รองโฆษก ตร.ชี้แจงเหตุระเบิดที่ยะลา เร่งสอบสวนหาผู้ที่ลงมือ โดย จนท.ยังไม่ตัดประเด็นใดๆ ออกไป มุ่งทำงานเชิงรุกเก็บพยานหลักฐาน เพื่อพิสูจน์ด้วยหลักนิติวิทยาศาสตร์ และหาข้อมูลเชิงลึกป้องกันเหตุ
เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 65 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ชี้แจงถึงกรณีเกิดเหตุระเบิดขึ้นในพื้นที่ จว.ยะลา ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลา 11.25 น. ของวันที่ 10 มี.ค. สภ.บันนังสตา รับแจ้งเหตุ คนร้ายไม่ทราบชื่อ ไม่ทราบจำนวน ลอบวางระเบิดที่บริเวณริมถนนเส้น 410 ตรงข้ามมัสยิดบ้านเตาปูน ม.3 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา พนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่ EOD และเจ้าหน้าที่ตำรวจในส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อทำการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ รายละเอียดของเหตุการณ์ทั้งหมดยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่อาสาทหารพรานได้รับบาดเจ็บ 4 ราย และประชาชนได้รับบาดเจ็บอีก 6 ราย รวมมีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 10 ราย ซึ่งไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งรักษายังโรงพยาบาลบันนังสตา
รอง โฆษก ตร.กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้มีนโยบายในการรักษาความสงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ภาครัฐและประชาชน ในการสอดส่องดูแลพื้นที่ชุมชนและสร้างเกราะป้องกันให้กับชุมชน รวมถึงหาข้อมูลในเชิงรุกเพื่อเป็นการป้องกันเหตุไปพร้อมกัน หากเกิดสถานการณ์ขึ้นก็ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี และเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ต่อไป
...
เพื่อเป็นการสนองนโยบายของนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. จึงกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยที่เกี่ยวข้องร่วมปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง เร่งทำการสืบสวนสอบสวนหาข่าวเชิงรุก เพื่อเป็นการป้องกันเหตุ และเร่งหาตัวผู้กระทำความผิดอย่างเต็มที่ รวมถึงการใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์ในการเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ การเก็บวัตถุพยานในสถานที่เกิดเหตุ และการตรวจพิสูจน์หลักฐาน ซึ่งในการสอบสวนยังไม่ตัดประเด็นมูลเหตุจูงใจใดๆ และกำชับให้เจ้าหน้าที่ระมัดระวังในการเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยให้มุ่งเน้นความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก
รองโฆษก ตร.กล่าวว่า ขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังในการเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงคอยเป็นหูเป็นตาในการจดจำบุคคลและคอยสังเกตวัตถุต้องสงสัยที่อาจถูกวางทิ้งไว้ในสถานที่ต่างๆ รวมถึงขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแสผู้ก่อเหตุในครั้งนี้หากพบเบาะแสใดๆ สามารถแจ้ง Call Center สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.