กองปราบตามรวบอดีตผู้ใหญ่บ้าน หนีโทษประหารจ้างวานมือปืนยิงถล่ม ส.จ.สุราษฎร์ธานี ดับ คดีดังในอดีต แค้นถูกร้องเรียนโครงการรับเหมาขุดลอกคูคลองจนถูกระงับ ประกันตัวชั้นศาล 1 ล้าน หนีไปอยู่เพชรบูรณ์ โดนจับก่อนคดีหมดอายุความเพียง 1 ปี 10 เดือน
วันที่ 19 ม.ค. 65 ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ท.เอกสิทธิ์ ปานสีทา รอง ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ต.ศรัณย์ ศรีพักตร์ สว. กก.4 บก.ป. นำกำลังจับกุม นายชาญณรงค์ หรือจุก หรือนายชิน อายุ 79 ปี ชาว จ.สุราษฎร์ธานี ตามหมายจับของศาลจังหวัดไชยา ที่ 26/2546 ลงวันที่ 5 พ.ย. 2546 ข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง” ได้ที่ริมถนน พช.3025 บ้านโค้งผักชี ต.พุทธบาท อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์
สืบเนื่องจากเมื่อปี 2540 ขณะที่ นายชาญณรงค์ ผู้ต้องหารายนี้ยังมีตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน ม.7 ต.ท่าชนะ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี และ น.ส.โสภิตา ทุ่มทวน ภรรยา ที่ร่วมกันก่อตั้งห้างหุ้นส่วนจํากัด สุราษฎร์วังทองก่อสร้าง ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง ได้ว่าจ้างกลุ่มมือปืนจำนวน 4 คน ใช้อาวุธปืนสั้นและลูกซองถล่มยิง นายสิทธิโชค ธรรมเดชะ ส.จ.สุราษฎร์ธานี ในขณะนั้น เสียชีวิตคาที่หน้าบ้านพักในพื้นที่ ต.วัง อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี
โดยมูลเหตุการสังหารโหดดังกล่าวมาจาก ก่อนหน้าห้างหุ้นส่วนจํากัด สุราษฎร์วังทองก่อสร้าง ของผู้ต้องหา ได้ชนะการประมูลงานโครงการขุดลอกคลองตลิ่ง ของกรมพัฒนาที่ดิน ได้รับว่าจ้างดำเนินโครงการดังกล่าว แต่ระหว่างดำเนินงานได้นําเครื่องจักรกลขนาดใหญ่เข้าทํางานขุดลอกคลองตลิ่ง ส่งผลให้พืชผลของชาวบ้านบริเวณริมคลองได้รับความเสียหาย ชาวบ้านจึงได้รวมตัวกันแจ้งเรื่องต่อนายสิทธิโชค ผู้ตาย ซึ่งเป็น ส.จ.สุราษฎร์ธานี ในขณะนั้นให้เข้ามาข่วยตรวจสอบ ก่อนผู้ตายจะพากลุ่มชาวบ้านเข้าร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี จนมีคําสั่งให้ระงับโครงการชั่วคราว ส่งผลให้นายชาญณรงค์ ผู้ต้องหารายนี้ และ น.ส.โสภิตา โกรธแค้น และนำมาสู่การว่าจ้างมือปืนสังหารโหดดังกล่าว
...
อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุไม่นาน เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมกลุ่มมือปืนทั้ง 4 คนได้ ก่อนให้การซัดทอดเชื่อมโยงมาถึง นายชาญณรงค์ และ น.ส.โสภิตา ว่าเป็นผู้ว่าจ้างด้วยเงินจำนวน 250,000 บาท ต่อมาหลังทราบเรื่องว่าจะมีการขยายผลเอาผิดถึงตัวผู้ว่าจ้าง นายชาญณรงค์ และ น.ส.โสภิตา จึงติดต่อเข้ามอบตัวสู้คดี ซึ่งศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ พิพากษาจําคุกกลุ่มมือปืนผู้ก่อเหตุตลอดชีวิต ส่วนนายชาญณรงค์ และ น.ส.โสภิดา ผู้จ้างวาน ถูกตัดสินลงโทษประหารชีวิต กระทั่งเมื่อคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาลฎีกา ปี 2546 นายชาญณรงค์ และ น.ส.โสภิดา ได้ยื่นขอประกันตัว โดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 1,000,000 บาท แต่เมื่อได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว กลับมีพฤติการณ์หลบหนี ไม่มาฟังคําพิพากษาของศาลฎีกา ซึ่งมีคำพิพากษาตัดสินประหารชีวิต จึงมีการออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 2 คนดังกล่าว
ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่าหลังได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว นายชาญณรงค์ ได้ทำการเปลี่ยนชื่อเพื่อให้ยากต่อการติดตาม ก่อนหลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ ประกอบอาชีพขายต้นโกโก้ เรื่อยมานานเกือบ 20 ปี จนคดีคงเหลืออายุความอีกเพียงแค่ 1 ปี 10 เดือน จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบจนนำมาสู่การจับกุมตัวได้ในที่สุด ทำให้ขณะนี้คงเหลือเพียง น.ส.โสภิตา ผู้ต้องหาอีกรายที่ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี
จากการสอบถาม นายชาญณรงค์ เบื้องต้นให้การรับสารภาพ และยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง เบื้องต้นจึงนำตัวส่งศาลจังหวัดไชยาดําเนินการตามกฎหมายต่อไป.