รักษาราชการแทน ผกก.สภ.บางเสาธง สั่งลูกน้องโทรขอโทษหญิงสาวผู้เสียหายแล้ว ปมพูด มาแจ้งความทำไม จะไปเอาอะไรกับเขาอีก แค่มีถนนให้ใช้ก็บุญแล้ว เผยเตรียมพูดคุยปรับความเข้าใจที่โรงพักในวันศุกร์นี้
จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์เหตุการณ์ขับรถชนฝาท่อที่หลุดออกจากถนนเป็นหลุมบ่อ จนอ่างถังน้ำมันเครื่องแตก และยางแตก และมีรถจักรยานยนต์เสียหลักล้มอีก 2 คัน เมื่อไปแจ้งความที่ สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ตำรวจกลับถามว่า มาแจ้งความทำไม ชี้เป็นความประมาทของคนขับเอง พร้อมย้ำร้องเรียนไปก็ไม่ได้อะไร จะไปเอาอะไรกับเขาอีก แค่เขามีถนนดีๆ ให้ใช้ก็บุญแล้ว นั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 นางสาวเอ (นามสมมติ) อายุ 26 ปี ผู้เสียหาย เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณ 5 ทุ่ม หลังเลิกงานได้ขับรถยนต์นิสสัน มาร์ช หมายเลขทะเบียน ญล 7750 กรุงเทพมหานคร เพื่อกลับที่พักย่านจังหวัดปทุมธานี แต่ระหว่างทางผ่านมาถึงที่เกิดเหตุ ถนนเทพรัตน ช่องทางคู่ขนานขาเข้า กม.ที่ 22 ต.ศีรษะจรเข้ใหญ่ อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ หน้าทางเข้าวัดมงคลนิมิตร ได้เกิดอุบัติเหตุรถชนกับฝาท่อที่โผล่ขึ้นเหนือพื้นผิวกลางถนนที่เป็นเป็นหลุมบ่อ โดยไม่มีกรวย หรือป้ายสัญลักษณ์จราจรกั้นเตือน ทำให้หม้อน้ำรถยนต์แตก ได้รับความเสียหาย ค่าซ่อมกว่า 30,000 บาท
...
โดยก่อนที่ตนเองจะประสบอุบัติเหตุในจุดดังกล่าว มีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เชนท่อ ตกหลุม บาดเจ็บแล้ว 4 ราย ในเวลาไล่เลี่ยกัน จึงตัดสินใจไปแจ้งความที่ สภ.บางเสาธง เพื่อที่จะนำหลักฐานไปประกอบการฟ้องร้อง และอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามารับผิดชอบ หรือปรับปรุงการซ่อมถนน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ แต่ตำรวจกลับทำท่าทีไม่รับแจ้งความ และถามว่ามาแจ้งความทำไม ขับรถประมาทเอง
ขณะที่ พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.ภ.จว.จังหวัดสมุทรปราการ รักษาราชการแทน ผกก.สภ.บางเสาธง หลังทราบเรื่องได้ให้นายตำรวจท่านหนึ่งโทรศัพท์มาขอโทษเรื่องการให้บริการ และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับแจ้งความคนดังกล่าว โดยจะขอให้เข้าไปพูดคุยปรับความเข้าใจกันที่โรงพักในวันศุกร์นี้
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ พบว่ามีหน่วยงานที่รับผิดชอบในเส้นทางมาทำการปิดฝาท่อ และนำยางมะตอยมากลบหลุมบ่อกลางถนนแล้ว ขณะที่ชาวบ้านบอกว่าอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบมาดูแลปรับปรุงพื้นผิวถนนที่ชำรุด เนื่องจากมีรถใช้เส้นทางเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูแลเรื่องไฟส่องสว่าง เนื่องจากตรงจุดนี้ไฟทางดับมานาน รถที่วิ่งไปมามองไม่เห็นทาง ทำให้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง