ตำรวจ สน.สำเหร่ นำตัวหนุ่มวัย 37 ปี สอบปากคำเครียด เพื่อค้นหาอาวุธปืนสงครามที่ใช้กราดยิงในวงเหล้าจนมีคนตาย 1 เจ็บ 1 ที่บ้านในซอยกรุงธนบุรี 6 ล่าสุด จนท.ประดาน้ำพบปืนของกลางที่ใช้ก่อเหตุแล้ว
จากกรณี นายอนุสรณ์ บัวประเสริฐ อายุ 37 ปี หนุ่มลูกจ้างร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อหม้อไฟชื่อดังย่านพระราม 3 ก่อเหตุสุดอุกอาจ ใช้อาวุธปืนสงครามก่อเหตุยิงในวันเกิดเพื่อนรุ่นพี่ มีผู้เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บ 1 คน หลังไม่พอใจที่ถูก นายสมบูรณ์ แซ่กัง อายุ 50 ปี คนรู้จัก ตบศีรษะและรุมด่าสั่งสอนเนื่องจากประพฤติตัวไม่เหมาะสมทำเสียงเอะอะโวยวาย เหตุเกิดในบ้านพักซอยกรุงธนบุรี 6 เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2565 พลตำรวจตรีมานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 เปิดเผยว่า หลังศาลอนุมัติหมายจับกุม รวม 3 ข้อหา เมื่อช่วงเย็นวานนี้ จากนั้นตำรวจสืบสวนนครบาล 8 ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เข้าจับกุมตัว นายอนุสรณ์ ได้ขณะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีมาอยู่ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ที่ใช่หลบหนี และจากการสอบปากคำเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุดังกล่าวจริง เนื่องจากก่อนเกิดเหตุได้มีการดื่มสุรารวมถึงเสพยาเค และคู่กรณีมีการต่อว่าและมาตบหัว ทำให้ไม่พอใจ ก่อนกลับไปเอาอาวุธปืนสงครามมาก่อเหตุ และขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี นำปืน ไปทิ้งพงหญ้าในเส้นทาง และในคลองรางแม่น้ำ (บางมด) ถนนเลียบทางด่วนกาญจนาภิเษก พื้นที่รอยต่อทุ่งครุ สมุทรปราการ ใกล้โรงเรียนสวนกุหลาบธนบุรี
...
จากนั้นเมื่อช่วงเที่ยงวันนี้ ผบก.น.8 ลงพื้นที่จุดที่นายอิ๋วอ้างว่าได้นำอาวุธปืนสงครามที่ใช้ก่อเหตุโยนทิ้งบริเวณสะพานลอยคลองบางมด ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งตั้งแต่คืนเมื่อวานที่ผ่านมา ตำรวจได้จับกุมตัวนายอิ๋วได้ ก็ได้รีบนำตัวพามาจุดที่ทิ้งปืนตั้งแต่เมื่อคืน แต่ด้วยความมืดทำให้การค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบาก จึงได้นำกำลังมาค้นหาต่อในวันนี้ตั้งแต่เวลา 10.00 น.วันนี้
พล.ต.ต.มานพ กล่าวอีกว่า จากการสอบสวน นายอิ๋ว ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุจริง เนื่องจากโกรธแค้นกลุ่มผู้ตายที่รุมตบหน้ากลางงานปาร์ตี้วันเกิด จึงกลับไปบ้านเพื่อไปเอาอาวุธปืนมายิงล้างแค้น ซึ่งหลังจากเกิดเหตุก็ได้นำปืนไปทิ้งบริเวณเลียบทางด่วนบริเวณสะพานข้ามคลอง โดยตั้งใจจะทิ้งปืนลงน้ำจุดที่กำลังนำกำลังค้นหา แต่ด้วยความที่นายอิ๋วขณะก่อเหตุอยู่ในอาการเมาสุราและหวาดกลัว จึงจำสับสนว่าสะพานใด ซึ่งมี 2 สะพาน ขณะนี้ตัวเองได้สั่งการให้ชุดสืบสวนช่วยกันหากล้องวงจรปิดตลอดเส้นทาง เพื่อให้รู้จุดที่แน่ชัดว่า นายอิ๋ว นำอาวุธปืนไปทิ้งจุดใดกันแน่ ส่วนจะมีการนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพหรือไม่นั้น เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา ตอนนี้ยังไม่สามารถบอกได้ อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน
ต่อมา พล.ต.ต.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 ได้นำกำลัง เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ประสาน มูลนิธิปอเต็กตึ้ง นำนักประดาน้ำมางมค้นหาอาวุธปืน สงคราม ที่ผู้ต้องหาได้โยนทิ้งน้ำในคลองรางแม่น้ำ หรือ คลองบางมด และ คลองบางระนก ถนนเลียบทางด่วนกาญจนาภิเษก แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน พื้นที่ สน.ท่าข้าม โดยเป็นการโยนจากบนสะพานข้ามคลองตามคำบอกเล่าของผู้ต้องหา และจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ที่ภาพภาพผู้ต้องหามีลักษณะเสียหลัก อยู่บนสะพานข้ามคลองบางระนก
...
จนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบ 2 ชั่วโมง นักประดาน้ำน้ำก็พบปืนของกลางแล้วอยู่ในคลองบางระนก สภาพห่อด้วยด้วยถุงพลาสติกสีดำ โดยพลตำรวจตรีมานพ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นเป็นปืนเล็กยาวที่มีลักษณะคล้ายกับ เอ็ม 4 CQB ซึ่งต้องนำส่งไปตรวจพิสูจน์ที่กองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อ พิสูจน์ทราบยี่ห้อ รุ่นของปืนให้แน่ชัด โดยเฉพาะการตรวจสอบเทียบเคียงกับปลอกกระสุนปืนที่พบในที่เกิดเหตุว่า ถูกยิงออกจากปืนนี้หรือไม่ เพื่อเอาไปประกอบสำนวนดำเนินคดี หากผลการตรวจพิสูจน์ระบุว่าปืนของกลางเป็นอาวุธสงคราม ก็จะดำเนินคดีเพิ่มเติมในข้อหามีอาวุธสงครามไว้ในครอบครองต่อไป ส่วนจะนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพหรือไม่นั้น เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา เมื่อพนักงานสอบสวนทำสำนวนแล้วเสร็จ ก็จะนำตัวไปขออำนาจศาลธนบุรีฝากครั้งต่อไปซึ่งมีกำหนดภายในวันพรุ่งนี้ (1 ก.พ.65).