หนุ่ม 34 ชัก 9 มม. รัว 3 นัด ยิงเมียวัย 24 ดับจมกองเลือด-เป่าหัวตายตาม เซ่นพิษหึงหวง แม่เผย เคยได้ยินลูกชายพูดกับลูกสะใภ้ "หากมีคนใหม่ จะฆ่าให้ตาย" ขณะที่พ่อฝ่ายหญิงเผย ลูกเขยหึงหวงแม้กระทั่งญาติ ด้านตำรวจตรวจสอบพบฝ่ายชายเคยติดคุกคดี "ร่วมกันฆ่าผู้อื่น-ยาเสพติด"
เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 16 ม.ค. 65 ขณะที่ ร.ต.อ.ไพบูลย์ ไชยสิทธิ์กุล รอง สว.สอบสวน สภ.กุมภวาปี รับแจ้งเหตุสามีใช้อาวุธปืนยิงภรรยาเสียชีวิต ก่อนยิงตัวเองตายตาม เหตุเกิดบริเวณโรงจอดรถใต้ถุนบ้านเลขที่ 30 ม.13 บ้านดงน้อย ต.ปะโค อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.พงษ์พันธ์ นาขวา ผกก.สภ.กุมภวาปี พ.ต.ท.อัมรินทร์ อยู่เย็น รอง ผกก.สส.สภ.กุมภวาปี กำลังตำรวจสืบสวน และตำรวจป้องกันและปราบปราม สภ.กุมภวาปี แพทย์เวร รพ.กุมภวาปี ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดอุดรธานี และอาสาหน่วยกู้ภัยมูลนิธิประชาธรรมกุมภาวาปี
ที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิต 2 ราย ทราบชื่อคือ นายพานทอง แสนลำ อายุ 34 ปี (สามี) สภาพเสียชีวิตนอนตะแคงหันหลังชนกับศพ น.ส.อารยา ผิวแดง อายุ 24 ปี (ภรรยา) อยู่บ้านเลขที่ 1 ม.13 บ้านดงน้อย ต.ปะโค อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี จากการตรวจสอบสภาพศพ น.ส.อารยา พบถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่บริเวณท้ายทอย 2 นัด หัวไหล่ด้านซ้าย 1 นัด กระสุนฝังใน เลือดไหลนองพื้น ส่วนนายพานทองถูกอาวุธปืนยิงเข้าบริเวณขมับขวา 1 นัด กระสุนทะลุออกขมับซ้าย มันสมองกระจายเสียชีวิต
นอกจากนี้ใต้ศพของนายพานทอง ยังพบอาวุธปืนพกสั้นแบบออโตเมติกไทยประดิษฐ์ ลำกล้องขนาด 9 มม. สีเงิน ที่ใช้ยิงตัวเองและภรรยา 1 กระบอก ใกล้กันพบปลอกกระสุนปืนขนาด .380 มม. ตกอยู่ที่พื้น 4 ปลอก ลูกกระสุนปืนที่ยังไม่ได้ยิง 4 นัด ในรังเพลิงอีก 1 นัด รวม 9 นัด นอกจากนี้ยังพบยาบ้าตกกระจายอยู่บนพื้น 18 เม็ด จากการตรวจสอบในกระเป๋ากางเกงด้านหลังของ นายพานทอง พบถุงพลาสติกบรรจุยาบ้าอีกจำนวน 58 เม็ด ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
...
ต่อมาเวลา 23.30 น. วันเดียวกัน พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จ.อุดรธานี ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ จากนั้นได้สั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเก็บวัตถุพยานในที่เกิดเหตุรวบรวมไว้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย ก่อนสอบสวนปากคำ นางดารา หลักกอ อายุ 58 ปี แม่ของนายพานทอง พยานบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ ถึงสาเหตุการฆาตกรรมในเบื้องต้น และ นายสว่าง ผิวแดง อายุ 69 ปี พ่อของ น.ส.อารยา ที่เดินทางมาดูศพลูกสาว หลังจากสอบสวนปากคำในที่เกิดเหตุแล้วเสร็จ พล.ต.ต.พาณุ อุรหเสรี ได้แสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย
จากการสอบสวน นางดารา หลักกอ แม่นายพานทอง ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุลูกสะใภ้และลูกชายไปกินข้าวเย็นอยู่ที่บ้านพ่อตาแม่ยายที่อยู่ห่างกันราว 500 เมตร และลูกชายขี่รถจักรยานยนต์กลับมาบ้าน ส่วนลูกสะใภ้ยังอยู่ที่บ้านพ่อแม่ของเขา ลูกชายได้โทรศัพท์ไปหาภรรยาให้กลับมานอนที่บ้าน และมีน้ำเสียงเหมือนจะทะเลาะกัน จากนั้นลูกสะใภ้ให้ญาติขี่รถจักรยานยนต์มาส่ง แล้วจะพากันขับรถกระบะไปส่งญาติภรรยาที่บ้าน แต่ยังไม่ได้ไปก็เกิดมีปากเสียงทะเลาะกันรุนแรง ตนจึงออกไปดูและบอกลูกชายและลูกสะใภ้ว่า เมื่อมาหากันแล้วทะเลาะกันก็ไม่ต้องมา จากนั้นตนก็เดินกลับเข้าบ้าน แล้วได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 3 นัดจึงวิ่งออกมา พบว่าลูกชายกำลังใช้ปืนจ่อยิงหัวตนเอง ตนตกใจมากร้องบอกลูกชายว่าอย่าทำ แต่ลูกชายก็พยายามลั่นไกปืนอยู่หลายครั้ง คาดว่ากระสุนปืนขัดลำกล้อง ก่อนจะได้ยินเสียงปืนอีก 1 นัด และร่างลูกชายก็ล้มลงกับพื้นอยู่ข้างศพลูกสะใภ้
"สาเหตุหลักมาจากเรื่องลูกชายหึงหวงเมีย กลัวเมียปันใจให้ชายอื่น ซึ่งตนก็รู้ว่าลูกชายเป็นคนขี้หึง และเพิ่งอยู่กินกันฉันสามีภรรยามาได้เพียง 2-3 เดือน แต่ยังไม่มีลูกด้วยกัน ตนเคยได้ยินลูกชายกับลูกสะใภ้คุยกันว่า ถ้าไปมีคนใหม่ จะฆ่าให้ตาย และไม่คิดว่าลูกชายจะทำจริง โดยทุกครั้งที่มาบ้านก็จะทะเลาะกันเรื่องนี้เป็นประจำ แต่เวลาอยู่บ้านฝ่ายหญิงจะไม่ทะเลาะกัน ตนเป็นแม่ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ตนก็เคยเตือนลูกชายอยู่ตลอดว่า อย่าฆ่ากันเลยเพราะจะติดคุกตลอดชีวิต และวันนี้ลูกชายก็ดูแปลกๆ ช่วงกลางวันลูกชายมากอดและมาหอมแม่ เพราะทุกครั้งเพียงแค่กอดแม่ พร้อมกับบอกว่าให้แม่อยู่ดีๆ อย่าคิดอะไรมาก ผมจะให้แม่สบาย เหมือนกับพูดเป็นลางไม่ดี" นางดารา ระบุ
ด้าน นายสว่าง ผิวแดง อายุ 69 ปี พ่อ น.ส.อารยา ให้การว่า ช่วงเย็นทั้ง 2 คนมากินข้าวที่บ้านตน และไม่มีอาการจะทะเลาะกัน จากนั้นลูกเขยขี่รถจักรยานยนต์ไปบ้านของเขา เวลาประมาณ 20.00 น. ลูกเขยได้โทรศัพท์มาหาภรรยาให้กลับไปนอนที่บ้าน ปกติแล้วทั้งสองคนจะไปมานอนที่บ้านภรรยาบ้างและบ้านของตนบ้าง เพราะแม่ของลูกเขยยังไม่แข็งแรงดี และจะกลับมาหุงข้าวปลาอาหารให้แม่กิน ส่วนค่าสินสอดที่ลูกเขยมาสู่ขอลูกสาวเป็นเงิน 2.5 หมื่นบาท ไม่ได้จัดพิธีใหญ่โต เพียงผูกข้อไม้ข้อมือให้ญาติทั้งสองฝ่ายรับรู้ตามประเพณีได้ยังไม่ถึง 3 เดือน
"สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ตนก็เสียใจมาก เคยบอกลูกสาวแล้วว่าถ้าจะคบกับใครให้เลือกดูเอง เพราะโตแล้ว แต่ลูกเขยเป็นคนขี้หึง และทะเลาะกันบ่อยมาก แม้กระทั่งญาติพี่น้องที่เป็นผู้ชายมาพูดคุยกับภรรยา และเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ลูกเขยก็ยังหึง ก่อนเกิดเหตุลูกสาวได้ให้น้าสาวขี่รถจักรยานยนต์มาส่งบ้านสามี แล้วก็ถูกสามียิงตาย" พ่อฝ่ายหญิง ระบุ
ด้าน พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า หลังจากสอบถามเบื้องต้น พยานที่เห็นเหตุการณ์คือแม่ฝ่ายชายได้ยินเสียงอาวุธปืนดังขึ้น จึงออกมาดูพบว่าลูกชายใช้ปืนยิงภรรยา ก่อนที่จะใช้ปืนกระบอกเดียวกันยิงตัวเอง โดยผู้ก่อเหตุเคยต้องโทษในคดี "ร่วมกันฆ่าผู้อื่น" ในปี พ.ศ.2552 ติดคุก 6 ปี ออกมาได้เพียง 4-5 เดือน ก็มาถูกจับดำเนินคดีในข้อหา "ครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย" หลังพ้นโทษออกมาได้เพียง 4 เดือน ก็มาคบหาและแต่งงานกับ น.ส.อารยา แต่ฝ่ายชายเป็นคนขี้หึง และให้ภรรยาลาออกจากงานที่โรงงานน้ำตาล เพื่อมาทำไร่ทำสวนทำนาอยู่ที่บ้าน และอยู่กินด้วยกันได้ไม่นานก็มาเกิดเหตุสลดดังกล่าวขึ้น.
...