"บิ๊กโจ๊ก" ล่องใต้แถลงรวบโจ๋ 20 บุกเดี่ยวควงปืนจี้บูธแลกเงิน ตปท.กลางเมืองป่าตอง กวาดเงินเผ่น กว่า 2 แสนบาท จี้ปราบปืนเถื่อน พร้อมกำชับเพิ่มมาตรการป้องกันเหตุร้ายในพื้นที่-ปรับปรุงสภาพแวดล้อม เพื่อลดความเสี่ยงอาชญากรรม

จากกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวตามสื่อต่างๆ เหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกชิงทรัพย์ตู้แลกเปลี่ยนเงิน ได้ทรัพย์สินไปเป็นเงินสดสกุลต่างชาติ คิดเป็นเงินไทยมูลค่า 226,918 บาท และเงินสดสกุลไทยอีก 3,418 บาท ก่อนหลบหนีไป เมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา เหตุเกิดบริเวณตรงข้ามห้างบิ๊กซีสาขาจังซีลอน ถ.ผังเมืองสาย ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.ป่าตอง ต่อมา พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผช.ผบ.ตร. ให้ดําเนินการสืบสวนและจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุอย่างอุกอาจอย่างเร่งด่วน ต่อมา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ จึงสั่งการให้ พล.ต.ท.อําพล บัวรับพร ผบช.ภ.8, พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ รอง ผบช.ภ.8, พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8, พล.ต.ต.เสริมพันธุ์ ศิริคง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต, พ.ต.อ.บัณฑิต ขาวสุธรรม ผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต และ พ.ต.อ.สุจินต์ นิลบดี ผกก.สภ.ป่าตอง ให้ดําเนินการสืบสวนจับกุมตัวคนร้ายดังกล่าว เนื่องจากเป็นเหตุอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญ และคนร้ายใช้อาวุธปืนในการก่อเหตุ

ต่อมาเมื่อวันที่ 17 ก.พ.65 เจ้าหน้าที่ตํารวจ ภ.จว.ภูเก็ต และ สภ.ป่าตอง ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อยื่นคําร้องต่อศาลจังหวัดภูเก็ต และศาลได้อนุมัติหมายจับและสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุดังกล่าวได้ จํานวน 1 ราย ทราบชื่อคือ นายเสกสรรค์ วงษวิราช อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 74 หมู่ที่ 14 ต.บ่อรัง อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ตํารวจยังสามารถตรวจค้นและยึดของกลางได้หลายรายการ ประกอบด้วย เสื้อผ้า กางเกง รองเท้า และถุงมือที่คนร้ายสวมใส่ขณะก่อเหตุ รวมทั้งอาวุธปืนพกสั้น แบบไทยประดิษฐ์ ขนาดเบอร์ 9 จํานวน 1 กระบอก และสามารถติดตามทรัพย์สินกลับคืนมาได้อีกจํานวนหนึ่ง ประกอบด้วย เงินสดจํานวน 90,000 หมื่นบาท โทรศัพท์มือถือ จํานวน 1 เครื่อง และสร้อยคอทองคําหนัก 1 สลึง จํานวน 1 เส้น

...

โดยพฤติการณ์ในวันเกิดเหตุนั้น คนร้ายได้สวมเสื้อฮู้ดแขนยาวสีดํา นุ่งกางเกงขายาวสีดํา ใส่ถุงมือสีดํา สวมหมวกโม่งสีดํา จากนั้นไปซุ่มอยู่ที่บริเวณพื้นที่ด้านหลังร้านแลกเงินที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นพื้นที่ร้างไม่มีแสงสว่าง จากนั้นได้ตรงไปที่ประตูด้านหลังร้านแลกเงิน แล้วใช้อาวุธปืนทุบประตูกระจกของร้าน จากนั้นได้เข้ามาภายในร้านและใช้อาวุธปืนข่มขู่พนักงานประจําร้านให้ส่งมอบเงินให้ ก่อนวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่าด้านหลังร้าน ซึ่งการกระทําดังกล่าวถือเป็นความผิดฐาน "ชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน และมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต"

ด้าน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีที่มีความอุกอาจมาก เนื่องจากคนร้ายมีการใช้อาวุธปืนเพื่อข่มขู่ให้เหยื่อกลัว ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยทั่วไป จากนี้จะได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตํารวจมีการปราบปรามอาวุธปืนผิดกฎหมายในพื้นที่ให้มากขึ้น รวมทั้งเพิ่มมาตรการในการป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้  ไม่ว่าจะเป็นการตรวจตราของเจ้าหน้าที่ตํารวจ และการปรับปรุงสภาพแวดล้อมเพื่อลดความ เสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม