ระทึกกลางกรุง หนุ่มคลั่งยา ชักปืนจี้ชิงรถพ่วง 18 ล้อ ขับหนีข้ามจังหวัด ย้อนศรขึ้นสะพาน มุ่งหน้าวงเวียนใหญ่ จนหวิดเกิดโศกนาฏกรรม ตำรวจระดมกำลังปิดล้อมพื้นที่ ก่อนโดนชาร์จ สารภาพเพิ่งจะก่อเหตุฆ่าคน แต่ไม่ยอมบอกว่าที่ไหน
เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 18 มกราคม 2565 ในขณะที่ ด.ต.ญาณกฤช อิศรเมธารกูร ผบ.หมู่งานสายตรวจ บก.ทล. ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนหน่วยบริการทางหลวงสมุทรสงคราม ถ.พระราม 2 ฝั่งขาออก ต.บางโทรัด อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ได้มีนายสุชาติ สงวนสัตย์ อายุ 54 ปี วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาแจ้งว่า ถูกคนร้ายเป็นชายใช้อาวุธปืนจี้ชิงรถพ่วง 18 ล้อ บรรทุกน้ำเค็ม แล้วหลบหนีไป
นายสุชาติ ให้การว่า ขับรถพ่วง 18 ล้อ อีซูซุ ทะเบียน 85-4646 นครปฐม เลขพ่วง 87-6227 นครปฐม มาจากจังหวัดนครปฐม เพื่อไปบรรทุกน้ำเค็มที่ใช้เลี้ยงกุ้ง ย่านวัดกาหลง ถ.พระราม 2 กม.ที่ 50 จ.สมุทรสาคร เมื่อขับมาถึงเชิงสะพานข้ามคลอง ก่อนถึงวัดยกกระบัตร ถ.ทางหลวงหมายเลข 3423 ต.ยกกระบัตร อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร แถมยังเป็นทางโค้ง ทำให้ต้องชะลอรถ พบคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 35 ปี ยืนขวางถนน ซึ่งเป็นถนน 2 เลนสวนกัน จ่อปืนมาที่หน้ารถ ตะโกนบอกให้ตนหยุดรถ แล้วยิงปืนขึ้นฟ้า 1 นัด แต่ตนไม่ยอมหยุด คนร้ายจึงกระโดดจับบันไดที่อยู่ด้านซ้ายของตัวรถ ปีนขึ้นมาที่หัวเก๋ง ใช้เท้าพยายามถีบให้กระจกแตก ตนต้องขับรถส่ายไปมา และรูดข้างกับกิ่งไม้ เพื่อให้คนร้ายตกรถ แต่ไม่เป็นผล จนกระทั่งคนร้ายถีบกระจกจนแตก ตนรีบขับมาจนถึงหน่วยบริการทางหลวงสมุทรสงคราม ระยะทางราว 15 กิโลเมตร จอดแล้วรีบวิ่งเข้ามาพบตำรวจ ส่วนคนร้ายอาศัยจังหวะนี้ขึ้นมาขับรถหลบหนีไปบนถนนพระราม 2 ฝั่งขาออก
...
หลังรับแจ้ง ด.ต.ญาณกฤช ได้ประสาน สภ.บางโทรัด สภ.เมืองสมุทรสงคราม เพื่อช่วยติดตามรถคันดังกล่าว จนได้รับแจ้งจาก สภ.เมืองสมุทรสาคร ว่า พบรถคันดังกล่าวกลับรถขับมุ่งหน้าเข้า กทม. ขณะกำลังฟังเส้นทางหลบหนีของคนร้าย จู่ๆ คนร้ายก็ได้ขับรถผ่านหน้าหน่วยบริการทางหลวงสมุทรสงครามอีกครั้ง ด.ต.ญาณเดช จึงได้พานายสุชาติ ขึ้นรถติดตามคนร้าย พร้อมรถตำรวจทางหลวงรวม 3 คัน คนร้ายได้ขับรถชนรถ 6 ล้อบรรทุกผัก ช่วงก่อนถึงแยกบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร จนหมุนขวางถนน ทำให้รถตำรวจที่ติดตามหวิดเกิดอุบัติเหตุ และเฉี่ยวชนรถเก๋งอีกคันได้รับความเสียหายช่วงก่อนถึงแม่กลอง จนติดตามเข้ามาในเขตนครบาล ด.ต.ญาณกฤช ให้ศูนย์วิทยุผ่านฟ้าประสาน สน.แสมดำ สน.ท่าข้าม สน.บางมด สน.ราษฎร์บูรณะ และสน.สำเหร่ เพื่อให้ช่วยไล่ล่า โดยใช้ถนนพระราม 2 เมื่อขับมาถึงแยกบางปะแก้ว คนร้ายได้เลี้ยวขวาถนนสุขสวัสดิ์ มุ่งหน้าพระประแดง แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ คนร้ายขับรถสะบัดจนลูกพ่วงขาดขวางถนน แล้วได้ไปกลับรถวิ่งย้อนศรขึ้นบนสะพานข้ามแยกบางปะแก้ว มุ่งหน้าวงเวียนใหญ่ จนหวิดเกิดโศกนาฏกรรม แต่รถหลายคันก็ยังโชคดีที่หักหลบทัน จากนั้นได้ขับบนถนนตากสินมุ่งหน้าวงเวียนใหญ่ และมาเสียหลักพุ่งชนรั้วตาข่ายกั้นทางขึ้นไปสงบนิ่งอยู่บนเกาะกลางใต้สถานีรถไฟฟ้าตากสิน แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดล้อมรถอย่างระมัดระวัง เพราะรับแจ้งคนร้ายมีอาวุธปืน มีชุดสายตรวจจาก สน.สำเหร่ และสน.ราษฎร์บูรณะ ระดมกำลังกันมาช่วยปิดล้อม ซึ่งคนร้ายที่อยู่ในอาการคลุ้มคลั่งยอมเปิดประตู เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวทันที
ตรวจค้นในตัวไม่พบเอกสารใดๆ และค้นบนรถก็ไม่พบอาวุธปืนแต่อย่างใด โดยคนร้ายยังอยู่ในอาการมึนเมา ไม่ยอมบอกชื่อกับตำรวจ ให้การยอมรับสารภาพว่า ได้ไปก่อเหตุฆ่าคนมาก่อนหน้านี้ แต่ไม่ยอมบอกว่าที่ไหน แล้วก่อนก่อเหตุได้ดื่มเหล้าขาวและเสพยาบ้าไป 5 เม็ด ตำรวจจึงควบคุมตัวส่งไปดำเนินคดีที่ สภ.บ้านแพ้ว ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบ แต่ก็ยังให้การไม่ได้ จึงนำเข้าห้องขังให้สงบสติอารมณ์ ก่อนสอบสวนและแจ้งข้อหาดำเนินคดี และยังประสานให้ สภ.พื้นที่ใกล้เคียง ตรวจสอบในพื้นที่ของตัวเองว่ามีเหตุฆาตกรรมตามที่ผู้ต้องหาให้การด้วยหรือไม่