ออกหมายจับ "2 มือปืน" ชาวแคนาดา "ฆ่ามาเฟียต่างชาติ" ในพื้นที่ภูเก็ตแล้ว เล็งประสานตำรวจสากลออก "หมายแดง" แจ้ง 195 ชาติสมาชิกให้ข้อมูล-จับกุม ส่งผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีในไทย ย้ำตำรวจทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดทำคดีตามขั้นตอนกฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน-นักท่องเที่ยว
เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 65 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวชี้แจงถึงความคืบหน้า กรณีกลุ่มผู้ต้องหาก่อเหตุฆาตกรรมชายชาวต่างชาติในพื้นที่ จ.ภูเก็ต หลังวันที่ 9 ก.พ. ที่ผ่านมา พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.พร้อมคณะ ได้เดินทางมายังห้องประชุม ศปก.ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เพื่อประชุมเร่งรัดการดำเนินคดีและติดตามจับกุมกลุ่มผู้ต้องหา ที่ได้ก่อเหตุฆาตกรรมชายชาวต่างชาติ เมื่อวันที่ 4 ก.พ. บริเวณหน้าวิลล่าริมหาดโรงแรมแห่งหนึ่ง บนถนนวิเศษ ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ว่า วันนี้พนักงานสอบสวนได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อประกอบการได้ยื่นคำร้องขอหมายจับต่อศาลจังหวัดภูเก็ต และศาลจังหวัดภูเก็ตได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง 2 ราย อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นชายสัญชาติแคนาดา ในข้อหา "ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน หรือเพื่อตระเตรียมการ หรือเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนอันสมควร และยิงปืนโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน" มีอายุความ 20 ปี
พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวต่อว่า ขั้นตอนต่อไปหลังจากศาลได้ออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะประสานไปยังองค์การตำรวจสากล เพื่อพิจารณาออกหมายแดง (Red Notice) เพื่อแจ้งให้ประเทศสมาชิกทั้ง 195 ประเทศทั่วโลก ให้ช่วยดำเนินการแจ้งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ พร้อมทั้งทำการจับกุมตัว เพื่อเข้าสู่กระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีในไทยต่อไป
...
พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวต่อว่า ขอเรียนชี้แจงเพิ่มเติมว่า ผบ.ตร.ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดทำการสืบสวนและติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยว อีกทั้งปัจจุบันมีการนำเสนอข่าว ที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวอย่างแพร่หลายบนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งอาจทำให้สังคมเกิดความสับสนและเข้าใจผิดได้ จึงขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากทางราชการเท่านั้น หากมีความเพิ่มเติมใดๆ จะประกาศให้ทราบต่อไป.