รองโฆษก ตร.ยันแจ้งข้อหา ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย 7 นักศึกษารุ่นพี่ ปวส. มทร.อีสาน รับน้องโหด ทำ "น้องเปรม" เสียชีวิต ลั่นหากพบใครเกี่ยวข้องอีก จะดำเนินคดีทุกราย

จากเหตุเศร้าสะเทือนใจวงการการศึกษา กรณีรุ่นพี่นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (นครราชสีมา) หรือ มทร.อีสาน ชวนรุ่นน้องปี 1 ไปเล่นเตะฟุตบอลที่ทุ่งนาบ้านหนองระเวียง ต.หนองระเวียง อ.เมืองนครราชสีมา แต่กลับให้ร่วมกิจกรรมรับน้องและรุมทำร้าย เป็นเหตุให้นายพัสยศ หรือเปรม ชลภักดี อายุ 19 ปี นักศึกษา ปวส.ชั้นปีที่ 1 สาขาช่างกลโรงงาน วิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพ เกิดหมดสติต้องรีบนำส่ง รพ.ค่ายสุรนารี อ.เมืองนครราชสีมา และสิ้นใจระหว่างทาง สร้างความโศกเศร้าเสียใจให้กับพ่อแม่และญาติพี่น้อง

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2565 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงถึงความคืบหน้าเพิ่มเติม การดำเนินคดีกับกลุ่มรุ่นพี่ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา ที่ได้นำรุ่นน้องออกไปจัดกิจกรรมรับน้องนอกสถานที่แล้วเกิดเหตุมีรุ่นน้องเสียชีวิต

หลังจากเกิดเหตุเมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องและส่งศพไปให้แพทย์นิติเวชทำการชันสูตรพลิกศพ เพื่อหาสาเหตุการตายและนำผลการตรวจมาประกอบสำนวนการสอบสวน
ความคืบหน้าทางคดีขณะนี้พนักงานสอบสวน สภ.มะเริง ได้เรียกตัวรุ่นพี่ที่เกี่ยวข้องในการกระทำความผิด จำนวน 7 ราย มาแจ้งข้อกล่าวหาในฐานความผิด ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย

หากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานแล้วพบว่ามีการกระทำความผิดอื่นอีก หรือมีผู้ที่เกี่ยวข้องในการกระทำความผิดเพิ่มเติมอีก พนักงานสอบสวนก็จะดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกรายต่อไป

...

ทั้งนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีด้วยความรวดเร็ว ตรงไปตรงมา พิสูจน์ทราบทำความจริงให้ปรากฏ ด้วยความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เน้นหลักนิติวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญในการรวบรวมพยานหลักฐานมาประกอบคดี

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ขอฝากคณะครูอาจารย์ของสถาบันต่างๆ ให้ช่วยลงไปกำกับดูแลการจัดกิจกรรมของนักเรียน นักศึกษา ควรมีมาตรการในการป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ การรับน้องแบบละเมิดสิทธิและความเสมอภาคจะต้องไม่เกิดขึ้นอีก พร้อมขอฝากเตือนและให้นำเหตุการณ์ดังกล่าวมาเป็นอุทาหรณ์ให้กับรุ่นพี่นักเรียน นักศึกษาจากสถาบันต่างๆ รวมถึงการจัดกิจกรรมที่ไม่คำนึงความปลอดภัยและไม่เหมาะสม ควรจัดกิจกรรมให้เป็นไปในทางสร้างสรรค์ คำนึงถึงความปลอดภัย ความพร้อมร่างกาย จิตใจ ของรุ่นน้อง หรือผู้เข้าร่วมเเต่ละบุคคล การจัดกิจกรรมจะต้องปรึกษาคณะครู อาจารย์ของสถาบันก่อน อย่าทำไปโดยพลการ ไม่ว่าจะเป็นด้วยความคึกคะนอง หรือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์แล้วเกิดการบาดเจ็บ หรือสูญเสีย ตัวผู้กระทำเองก็จะถูกดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย เสื่อมเสียชื่อเสียง เสียประวัติและอนาคต
หากประชาชนต้องการแจ้งข้อมูลหรือเบาะแสใดๆ สามารถแจ้ง Call Center สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ สายด่วนจราจร 1197 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง