ศพน้องเต็น สาว 18 กลับถึงวัดบ้านเกิดที่ อ.เลาขวัญ กาญจนบุรี พ่อไม่เชื่อมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับฆาตกร เพราะรู้ลูกมีแฟนแล้ว เป็นหนุ่มลาว โทรคุยกันทุกวัน ส่วนป้าผู้ต้องหา เชื่อหลานชายทำไปเพราะเมายาบ้า เผยติดยาตั้งแต่ ม.3

เวลา 14.00 น. วันที่ 5 ก.พ. 65 นายประสาน หมทอง พ่อของน้องเต็น หรือนางสาวสุมิตา พลเสน อายุ 18 ปี ผู้เสียชีวิตถูกฆ่าและนำศพยัดกล่อง ในพื้นที่ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี เดินทางไปรับศพน้องเต็น จากนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ มาถึงที่วัดชุมนุมพระ หมู่ 8 ต.หนองฝ้าย อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี ที่มีการจัดเตรียมทำพิธีบำเพ็ญกุศล บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยนำศพใส่โลง ยกขึ้นแท่นเพื่อรอการประดับหน้าโลง

จากนั้น นายประสาน ผู้เป็นพ่อ ได้จุดธูปและกอดโลงศพและบอกกับศพลูกสาวว่า “พ่อได้พาลูกกลับบ้านแล้วนะ ขอให้ลูกไปสู่สุคติ และขอให้คนที่มันฆ่าลูก ต้องทุกข์ทรมานเจ็บปวดอย่างที่ลูกและพ่อต้องเจอด้วย”

นายประสาน กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตัวเองนั้นไม่เชื่อที่ นายแป๊บ หรือนายธนากร อรัญทอง ผู้ก่อเหตุ อ้างว่า ลูกสาวไปแอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งเชิงชู้สาวกับเขา โดยที่พ่อไม่รู้ เพราะที่ผ่านลูกสาวบอกตลอดว่า มีแฟนหนุ่มคุยอยู่แล้ว และจะโทรศัพท์คุยกันทุกคืน วันก่อนที่จะถูกฆ่าตาย ก็ยังคุยกับแฟนหนุ่มอยู่เลย "การที่ผู้ก่อเหตุอ้างแบบนี้ ลูกสาวไม่ได้มีโอกาสตื่นขึ้นมาพูดความจริงได้ และคิดว่าผู้ก่อเหตุไม่ใช่ลูกผู้ชาย" ส่วนสาเหตุที่ลูกสาวถูกทำร้าย อาจจะเพราะนายแป๊บแอบชอบลูกสาว และเห็นเดินผ่านหน้าห้องเป็นประจำทุกวัน

...

ด้าน นายพาย แฟนหนุ่มของน้องเต็น ซึ่งเป็นชาว สปป.ลาว ได้เปิดเผยทางวิดีโอคอลว่า แฟนสาวถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม ตัวเองเสียใจมาก และอยากจะถามผู้ต้องหาว่า ฆ่าแฟนผมทำไม เต็นไปทำอะไรให้ และตัวเองไม่เชื่อเด็ดขาดว่าน้องเต็นจะแอบไปคบกับนายแป๊บ เพราะที่ผ่านมาคุยโทรศัพท์กับน้องเต็นตลอด วันนี้ไม่มีโอกาสเดินทางไปร่วมงานศพของแฟนสาวได้ แต่ก็ขอให้น้องเต็นไปอยู่บนสวรรค์ ซึ่งได้ทำบุญเมื่อเช้านี้ส่งไปให้น้องเต็นแล้ว

ขณะเดียวกันที่ จ.สุพรรณบุรี เวลา 15.30 น. เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.สุพรรณบุรี ได้เข้าเก็บหลักฐานเพิ่มเติมที่ห้องพักของนายธนากร คนร้าย และ น.ส.สุมิตา หรือน้องเต็น ผู้ตาย เพื่อเก็บหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อให้มีพยานหลักฐานที่แน่นหนารัดกุมยิ่งขึ้น โดนพบกล่องพลาสติกสีเขียวในห้องน้ำร้าง ข้างบันไดทางขึ้นหอพัก เป็นกล่องพลาสติกขนาดใหญ่สีเขียว ยาวประมาณ 70 ซม. และสูงประมาณ 50 ซม. สภาพแตก ลักษณะคล้ายกับถูกวัตถุบางอย่างยัดลงไปจนแตก ซึ่งเป็นกล่องของน้องเต็นผู้ตายที่หายไป ภายในกล่องพบเศษชิ้นส่วนของสายยกทรงหล่นอยู่ 1 ชิ้น คาดว่าอาจจะเป็นกล่องที่คนร้ายนำร่างน้องเต็นยัดใส่ทีแรก แล้วกล่องเกิดแตก จึงนำกล่องสีดำใบที่พบมาใส่ศพแล้วนำไปทิ้ง จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ทีมข่าวที่ จ.กาญจนบุรี ได้นำภาพกล่องให้นายประสานพ่อน้องเต็นดู นายประสานบอกว่า ไม่แน่ใจว่าเป็นของลูกสาวหรือไม่ เท่าที่จำได้ไม่เคยเห็น ซึ่งก็อาจจะเป็นไปได้ที่นายแป๊บพยายามหาอุปกรณ์ในการนำศพลูกสาวออกไปทิ้ง แต่ไม่สำเร็จ จึงให้คนมาช่วย แต่ก็ต้องรอให้ตำรวจตรวจพิสูจน์ก่อน

ส่วนที่หมู่บ้านหนองมะงง ม.4 ต.คำบง อ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นบ้านของภรรยานายธนากร อรัญทอง อายุ 20 ปี ผู้ต้องหา ได้มีญาติฝ่ายนายธนากร จาก ต.หนองแวง อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ เดินทางมาเยี่ยมและสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ นางสาวปิยะพร กาญจน์จันดา อายุ 18 ปี ภรรยานายธนากร และนางบัวผัน กาญจน์จันดา อายุ 64 ปี ยายของนางสาวปิยะพร โดยมี นายธงชัย ปลื้มไชโย ผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองมะงง พร้อมเพื่อนบ้านร่วมให้กำลังใจ

นางบัวผัน กาญจน์จันดา อายุ 64 ปี ยายของนางสาวปิยะพร กล่าวว่า ปกตินายธนากร หรือแป๊บ หลานเขย เป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดจากับใคร แต่ขยันทำงาน โดยไปทำงานรับจ้างก่อสร้างกับเพื่อนบ้าน หลังจากที่รับจ้างก่อสร้างถนนภายในหมู่บ้านเสร็จ ก็เดินทางไปทำงานที่ จ.สุพรรณบุรี กับญาติทาง อ.สมเด็จ ซึ่ง 1-2 เดือนจะกลับมาเยี่ยมลูกเมียแล้วกลับไปทำงานอีก ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้กลับมาเยี่ยมบ้านโดยบอกว่าคิดถึงลูก แต่ไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังว่าไปทำอะไรมา เห็นแต่นอนเล่นกับลูก ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ก่อนที่เมื่อวานนี้เวลาประมาณ 16.00 น. มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแจ้งว่านายธนากรเป็นผู้ต้องหา ทำให้ตนและนางสาวปิยะพรซึ่งเป็นภรรยาตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่อึ้ง ยืนงง และไม่อยากเชื่อว่าจะนายธนากรจะเป็นคนร้ายฆ่าคน อย่างไรก็ตามเมื่อมาถึงขั้นนี้ก็ขอให้ปล่อยตามกระบวนการทางกฎหมาย ผิดก็ขอให้ยอมรับผิด

...

ด้านนางประกาย วงษ์ชัยชาญ อายุ 46 ปี ป้านายธนากร หรือแป๊บ กล่าวว่า นายธนากรพ่อแม่หย่าร้างกัน ตนเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก มีความรักความผูกพัน และส่งเสียให้เรียนเหมือนลูกในไส้ แต่พอเรียนชั้น ม.1-ม.2 ก็เริ่มติดเกม และพอขึ้น ม.3 เริ่มยุ่งเกี่ยวยาเสพติด ซึ่งตนและญาติพยายามห้ามปรามและควบคุมความประพฤติอย่างเต็มที่ แต่ก็พลาดจนได้ เนื่องจากยาเสพติดระบาดมาก จนกระทั่งได้พาไปบำบัดรักษา เริ่มห่างจากยาเสพติด เมื่อมาได้ภรรยาที่ อ.ห้วยผึ้ง ก็วางใจคิดว่าจะกลับตัวกลับใจได้ ไม่คิดว่าจะหันไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก

"มั่นใจว่าเหตุที่นายธนากรหลานชายตกเป็นผู้ต้องหาฆ่าคนตาย เกิดจากเสพยาเสพติดและมีพฤติกรรมเลียนแบบอย่างที่เคยเห็นในข่าวแน่นอน ซึ่งนายธนากรก็ยอมรับสารภาพ หลังจากนี้ญาติทุกคนก็คงต้องทำใจ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะดำเนินการตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามอยากวิงวอนให้เจ้าหน้าที่ปราบปรามอย่างเข้มงวดและจริงจัง เพราะยาบ้าระบาดมาก ไม่อยากให้ลูกหลานรุ่นหลังไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และไม่อยากจะให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นกับคนอื่นอีก".