ครอบครัวหวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม กรณีรถตู้ตำรวจชน จยย.หนุ่มส่งหมูกระทะดับคาที่ แถมบ่ายเบี่ยงปัดความรับผิดชอบ ลั่นอยากได้ให้ไปฟ้องเอา พร้อมยอมรับเสียความรู้สึกสุดๆ ซัดตำรวจยังจะเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อีกหรือไม่
เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าว ครอบครัวเดินหน้าร้องทุกข์ขอความเป็นธรรม หลังจากที่ลูกชายวัย 38 ปี ถูกรถตู้ตำรวจชนเสียชีวิต ระหว่างเดินทางกลับจากส่งหมูกระทะ แต่ไม่ได้รับค่าชดเชยจากคู่กรณี
ความคืบหน้าล่าสุดผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ สภ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ เพื่อพบกับ พ.ต.อ.นิติธร แสงย้อย ผกก.สภ.ปทุมราชวงศา เพื่อสอบถามความคืบหน้าทางคดี โดย พ.ต.อ.นิติธร เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับรูปคดีนั้นไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ยืนยันว่าข้อมูลที่ครอบครัวผู้เสียหายโพสต์ลงในเฟซบุ๊กนั้น ไม่ได้เป็นจริงทั้งหมด แต่ถึงอย่างไรก็ขอยืนยันกับทางครอบครัวผู้เสียชีวิตว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะให้ความเป็นกับทุกฝ่าย ซึ่งตอนนี้อยู่ในระหว่างการสอบสวนพยานหลักฐาน โดยมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 70% คาดว่าน่าจะสามารถสรุปคดีได้ในประมาณสัปดาห์หน้า ซึ่งผิดก็ต้องว่าไปตามผิด
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ต.เหล่าพรวน อ.เมืองอำนาจเริญ โดยมีนายบุญหลาย สุรารักษ์ นางหนูเขียม สุรารักษ์ นางสาวลัดดา สุรารักษ์ อายุ 33 ปี พ่อแม่และน้องสาวของผู้ตาย ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ทางครอบครัวจะเดินหน้าเรียกร้องความเป็นธรรมจนถึงที่สุด จนกว่าทางครอบครัวจะได้รับความเป็นธรรม โดยไม่เชื่อว่ารถจักรยานยนต์ของผู้ตายจะไม่มีไฟหน้า ตามที่ทางตำรวจกล่าวอ้างอย่างแน่นอน เพราะรถคันที่เกิดเหตุก็ใช้อยู่ทุกวัน มีเอกสารครบ มี พ.ร.บ.ครบ และอีกอย่างหากผู้ตายขับรถย้อนศรตามที่ตำรวจกล่าวอ้างจริง ทำไมจุดที่ชนจึงอยู่ในเลนของผู้ตายที่มุ่งหน้าจะกลับบ้าน ดังนั้นทางครอบครัวจึงอยากวอนขอให้คนกลางมาทำหน้าที่สอบสวนใหม่ตั้งแต่เริ่มต้น เพราะกลัวจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากคู่กรณีเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจใน สภ.เจ้าของคดี
...
ทั้งนี้ในส่วนที่ทางฝ่ายคู่กรณีเสนอจะชดใช้จำนวน 50,000 บาทนั้น ทางครอบครัวเห็นว่ามันน้อยเกินไป เพราะหากผู้ตายยังมีชีวิตอยู่นั้น ต้องทำงานหาเงินได้มากกว่านี้แน่ อีกอย่างผู้ตายยังมีลูกสาววัย 16 ปี ซึ่งกำลังเรียนอยู่ แต่ตอนนี้ขาดพ่อไปแล้วใครจะส่งเสียเล่าเรียน ขอให้เห็นใจทางครอบครัวด้วย
ขณะเดียวกัน นายบุญหลาย กล่าวต่ออีกว่า ในที่เกิดเหตุ ตำรวจคู่กรณีก็บอกกับตนว่าจะรับผิดชอบทุกอย่าง ด้วยความที่ตนเองเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดาจึงไม่อยากมีเรื่องมีราว คิดว่าเขาคงจะรับผิดชอบตามที่พูดเพราะเขาเป็นถึงนายตำรวจ ยศ ร.ต.ต. แต่พอเอาเข้าจริงกลับบ่ายเบี่ยงกล่าวหาว่าลูกชายของตนเองเป็นฝ่ายผิด จะไม่ชดใช้ค่าเสียหาย มิหนำซ้ำยังท้าให้ตนไปฟ้องเอา ซึ่งตนเสียความรู้สึกเป็นอย่างมาก ในชีวิตนี้ตำรวจยังจะสามารถเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อีกต่อไปไหม นายบุญหลาย กล่าว