ตำรวจวังตะเคียนตามจับชายวัย 48 ปี ที่เป็นตาหื่นลวงเด็กหญิง 15 ปีไปข่มขืนในป่ายูคาลิปตัส และก่อนหน้าข่มขืนถึง 5 ครั้ง เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การภาคเสธ อ้างไม่ได้ข่มขืน แค่อนาจาร และไม่ขอทำแผนฯ
จากกรณี นางน้อย (นามสมมติ) อายุ 32 ปี ได้พาบุตรสาว ด.ญ.ไก่ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ชาวบ้านตำบลวังตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.วังตะเคียน ว่า ถูกนายสุชาติ ที่นับถือเป็นตา ข่มขืนถึง 5 ครั้ง ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม ที่ผ่านมานั้น ต่อมาพนักงานสอบสวนพร้อมเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ จ.ปราจีนบุรี ได้ทำการสอบสวนปากคำ ด.ญ.ไก่ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี เสร็จเรียบร้อย จึงได้ขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดกบินทร์บุรี
ต่อมา ศาลจังหวัดกบินทร์บุรี ได้อนุมัติหมายจับ ที่ จ.6/2565 ลงวันที่ 13 มกราคม 2565 พบว่าผู้ต้องหาคือ นายสุชาติ (สงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี ชาวบ้าน ต.วังตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ในข้อกล่าวหา กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, พรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดาผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล โดยปราศจากเหตุสมควร เพื่อการอนาจาร และพาเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อกระทำอนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังตะเคียน ได้สืบสวนหาข่าวจนทราบว่าผู้ต้องหายังหลบหนีอยู่ในพื้นที่ จึงได้นำกำลังเข้าไปทำการจับกุมตัวนายสุชาติ บริเวณบ้านไม่มีเลขที่ บ้านสำพันตา หมู่ 15 ต.วังตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เมื่อ 13 มกราคม 2565 พร้อมนำตัวผู้ต้องหามาทำการสอบสวนที่ สภ.วังตะเคียน
...
จากการสอบสวน นายสุชาติ ให้การภาคเสธว่าเพียงทำอนาจารล่วงเกินกับเด็กเท่านั้น โดยไม่ได้ข่มขืนเด็กแต่อย่างใด มีแค่ถูกเนื้อต้องตัวเด็กเท่านั้น เมื่อผู้เสื่อข่าวได้สอบถามในรายละเอียดว่ามีการข่มขืนตามข้อกล่าวหาจริงหรือไม่ ทางผู้ต้องหาไม่ยอมเปิดปากพูดแต่อย่างใด ต่อมาทางพนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อกล่าว “กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภรรยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี โดยขู่เข็นด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่ขัดขืนได้” ก่อนนำตัวเข้าห้องขังต่อไป
จากนั้น ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านที่เกิดเหตุ ได้พบกับนางวรรณิศา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ผู้เป็นแม่ พร้อมกับ ด.ญ.ไก่ (นามสมมติ) เหยื่อตาหื่น ซึ่งอยู่ในอาการซึมเศร้าและหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย อาจจะต้องย้ายบ้านหนี นางวรรณิศา กล่าวทิ้งท้ายว่า “ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกท่านที่ติดตามเรื่องให้เร็วจนจับผู้ต้องหาได้ ส่วนผู้ต้องหาเขาปฏิเสธ และถ้าเขาขอยอมความจะว่าอย่างไร ตนไม่ยอมจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด”
พล.ต.ต.วินัย นุชชา ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี กล่าวถึงคดีนี้ว่า ผู้ต้องหาให้การภาคเสธ เรื่องนี้เป็นเรื่องของผู้ใหญ่กับเด็ก เรื่องเด็กเป็นเรื่องความละเอียดอ่อน ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็ก ความรู้สึกจะอยู่ติดตัวไปเป็นเวลานาน ผู้ต้องหาให้การภาคเสธ และแสดงความประสงค์ที่จะไม่ไปทำแผนใดๆ ทั้งสิ้น สำหรับคดีนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน รอผลแพทย์ รอผลสอบของพนักงานสอบสวน และต้องดูผลตรวจจากแพทย์ และสำนวนการสอบสวนด้วย ตอนนี้เพิ่งสอบผู้เสียหายกับแม่เท่านั้นเอง เรื่องการประกันตัวเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา ก็ต้องดูว่าเขามีหลักทรัพย์อะไร ส่วนการคัดค้านประกันตัวหรือไม่นั้น ผู้ต้องหาไม่ได้หลบหนี เขายังอยู่แถวๆ บ้าน ทางตำรวจเชื่อว่าคงไม่คัดค้านการประกันตัว.
...