หนุ่มฉกรรจ์ 4 คน ร่วมกันใช้ปืนปลอมปล้นทรัพย์จากช็อปจำหน่ายสินค้า "ทรู" ในเมืองทองธานี ใช้ค้อนทุบกระจก เข้าไปทุบตู้โชว์ ใช้ปืนปลอมขู่ รปภ. กวาดสินค้าในร้านมูลค่าเกือบ 2 แสนไปขาย นำเงินมาแบ่งกัน
เวลา 20.00 น. เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 65 พ.ต.อ.พงศ์จักร ปรีชาการุณพงศ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด พ.ต.ท.สัมพันธ์ ทิมเจริญ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.วรพจน์ ฉิมลอยลาภ สว.สส.สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นำกำลังชุดสืบสวนเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุปล้นทรัพย์ 4 คน ประกอบด้วย นายพงศกร หรือเม่น เปรมบุตร อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 119/35 หมู่ 3 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี, นายบุญฤทธิ์ หรือแมน ทิพย์โภชน์ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14 หมู่ 3 ต.หนองโบสถ์ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์, นายพีร หรืออาร์ท กวดขุนทด อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 107/35 หมู่ 3 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี และนายวีระพล หรือตั้ม แบงกระโทก อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3/120 ถนนป๊อปปูล่า 5 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พร้อมของกลางอาวุธปืนปลอม 1 กระบอก โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อวีโว่ 1 เครื่อง และรถจยย. 2 คัน
โดยสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่ห้องเลขที่ 209 ชั้น 2 ยูอพาร์ตเมนต์ หมู่ 1 ซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 43/1 ถนนแจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี มีนายวีระพลเป็นเจ้าของห้อง หลังจากสืบทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาแอบมาเช่าห้องพักที่อพาร์ตเมนต์ดังกล่าว หลังจากทั้ง 4 คนร่วมกันก่อเหตุใช้ค้อนทุบกระจกประตูของช็อปวันทรูโฟน จำกัด ซึ่งเป็นดีลเลอร์จำหน่ายโทรศัพท์มือถือ จำหน่ายอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ และรับชำระค่าบริการเครือข่ายทรู เลขที่ 101/1 ภายในเมืองทองธานี ต.บ้านใหม่ จนแตกละเอียดทั้งบาน ก่อนบุกเข้าไปกวาดเอาโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อไอโฟน 11 จำนวน 4 เครื่อง ไอโฟน 13 โปร จำนวน 1 เครื่อง ยี่ห้อซัมซุง 3 เครื่อง ยี่ห้อวีโว่ 2 เครื่อง และแท็บเล็ตไอแพด 1 เครื่อง รวมทั้งหมด 11 เครื่อง มูลค่าทรัพย์สินเกือบ 2 แสนบาท เมื่อกลางดึกของวันที่ 14 ม.ค. ที่ผ่านมา
จากการสอบปากคำนายพงศกรให้การรับสารภาพว่า เป็นคนวางแผนร่วมกับเพื่อนอีก 3 คนก่อเหตุครั้งนี้ โดยพากันขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายมาด้วยกัน 2 คัน ก่อนตนลงมือใช้ค้อนที่เตรียมมาทุบกระจกประตูด้านหน้าช็อปจนแตก เข้าไปภายในช็อปกับนายบุญฤทธิ์ จากนั้นลงมือใช้ค้อนทุบกระจกตู้โชว์โทรศัพท์มือถือที่วางเรียงกันหลายเครื่อง ก่อนช่วยกันหยิบเอาโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตไปได้ 11 เครื่อง โดยมีนายพีรกับนายวีระพลถืออาวุธปืนปลอมยืนคุมเชิงและคอยดูต้นทางอยู่หน้าร้าน ก่อนจะมี รปภ.ของเมืองทองธานี เห็นเหตุการณ์วิ่งมาหา จึงใช้ปืนปลอมข่มขู่จน รปภ.ไม่กล้าเข้ามา ซึ่งใช้เวลาในการก่อเหคุเพียงครู่เดียว ก่อนพากันขึ้นรถจักรยานยนต์หลบหนีไป ซึ่งโทรศัพท์มือถือที่ได้ไปทั้งหมดนำไปขายเอาเงินมาแบ่งกันเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
ด้าน พ.ต.อ.พงศ์จักร ปรีชาการุณพงศ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด กล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 02.45 น. คืนวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา ต่อมาเวลา 03.30 น. คืนเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากพนักงานของช็อปทรูวันโฟน จำกัด ว่ามีกลุ่มคนร้าย 4 คน มาทุบกระจกประตูก่อนเข้าไปเอาโทรศัพท์มือถือภายในช็อป ก่อนพากันขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดภายในช็อบที่เกิดเหตุสามารถบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญในการติดตามจับกุมคนร้ายมาได้ครบทั้ง 4 คน
พ.ต.อ.พงศ์จักร ปรีชาการุณพงศ์ กล่าวต่ออีกว่า จากการสอบสวนขยายผล ทราบว่า ก่อนหน้านี้นายพงศกร หรือเม่น เปรมบุตร กับนายวีระพล หรือตั้ม แบงกระโทก ทั้งสองได้ลงมือก่อเหตุทุบกระจกประตูร้านพรช็อป เป็นร้านขายของหลุดจำนำ สินค้าแบรนด์เนมหลุดจำนำ ประเภทกระเป๋าสะพาย โน้ตบุ๊ก เข้าไปเอาโน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง รวมมูลค่ากว่า 5 หมื่นบาท เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 64 เวลา 04.00 น. ซึ่งได้ให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มอีกคดี
ต่อมาเวลา 13.00 น. วันที่ 20 ม.ค. พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จ.นนทบุรี พ.ต.อ.พงศ์จักร ปรีชาการุณพงศ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด นำกำลังเจ้าหน้าที่งานสืบสวนและกำลังเจ้าหน้าที่งานป้องกันปราบปรามกว่า 20 นาย ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ช็อปวันทรูโฟน จำกัด ท่ามกลางชาวบ้านที่ให้ความสนใจมามุ่งดูกันเต็มบริเวณด้านหน้า ใช้เวลาทำแผนประมาณ 30 นาที แจ้งข้อหา "ร่วมกันปล้นทรัพย์ผู้อื่นในเวลากลางคืน โดยมีอาวุธ โดยมียานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม" โดยทั้งหมดให้การรับสารภาพ ก่อนนำตัวส่ง ร.ต.ท.หญิง พิชญาภัค พรหมดวง พนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด ดำเนินคดี.