"ประสพโชค นิ่มเรือง" เปิดแถลงที่พรรคพลังท้องถิ่นไท ยืนยันความบริสุทธิ์ ไม่ใช่คนบงการคดียิงถล่ม 2 ศพรถตู้นายก อบต.บางสมบูรณ์ ปัดไม่รู้จักฉายากุมารขาว-กุมารดำ ที่โดนหมายจับ ยอมรับเป็นแค่น้อง ลั่นหากตำรวจจะจับไม่หนีไปไหน
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 นายประสพโชค นิ่มเรือง อดีตนายก อบต.บางสมบูรณ์ จ.นครนายก ซึ่งตกเป็นผู้ถูกกล่าวหามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดียิงถล่ม 2 ศพรถตู้นายก อบต.บางสมบูรณ์ คนปัจจุบัน เดินทางมาที่สำนักงานพรรคพลังท้องถิ่นไท ตั้งอยู่ภายในชุมชนตรอกข้าวสาร ถนนเตชะวณิช แขวงและเขตบางซื่อ กทม.
นายประสพโชค นิ่มเรือง อดีตนายก อบต.บางสมบูรณ์ เปิดใจกับสื่อมวลชนภายในที่ทำการพรรคพลังท้องถิ่นไท ยืนยันว่า ตนไม่ใช่คนบงการคดีใช้อาวุธสงครามลอบยิงถล่มรถตู้ นายญาณกร โท้ประยูร นายก อบต.บางสมบูรณ์ จ.นครนายก จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บ 2 คน สาเหตุที่มาเปิดใจภายในที่ทำการพรรคพลังท้องถิ่นไท ยืนยันว่า ไม่ได้ต้องการแอบอ้าง หรืออาศัยบารมี นายชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรค แต่เพราะมาประชุมเป็นประจำอยู่แล้ว เนื่องจากมีตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท
...
นายประสพโชค กล่าวยอมรับว่า ตนรู้สึกหวาดกลัวกับการใช้ชีวิต และเป็นห่วงความปลอดภัยของครอบครัว เนื่องจากหลังเกิดเหตุมักมีรถต้องสงสัย และชายฉกรรจ์ วนเวียนบริเวณหน้าบ้าน รวมถึงกลัวญาติผู้เสียชีวิตจะคิดแก้แค้น เพราะหลังเกิดเหตุตนก็ปรากฏในหน้าสื่อ ตกเป็นผู้ต้องสงสัย เลยอาจตกเป็นเป้า แต่ตนเองก็ยืนยันในความบริสุทธิ์ใจ หากตำรวจจะจับกุม ตนจะไม่หลบหนี และพร้อมเข้ามอบตัว ยืนยันว่าภายในพื้นที่ อบต.บางสมบูรณ์ ไม่มีอิทธิพล และไม่มีมาเฟีย
นายประสพโชค กล่าวต่ออีกว่า ส่วนกรณีที่มีการจับกุม นายภูริวัฒ นิ่มเรือง หรือ “อ๊อด” ฉายา กุมารดำ และออกหมายจับ นายรัฐพล ต้นสุวรรณรัตน์ หรือ “บิ๊ก” ฉายากุมารขาว ที่มีความสัมพันธ์กับตนนั้น นายประสพโชค ยืนยันว่า รู้จักในฐานะญาติ และเจ้านาย-ลูกน้อง โดยตนมีความสนิทสนมกับทุกคนในฐานะที่เป็นอดีตนายก อบต. แต่ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และส่วนตัวก็ไม่เชื่อว่าน้องชายจะเป็นผู้ก่อเหตุ จึงเตรียมยื่นหลักทรัพย์ประกันตัว และหากเจอหน้าจะถามว่า “ได้ก่อเหตุหรือไม่” ส่วนจะมีใครไปแก้แค้นแทนนายหรือไม่ ตนก็ไม่สามารถจะไปรับรู้ได้
นายประสพโชค ยืนยันอีกว่า ตนไม่รู้ฉายา กุมารดำ-กุมารขาว และไม่ทราบว่าฉายานี้มาจากไหน ใครเป็นคนตั้ง ยืนยันว่าตนไม่ใช่พ่อกุมารดำและกุมารขาว เพราะเป็นพี่น้องจะมาเรียกพ่อได้อย่างไร
นายประสพโชค ระบุอีกว่า สังคมอย่าเพิ่งพุ่งเป้าไปที่ประเด็นประเด็นการเมืองท้องถิ่น การหาเสียงในอดีต รวมถึงความขัดแย้งเรื่องแพ โดยยอมรับว่าแพมีการไปผูกที่บ้านผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านจริง แต่ไม่ได้นำมาเปิดเป็นร้านหมูกระทะ มีเพียงสมาชิก อบต. หรือกำนันผู้ใหญ่บ้าน นำอาหารไปจัดเลี้ยงเพียงบางครั้ง
นายประสพโชค กล่าวอีกว่า ตนอยากให้สื่อหรือตำรวจไปย้อนดูคดีใช้อาวุธสงครามสังหาร 5 ศพ ในพื้นที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เมื่อปี 2555 และตรวจสอบประวัติของฝั่งตรงข้ามว่ามีศัตรูหรือมีความขัดแย้งกับบุคคลใดบ้าง
ส่วนการสังหารครั้งนี้ใครจะได้ประโยชน์ตนตอบไม่ได้ ขึ้นอยู่กับตำรวจสืบสวน ตอนนี้ไม่อยากพูดคุยกับใครทั้งสิ้น และครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่พูดคุยกับสื่อมวลชน และจะไม่พูดคุยกับฝั่งนายก อบต.คนปัจจุบัน ส่วนก่อนหน้านี้ที่ติดต่อไม่ได้ ตนยืนยันว่าไม่ได้ล่องหนไปไหน ทิ้งโทรศัพท์ไว้ที่บ้าน เนื่องจากมีคนติดต่อเข้ามาหาเยอะ และเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย แต่หากจะตำรวจจะติดต่อให้ติดต่อผ่านทนายได้ ส่วนกรณีขอกำลังตำรวจมาดูแลความปลอดภัย ที่ผ่านมาก็มีเจ้าหน้าที่มาสอบถาม แต่ตนเองปฏิเสธ เพราะไม่รู้ว่าใครเป็นตำรวจจริงหรือปลอม.