ภรรยาสาวชาวหนองคาย ร้องสื่อ สามีถูกจับยาเสพติด แถมตำรวจซ้อมอาการสาหัสต้องเข้าไอซียู ร่ำไห้ทำรุนแรงเกินไป ด้านตำรวจโต้ทันควัน วิ่งหนีตำรวจชนกำแพงบ้าน ไม่ได้ถูกซ้อม ย้ำเป็นผู้ต้องหายาเสพติดรายสำคัญ มีคดีติดตัวหลายคดี

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มี น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 32 ปี ชาว อ.เมืองหนองคาย นำคลิปและภาพถ่ายใบหน้าผู้ชายได้รับบาดเจ็บใบหน้าฟกช้ำ ระบุว่าคือ นายวี (นามสมมติ) อายุ 34 ปี ซึ่งเป็นสามีของตนเอง ร้องเรียนต่อสื่อมวลชน เพื่อขอความเป็นธรรม เนื่องจาก นายวี ถูกตำรวจชุดสืบสวนหนองคายจับกุมในคดียาเสพติดและทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลหนองคาย

น.ส.เอ กล่าวว่า สามีตนเองถูกทำร้ายและหลักฐานไม่ชัดเจน จึงอยากให้สื่อมวลชนช่วยตรวจสอบ ว่าการที่สามีเกิดอุบัติเหตุต้องเข้าห้องไอซียู 3 วัน เป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่ในขณะจับกุมหรือไม่ ซึ่งตอนนี้สามีออกจากห้องไอซียูแล้ว รอการผ่าตัด จากการสอบถามสามีในเบื้องต้น สามีบอกว่าถูกจับตัว ถูกต่อยโดยชุดจับกุม ตอนนี้อาการยังไม่ดีขึ้น และเมื่อสามีออกจากห้องไอซียูตนได้ถ่ายคลิป พร้อมให้สามีเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า พอสามีไปถึงที่เกิดเหตุตำรวจได้เข้ามาต่อย จับกดน้ำ และบีบคอ ตนขอเรียกร้องให้ตำรวจหาข้อเท็จจริงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและอยากได้ความเป็นธรรม เป็นไปไม่ได้ที่เขาบอกว่าสามีตนหกล้ม เพราะจากอาการที่หมอบอก ใบหน้าสามีบวม มีเลือดออกปาก จนต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ นอนอยู่ในห้องไอซียู 3 วัน ต้องได้รับการผ่าตัดใบหน้าเนื่องจากกระดูกใบหน้าแตกทั้งหน้า

ทั้งนี้ในคลิปที่ น.ส.เอ ถ่ายไว้ มีคลิปที่พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ขณะไปโรงพยาบาลหนองคาย พยายามสอบถามเหตุการณ์และร้องไห้บอกว่า ตนมีลูกเล็กเพียง 4 เดือน จะจับก็จับไป ทำไมต้องทำร้ายร่างกายรุนแรงขนาดนี้ ถ้าสามีตายไปตนไม่ยอม ขณะที่เจ้าหน้าที่ก็นิ่งพยายามปลอบให้ใจเย็นๆ ไม่ให้ส่งเสียงดัง ส่วนอีกคลิปเป็นคลิปที่สามีเล่าเหตุการณ์ว่า ตอนแรกจอดรถแล้วเดินลงรถ แป๊บเดียวก็มีคนวิ่งเข้ามาตีจนไม่รู้สึกตัวและสลบไป ถูกสาดน้ำ บีบคอ คนทำเป็นตำรวจชุดจับกุม

ด้าน พ.ต.อ.ยุทธนา งามชัด ผกก.สภ.เมืองหนองคาย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้มีคนเข้ามาร้องเรียนว่า ลูกชายถูกตำรวจจับกุมยาเสพติดและถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส เข้าห้องไอซียูโรงพยาบาลหนองคาย ซึ่งจากการสอบถามทราบว่าเป็นการจับกุมยาเสพติดของตำรวจกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย โดยตนรับแจ้งความไว้ และจะตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

...

จากการตรวจสอบทราบว่าที่เกิดเหตุอยู่ที่บ้านหาดคำ ต.หาดคำ อ.เมืองหนองคาย โดยญาติผู้ต้องหาซึ่งเป็นผู้เสียหายในครั้งนี้ด้วย แจ้งว่าผู้แจ้งเหตุอยู่ที่บ้านหาดคำ ตนจึงไปดูที่เกิดเหตุทราบว่ามีพยานเห็นเหตุการณ์ จึงได้สอบปากคำทราบว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นที่บริเวณบ้านหลังนี้จริง แต่ตำรวจไม่ได้ซ้อม ขณะที่ตำรวจจะเข้าจับกุมผู้ต้องหาได้วิ่งหลบหนีอย่างรวดเร็วจนชนเข้ากับผนังกำแพงบ้านอย่างแรงจนทรุดฮวบลง ตำรวจจึงได้เข้าควบคุมตัวไว้ในที่เกิดเหตุ ส่วนคนเจ็บได้ส่งใบรับรองแพทย์ให้ทำการรักษาตามระเบียบกฎหมาย ซึ่งต้องรอผลแพทย์อีกครั้ง

ส่วนการที่ผู้ต้องหาอ้างว่าตำรวจซ้อมจับกดน้ำ บีบคอ นั้นเป็นเรื่องที่สามารถพิสูจน์ได้ทางนิติวิทยาศาสตร์ การกระทำดังกล่าวจะมีร่องรอย ซึ่งหากถูกกระทำดังกล่าวจริงจะมีร่องรอยที่คอ หากถูกจับกดน้ำก็ต้องมีแหล่งน้ำให้กด มีน้ำเข้าปอด เป็นหลักนิติวิทยาศาสตร์ต้องรอผลตรวจของแพทย์ต่อไป อีกทั้งตนได้สั่งการให้ตำรวจตรวจสอบไทม์ไลม์ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ทราบว่า เมื่อวันที่ 7 มี.ค.65 ผู้บาดเจ็บได้นำยาบ้า 1,200 เม็ด มาส่งให้ลูกค้าซึ่งเป็นสายลับ โดยออกจากบ้านในเขต ต.เวียงคุก อำเภอเมืองหนองคาย ช่วงเวลาประมาณ 21.09 น. ใช้เวลาประมาณ 10 นาที มาถึงที่เกิดเหตุ จับกุมเวลา 21.30 น. ผู้บาดเจ็บถึงโรงพยาบาลหนองคายประมาณ 22.00 น. เส้นทางจากจุดเกิดเหตุถึงโรงพยาบาลใช้เวลาประมาณ 10 นาที ดังนั้นช่วงเวลาเกิดเหตุน่าจะอยู่ช่วง 21.30-21.50 น. ตำรวจมีภาพถ่ายการจับกุม มีวันเวลาระบุไว้เป็นพยานหลักฐานต่อไป ซึ่งจากภาพถ่ายผู้ต้องหาที่ตำรวจถ่ายไว้ ผู้ต้องหามีสติ

นอกจากนี้ประวัติของผู้บาดเจ็บเคยถูกจับกุมมาทั้งหมด 3 ครั้ง เมื่อปี 2556 ถูกจับยาบ้า 200 เม็ด ในเขต สภ.เมือง หนองคาย ปี 2552 ครอบครองยาบ้าในเขต สภ.เวียงคุก ในปี 2561 ถูกจับกุมในเขต จ.อุดรธานี และล่าสุดเมื่อปี 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนพยายามเข้าจับกุมผู้ต้องหารายนี้ แต่ผู้ต้องหาได้กระโดดตึกสองชั้นหลบหนีไปได้ จากการตรวจสอบโทรศัพท์ของผู้ต้องหามีภาพการซื้อขายยาบ้าตลอด มีการโอนเงินจากผู้ซื้อเข้าบัญชีภรรยาของผู้บาดเจ็บ ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานตรงนี้เพื่อพิสูจน์ความผิดต่อไป

หลังจากนั้น พ.ต.อ.ยุทธนา งามชัด ผกก.สภ.เมืองหนองคาย ได้นำผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เป็นบ้านปูนชั้นเดียว ในชุมชนหาดคำ อ.เมืองหนองคาย และได้พบกับ น.ส.บี อายุ 29 ปี เจ้าของบ้านผู้เห็นเหตุการณ์ ได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังด้วยว่า ในวันเกิดเหตุตนอยู่ในบ้านและส่องหน้าต่างออกดู เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเมื่อตำรวจเปิดประตูบ้านออกไป ผู้ต้องหาตกใจวิ่งชนกำแพงบ้านของตนจนล้มลง ตำรวจพยายามจะเข้าจับกุมแต่ผู้ต้องหายังพยายามดิ้นรนหลบหนี โดยเจ้าหน้าที่ไม่ได้ซ้อม พอเห็นผู้ต้องหาวิ่งชนกำแพงแล้วมีเลือดออกจมูก ตำรวจร้องขอกระดาษชำระกับน้ำ 1 ขวด มาเช็ดเลือด และช่วยปฐมพยาบาลก่อนจะพาส่งโรงพยาบาล

พ.ต.อ.ยุทธนา กล่าวเพิ่มเติมว่า จากคำให้การของพยาน ผู้ต้องหาพยายามคลานหลบหนีทำให้มีรอยถลอกที่แขน ไม่มีการทำร้ายร่างกายใดๆ ทั้งสิ้น และที่เกิดเหตุเป็นดินลูกรังมีหญ้าขึ้นรก ไม่มีแหล่งน้ำที่จะทำการจับกดน้ำได้ตามที่กล่าวอ้าง.