ทอมแสบสวมบทโจร จอด จยย.ริมทางซื้อจักรยานเด็ก ก่อนลงมือชิงทรัพย์กระเป๋าเงินสะพายของแม่ค้า พร้อมกระทืบรัวหมัดจนน่วม แต่แม่ค้าอาศัยจังหวะถีบเข้าของลับคนร้ายทำให้จนล้ม จากนั้นพลเมืองดีขี่รถมาช่วย โจรทอมเห็นทาไม่ดีรีบซิ่งรถหนี

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 17 ม.ค.65 ร.ต.ท.ทวีศักดิ์ มุงคุณ รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุชิงทรัพย์ทำร้ายร่างกายแม่ค้าจักรยานเล็กริมทาง อุดรธานี–สกลนคร บ้านหนองแก ต.หนองนาคำ ได้รับบาดเจ็บ จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบพบ น.ส.ไพวรรณ์ ไชยต้นเทือก อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 257 หมู่ 11 ตำบลนาเลียง อ.นาแก จ.นครพนม แม่ค้าขายรถจักรยานเล็กสำหรับเด็ก ยืนรอให้การกับตำรวจ มีบาดแผลที่ใบหน้า ลำคอ และข้อมือ จากการต่อสู้กับคนร้าย อาสากู้ภัยจึงปฐมพยาบาล

น.ส.ไพวรรณ์ เล่าว่า ตนขายจักรยานเล็กสำหรับเด็ก อยู่บริเวณริมทางนี้มาได้ 5 ปี วันนี้ได้มีคนร้ายเป็นหญิง ลักษณะคล้ายทอม อายุ 25-30 ปี สูง 170 เซนติเมตร สวมเสื้อแจ็กเก็ต มีฮู้ด สีเขียว กางเกงยีนส์ขายาว ใส่แมสก์สีดำ สวมหมวกกันน็อกเต็มใบสีดำ ขับขี่รถจักรยานยนต์แบบหญิง ไม่ทราบยี่ห้อ สีดำขาว หมายเลขทะเบียน 1กฒ 9517 อุดรธานี มาทำทีมาซื้อรถจักรยานเล็ก สีชมพู ในราคา 1,500 บาท ไม่มีเงินสด จะโอนเงินเข้าบัญชีให้ตน

หลังจากนั้นตนก็นำรถจักรยานไปวางพาดรถจักรยานยนต์คนร้าย พร้อมกับมัดเชือกให้เรียบร้อย คนร้ายไม่มีเงินสด ขอเลขบัญชีธนาคารจะโอนเงินให้ ตนจึงได้บอกหมายเลขบัญชี สักพักคนร้ายอ้างว่าเงินในธนาคารไม่มี ให้รอสัก 10 นาที เดี๋ยวแฟนจะเอาเงินมาให้ ตนจึงไปนั่งรออยู่ในเพิงกระท่อมริมทาง คนร้ายได้เดินวนไปมา และมาหยุดอยู่ด้านหลัง พอตนเผลอคนร้ายได้ดึงเอากระเป๋าสะพายสีดำที่สะพายอยู่ แรงกระชากทำให้ตกลงมาจากแคร่ไม้ไผ่ลงมานอนที่พื้น จากนั้นคนร้ายเข้ามากระทืบและรัวหมัดชกตนจนนับไม่ถ้วน เพื่อพยายามแย่งกระเป๋าสะพายซึ่งมีเงินสด 2,500 บาท พอดีตนร้ายยืนถ่างขา ตนอาศัยจังหวะดังกล่าวถีบเข้าอวัยวะเพศคนร้ายอย่างจัง แรงถีบทำให้คนร้ายหงายหลังล้มลง ตนลุกขึ้นวิ่งหนีไปพร้อมกับกระเป๋า และร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ คนร้ายไปคว้ามีดพร้าของคนที่อยู่ในกระท่อม และพยายามวิ่งไล่จะฟันตน แต่โชคดีพลเมืองดีเป็นชายขี่รถจักรยานยนต์มาเห็น คนร้ายเห็นท่าไม่ดี จึงได้ทิ้งมีดพร้า รีบวิ่งไปขึ้นขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี มุ่งหน้าไปทาง อ.หนองาน พร้อมกับรถจักรยานเล็กสีชมพู

ส่วนพลเมืองดีพอรู้ว่า ตนโดนคนร้ายชิงทรัพย์ ก็ได้ขี่รถจักรยานยนต์ไล่ติดตามคนร้ายไป เพื่อไปถ่ายป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ของคนร้าย แล้วก็กลับมาบอกตน ตนจึงได้โทรศัพท์แจ้งความกับตำรวจ ให้ติดตามจับกุมคนร้าย นำจักรยานคืนมาให้ได้ และต่อไปตนจะไม่นำรถจักรยานที่ขายเอาไปมัดไว้ก่อนกับรถของลูกค้า จึงต้องระวังให้มากกว่า

ขณะที่ตำรวจเร่งตรวจสอบผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์ที่เป็นยานพาหนะของคนร้าย เพื่อสืบสวนหาคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.