกระบวนการสอบสวนด้วย
พ.ต.อ.ปพนวัฒน์ ขัตติยะวรานันท์ สมาชิกกลุ่มทนายใจดี เปิดเผยว่า จากการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆจากฝ่ายญาติ ซึ่งเชื่อว่าไม่ใช่เป็นการฆ่าตัวตายเอง เพราะว่าโดยชีวิตส่วนตัวของผู้เสียชีวิตนั้น กำลังอยู่ในช่วงที่เจริญก้าวหน้าในราชการ ช่วงวันเกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้เตรียมตัวจะไปเรียนขับรถยนต์และเตรียมสอบใบขับขี่เพราะได้ซื้อรถยนต์คันใหม่มา ไม่น่าเชื่อว่าคนที่กำลังจะมีความสุขการใช้ชีวิตจะมาฆ่าตัวตาย แต่ทีนี้เมื่อเสียชีวิตแล้วเป็นการเสียชีวิตที่ผิดธรรมชาติ จะต้องทำการสอบสวนใหม่
...
ส่วนคดีนี้แยกได้ 2 ประเด็น เสียชีวิตโดยธรรมชาติ คือ ตัวเองทำตัวเองจนเสียชีวิตเอง ส่วนอีกประเด็นคือ มีผู้อื่นมาทำให้เสียชีวิต ก็จะกลายเป็นคดีฆาตกรรม การสอบสวนเบื้องต้นและประสานกับหัวหน้างานสอบสวนทราบว่า ได้รับเป็นคดีพลิกศพอยู่ในระหว่างสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งยังไม่ได้ระบุแน่ชัดว่า การเสียชีวิตครั้งนี้มีผู้อื่นทำให้เสียชีวิตหรือไม่ หากมีพยานหลักฐานเกี่ยวโยงไปถึงทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต ก็จะต้องดำเนินคดีอาญา โดยแยกสำนวนเป็นอีกสำนวนหนึ่ง
ส่วนในคดีนี้ที่พบพิรุธก็จะมีสถานที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะผู้เสียชีวิตซึ่งมีความผิดปกติ และลักษณะแตกต่างจากการฆ่าตัวตายแบบทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งอีกไม่นานนี้คดีนี้จะปรากฏต่อสังคมว่า ผู้เสียชีวิตนั้นตายเอง หรือมีผู้อื่นทำให้ตาย หลังจากนี้มาติดตามการสอบสวนของคดีต่อไป.
ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก ว่าที่ ร.ต.ชัชวาลย์ ว่า ครูปลาผู้ตายทราบว่ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ ผอ.รัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง ใน อ.หาดใหญ่ และเป็นคนดาวน์รถเก๋งป้ายยี่ห้อฮอนด้าซิตี้ สีขาว ได้ประมาณ 1 สัปดาห์ก็มาตายอย่างปริศนา โดยที่ญาติที่ อ.หาดใหญ่ เป็นคนแนะนำให้รู้จักกับ ผอ.คนดังกล่าว.