"บิ๊กปั๊ด-บิ๊กใหม่" นำทีมเกาะติดล่า "ฉุย รักจันทร์" พร้อมพวกอีก 2 เชื่อยังกบดานใน อ.รัตภูมิ จ.สงขลา โดยส่งกำลังตำรวจปิดล้อมกลางป่าสวนยาง จนสามารถคุมตัวไอ้บ่าว คนสนิทที่รับซื้อยาบ้า โดยคาดว่ายังหนีไปได้ไม่ไกล

เมื่อันที่ 13 มี.ค. 65 พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ. สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบ.ผช.ตร. พล.ต.ท. จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ซึ่งยังคงเกาะติดอยู่ในพื้นที่นำกำลังติดตามไล่ล่า นายจำรัส รักจันทร์ หรือ ฉุย รักจันทร์ นายพงศกร สุวรรณมะโณ หรือ เจ อายุ 22 ปี นายอัฐพล ใหม่อ่อน หรือ รวย อายุ 21 ปี และนายเกรียงไกร ไชยพูล อายุ 27 ปี
คนร้ายที่เหลืออยู่เป็นวันที่ 4 ที่เชื่อว่าน่าจะยังคงกบดานอยู่ในพื้นที่ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา

และเมื่อช่วงเช้ามืดของวันนี้ ตร.ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 100 นาย เข้าปิดล้อมตรวจค้นที่ขนำกลางป่าสวนยาง ที่อยู่บนเขาพื้นที่บ้านคลองรำขัน หมู่ 10 ต.เขาคราม อ.รัตภูมิ จ.สงขลา หลังได้รับรายงานว่าผู้ต้องหาทั้งสามคนเข้าไปขอความช่วยเหลือจากคนสนิทที่อยู่ในเครือข่ายค้ายาเสพติดกลุ่มเดียวกัน และควบคุมตัว นายคำจร กุณโรจร อายุ 35 ปี หรือ บ่าวหรือข่าว ซึ่งเป็นคนสนิทและอยู่กลุ่มเดียวกันกับ ฉุย รักจันทร์ นายอัฐพล หรือรวย ซึ่งอยู่ในขนำ

...

จากการตรวจค้นภายในขนำยังพบอาวุธปืนกล็อก 9 มม.1 กระบอก ปืนลูกซองยาว 1 กระบอก ปืนลูกกรด ขนาด .22 อีก 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืน 9 มม.และ.22 อีกจำนวนหนึ่ง รวมทั้งยาบ้าประมาณ 100 เม็ด และอุปกรณ์เสพกัญชา โดยปืนกล็อก 9 มม.นายคำจร รับว่าเป็นของตนที่ซื้อมาจากเพื่อน

จากการสอบสวน นายคำจร ยอมรับว่ารู้จักกับ นายจำรัส หรือฉุยรักจันทร์ และนายอัฐพล หรือรวยจริง โดยเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 9 มีนาคม ก่อนเกิดเหตุยิงปะทะกัน นายอัฐพล หรือรวย ได้นำยาบ้ามาส่งให้ถุงประมาณ 200 เม็ด บริเวณทางเข้าหมู่บ้าน และหลังจากเกิดเหตุยิงกัน 2 วัน นายอัฐพล หรือรวย ได้โทรมาหา และนายจำรัส เดินทางมากับชายอีก 1 คนและหญิงอีก 1คน ซึ่งตนไม่รู้จักมารับโทรศัพท์ก่อนถึงขนำประมาณ 3 กิโลเมตร และสังเกตเห็นที่มือซ้ายของนายอัฐพล มีบาดแผลเหวอะหวะด้วย เมื่อถามก็บอกแค่ว่าโดนปืนมา แต่อ้างว่าตอนนั้นตนไม่รู้ว่าทั้ง นายจำรัส และนายอัฐพล ไปก่อเหตุยิงปะทะกับตำรวจมาเพราะไม่ได้คุยอะไรกันมากและอ้างว่าไม่รู้ข่าว และล่าสุดเมื่อเวลา 4 ทุ่มเมื่อคืนนี้ นายอัฐพล หรือรวยได้โทรมาสอบถามความเคลื่อนไหวของตำรวจว่าเข้ามาในพื้นที่หรือไม่ซึ่งตนก็ตอบว่าไม่มี และปฏิเสธไม่ทราบว่าทั้งสองคนหนีไปอยู่ที่ใด

นายคำจร ยังบอกอีกว่า รู้จักนายจำรัส หรือฉุย รักจันทร์ แต่ไม่ได้สนิทกัน เพียงแต่เคยว่าจ้างให้ตัดไม้ไปสร้างบ้านให้ แต่จะสนิทกับ นายอัฐพลมากกว่าเพราะติดต่อซื้อขายยาเสพติดกัน และยังรับว่าเมื่อคืนนี้เพิ่งเสพยาบ้ามา 2 เม็ด

จากการตรวจสอบประวัตินายคำจร พบว่าเคยถูกจับกุมในคดีลักลอบตัดไม้มาก่อนด้วย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 ได้ตรวจสอบเก็บหลักฐานและเก็บดีเอ็นเอวัตถุพยานเช่นอาวุธปืนที่พบภายในขนำไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้สอบสวนเจ้าของขนำพร้อมภรรยาและชายอีก 2 คนที่อยู่ในที่เกิดเหตุขณะเข้าตรวจค้นพร้อมกับตรวจดีเอ็นเอและลายนิ้วมือเพื่อดูว่าเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับคดีนี้หรือไม่ ส่วนคำจร ได้ควบคุมตัวไปสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมเพราะน่าจะเป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การหาเบาะแสไล่ล่าติดตามจับกุมคนร้าย เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาอาวุธปืนและยาเสพติดเอาไว้ก่อน


ส่วนผู้ต้องหาทั้งสามคนเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าขณะนี้ยังกบดานอยู่ในพื้นที่หรือไม่ เร่งสอบสวนขยายผลผู้ใกล้ชิดและคนสนิทเพิ่มเติมและยังคงเร่งติดตามไล่ล่าอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะจับกุมได้

...