จับแล้วลุงปืนโหด ยิงแม่เพื่อนหลานดับ ผบก.น.8 สอบปากคำด้วยตัวเอง เผยชนวนเหตุเสียใจ-น้อยใจหลานไม่อยากอยู่ด้วย และยั่วยุทางเฟซบุ๊ก ท้าทายกันไปมา

กรณีลุงปืนโหดใช้อาวุธปืนจ่อยิง น.ส.สุจิตรา เทพศิรินทร์รัตน์ อายุ 35 ปี อาชีพรับเหมาก่อสร้าง 3 นัดเข้าที่ใบหน้าและลำคอ จนเสียชีวิต และมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย เหตุโมโหที่ น.ส.ลำดวน (นามสมมติ) หลานทอม วัย 15 ปี หนีไปนอนบ้านเพื่อนนานเกือบสัปดาห์ เหตุเกิดภายในซอยสิงหเจริญอุทิศ 4 แยกซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 18 แขวงบุคคโล เขตธนบุรี เมื่อกลางดึกวันที่ 13 ก.พ.65 ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ แผนกนิติเวช รพ.จุฬาฯ นายกรีรติ ก๊กทรัพย์ อายุ 32 ปี แฟนของ น.ส.สุจิตรา เทพศิรินทร์รัตน์ อายุ 35 ปี เดินทางมารับศพแฟนสาว เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดดาวคะนอง

นายกรีรติ กล่าวว่า เหตุดังกล่าวเกิดจากการที่ น.ส.ลำดวน ลูกบุญธรรมของคนร้าย ทะเลาะกับทางบ้าน เนื่องจากพ่อแม่ไม่มีเหตุผล แฟนตนสงสารจึงให้มาพักอาศัยที่บ้าน ซึ่งคู่กรณีคงไม่เข้าใจและคิดว่าแฟนตนต้องการกักตัว น.ส.ลำดวน ไว้ ที่ผ่านมา น.ส.ลำดวน มักเล่าว่า ถูกพี่สาวทำร้ายร่างกายบ่อย ก่อนหน้าทางบ้านของ น.ส.ลำดวน ก็โทรมาตามให้กลับบ้าน น.ส.ลำดวน กลัวว่ากลับไปเพียงคนเดียวจะถูกทำร้าย แฟนตนจึงไปส่งที่บ้านด้วยกันหลายคน ซึ่งวันเกิดเหตุตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่รับรู้มาว่าเคลียร์ปัญหากันไม่ได้ ฝั่งคู่กรณีไม่เข้าใจจึงไล่ยิง

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงประเด็นที่ผู้ตายพกมีดและทำร้ายร่างกายคู่กรณีก่อน นายกรีรติ กล่าวว่า คิดว่าไม่น่าจะเป็นความจริง แฟนของตนเป็นผู้หญิงจะพกมีดไปทำไม

ด้าน นายเอ (นามสมมมติ) อายุ 15 ปี ลูกบุญธรรมของผู้ตาย กล่าวว่า วันเกิดเหตุ แม่ไม่ได้พกอาวุธมีดไป พวกตนแค่ไปส่ง น.ส.ลำดวน กลับบ้านตามปกติที่เคยพาไป เพราะพี่สาวของ น.ส.ลำดวน ได้โพสต์ต่อว่าพวกตนในเฟซบุ๊ก ทำนองว่าจะกักตัว น.ส.ลำดวน ไว้ทำไม จึงมีปากเสียงกัน เมื่อพา น.ส.ลำดวน ไปถึงที่บ้านก็มีปากเสียงกันอีก พ่อบุญธรรมของ น.ส.ลำดวน ได้เข้ามาตี น.ส.ลำดวน แม่บุญธรรมของตนจึงไม่พอใจและเข้าไปห้าม กลุ่มคู่กรณีจึงเข้ามาทำร้ายพวกตน แม่ของตนจึงออกตัวแทน พ่อบุญธรรมของ น.ส.ลำดวน ได้พูดขึ้นมาทำนองว่า "มึงจะจบไม่จบ" และสั่งให้วัยรุ่นทำร้ายพวกตน จนนำไปสู่เหตุดังกล่าว ส่วนตนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

...

ต่อมา เวลา 14.00 น. ที่ สน.บุคคโล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผบก.น.8 พร้อม พ.ต.อ.นิภพล สุขนิยม ผกก.สส.บก.น.8 และชุดสืบสวน กก.สส.บกน.8 ได้ควบคุมตัว นายเสมา ขจรพันธ์ อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับเลขที่ จ.88/2565 ลงวันที่ 13 ก.พ.65 ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา พร้อม นายภานุสรณ์ เศรษฐพฤกษา อายุ 30 ปี ตามหมายจับที่ จ.89/2565 ลงวันที่ 13 ก.พ.65 ในข้อหาเดียวกัน ซึ่งทั้ง 2 ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวหลังพนักงานสอบสวน สน.บุคคโล ไปยื่นศาลขออนุมัติศาลอาญาธนบุรี ข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาไว้ก่อนแล้ว โดยนัดไปรับตัวที่แมนชั่นแห่งหนึ่งในซอยเทอดไท 86 ถนนพัฒนาการ แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ นำตัวเข้าห้องประชุมเพื่อสอบสวนเบื้องต้น โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 ไม่ยอมให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด

พล.ต.ต.มานพ เปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน บก.น.8 ได้ทำการเข้าควบคุมตัวนายเสมา ภายหลังจากที่ทางพนักงานสอบสวน สน.บุคคโล ขออนุมัติหมายจับข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่น เมื่อช่วงเวลาประมาณ 12.00 น. ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าจะเข้ามอบตัวก็ตาม คือการจับตามหมาย

จากการสอบสวนเบื้องต้น น.ส.ลำดวน ที่อยู่กับผู้เสียชีวิต เป็นลูกของน้องชายแท้ๆ ของผู้ต้องหา ที่ขอมาเลี้ยงไว้ 2 คนตั้งแต่เล็กๆ จึงมีความผูกพันกันมาก เมื่อมีปากเสียงกันบ้าง น.ส.ลำดวน ก็มักจะหลบไปพักที่บ้านผู้ตาย ช่วงเกิดเหตุผู้เสียชีวิตนำเด็กมาส่งที่บ้าน แต่เกิดการโต้เถียงกัน จนเด็กพูดว่าไม่อยากอยู่ด้วยแล้ว จึงทำให้ผู้ต้องหารู้สึกเสียใจอย่างมาก อย่างไรก็ตาม มีคำให้การของพยานยืนยันว่า ผู้เสียชีวิตใช้อาวุธมีดแทงที่บริเวณท้องด้านซ้ายของผู้ก่อเหตุ เมื่อตรวจสอบพบว่ามีบาดแผลจริง จึงต้องส่งตัวไปทำแผลที่โรงพยาบาลเสียก่อน เพราะผู้ต้องหาป่วยเป็นโรคเบาหวาน เกรงว่าจะติดเชื้อ แล้วจะนำตัวกลับมาสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม

ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ผู้ต้องหาอ้างว่าโยนทิ้งไปในคูน้ำริมถนนกัลปพฤกษ์ อยู่ระหว่างขอกำลังนักประดาน้ำร่วมค้นหา ส่วนจะมีการแจ้งข้อหาอาวุธปืนเพิ่มหลังเจออาวุธปืนหรือไม่ เนื่องจากมีการยืนยันว่าอาวุธปืนไม่มีทะเบียน อาจจะมีการแก้ไขข้อมูล แจ้งข้อหาเพิ่มเติมในจุดนี้ต่อไป

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดคนที่ 1 ใช้อาวุธปืนยิง และคนที่ 2 ขี่รถจักรยานยนต์พาหลบหนี โดยขออนุมัติข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา ส่วนชนวนเหตุเกิดจากการยั่วยุทางเฟซบุ๊ก ท้ากันไปมา มีการนัดมาพบกัน ตอนนี้พบผู้ก่อเหตุเพียง 2 คน หากพบใครมีส่วนเกี่ยวข้องก็จะต้องดำเนินคดีด้วยเช่นกัน