พ.ต.อ.อาทิตย์ ซิ้มเจริญ ผกก.สภ.สำโรงเหนือ มอบกระเช้า พร้อมยกมือไหว้ขอโทษครอบครัวผู้เสียหาย กรณีลูกน้องตั้งด่านค้นรถ พบผงการบูร อ้างเป็นยาไอซ์ ขณะที่ทนายไพศาล หอบหลักฐานเดินหน้าเอาผิดตำรวจชุดจับกุม
จากกรณีที่มีผู้เสียหายเข้าร้องเรียนนำคลิปการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ ร้องขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชน ว่าน้องชายถูกตำรวจเรียกตรวจค้น ขณะขับรถผ่านด่านตรวจ บริเวณปากซอยสุขุมวิท 109 ถนนสุขุมวิท ต.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ ผลการตรวจค้นพบซอง พบวัตถุมีลักษณะเป็นผลึกเกล็ด สีขาวขุ่น (คล้ายยาไอซ์) บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสแบบรูด เปิด-ปิด จำนวน 1 ถุง ซุกซ่อนอยู่ในลิ้นชักเก็บของ ฝั่งข้างคนขับรถ เจ้าหน้าที่ชุดตรวจเชื่อว่า เป็นยาไอซ์ กระทั่งถูกจับ ใส่กุญแจมือ ทำร้ายร่างกาย แถมยังถูกคุมตัวนานกว่า 3 ชั่วโมง ต่อมาจากการตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่าวัตถุดังกล่าวเป็นการบูร จึงทำให้ทางญาติไม่พอใจข้อบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ เหตุการณ์เกิดเมื่อเวลาประมาณ 23.25 น. วันที่ 7 ม.ค. ที่ผ่านมา กระทั่ง พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ เซ็นคำสั่ง เด้ง 4 นายตำรวจชุดจับกุม ให้ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ โดยขาดจากตำแหน่งและหน้าที่เดิม ตั้งแต่วันที่ 11 ม.ค. เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง และยกเลิกการปฏิบัติหน้าที่ของอาสาสมัครที่เข้ามาช่วยเหลืองานของแต่ละสายงานทั้งหมด ตามที่เสนอข่าวไปนั้น
...
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 13 ม.ค. 65 นายไพศาล เรืองฤทธิ์ ทนายความ พร้อมนายฮาซัน รักหอม อายุ 27 ปี ผู้เสียหาย นำหลักฐานภาพจากคลิปวิดีโอ เดินทางมาที่ สภ.สำโรงเหนือ เพื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับที่ตำรวจชุดจับกุม โดยมี พ.ต.อ.อาทิตย์ ซิ้มเจริญ ผกก.สภ.สำโรงเหนือ ลงมารับเรื่องด้วยตนเอง ก่อนที่จะเชิญทั้งหมดขึ้นไปพูดคุยกันที่ห้องประชุม เนื่องจากทางผู้เสียหายประสงค์จะขอเจรจาก่อน
ทั้งนี้จาการพูดคุยกันนานกว่า 20 นาที ทางนายฮาซัน กล่าวว่า อยากให้ทางตำรวจมีดุลพินิจในการตรวจค้น และรอบคอบตรวจสอบยาเสพติดให้มากกว่านี้ พร้อมกับบอกว่า วันเกิดเหตุตนเองเสียความรู้สึกและฝังใจกับตำรวจชุดจับกุม เนื่องจากตนเองพยายามก้มกราบและอ้อนวอนว่า ซองวัตถุผลึกเกล็ด สีขาวขุ่น ดังกล่าวไม่ใช่ของตน และตนเองก็ไม่เคยเข้าไปยุ่งยาเสพติด แต่คืนนั้นก็ไม่มีใครเชื่อ จึงอยากถามว่า ตำรวจชุดจับกุมกล้าที่จะกราบขอโทษตนหรือไม่ กระทั่ง พ.ต.อ.อาทิตย์ ซิ้มเจริญ และ จะยกมือไหว้และกล่าวขอโทษนายฮาซัน และนางสาวพจนีย์ อยู่เจริญ ผู้เป็นแม่ ต่อหน้าสื่อมวลชน พร้อมกับมอบกระเช้าเพื่อแสดงความรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแทนผู้ใต้บังคับบัญชาชุดจับกุมที่เกิดความผิดพลาดในการปฏิบัติหน้าที่
ทั้งนี้นางสาวพจนีย์ ผู้เป็นแม่ กล่าวว่า สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจเอง ย่อมเป็นที่พึ่งของประชาชน จึงอยากให้มีดุลพินิจและความรอบคอบในการปฏิบัติหน้าที่มากกว่านี้ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงความจริงใจ ยอมรับผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางครอบครัวก็ไม่ได้ติดใจเอาความใดๆ
ทางด้าน ทนายไพศาล กล่าวว่า ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ไม่ได้มีเจตนาไม่ดี เพียงแต่ปฏิบัติหน้าที่ไม่รอบคอบ อยากให้นำเหตุการณ์ครั้งนี้ถอดเป็นบทเรียน และเรื่องกรณีคัดเลือก เจ้าหน้าที่อาสาเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ให้มีการอบรม และเรียนรู้จริยธรรม ข้อกฎหมายให้มากกว่านี้ สำหรับเคสนี้เองก็เกิดความผิดพลาดของอุปกรณ์ และความไม่เชี่ยวชาญการพิสูจน์หลักฐานเบื้องต้นของของเจ้าหน้าที่อาสาที่มาทำแทน แต่หากเกิดข้อผิดพลาดไป คนที่ต้องรับผิดชอบก็คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ
“ตนเองไม่ได้ต้องการจะโทษเจ้าหน้าที่เนื่องจากตำรวจก็มีเจตนาที่ดีในการปฏิบัติงาน แต่การกระทำแบบนี้ก็ขอให้เป็นอุทาหรณ์ อย่างไรก็ตามวันนี้ทั้งสองฝ่ายได้มีการตกลงและทำความเข้าใจกันแล้ว และทางผู้เสียหายไม่ติดใจใดๆ แต่กรณีที่ผู้เสียหายบอกว่า มีเจ้าหน้าที่ลงมือทำร้ายร่างกายในวันเกิดเหตุนั้น ต้องปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการ ซึ่งจะต้องมีการสอบสวนผู้เสียหายอย่างละเอียดอีกครั้ง”
...
ทั้งนี้ ตนอยากฝากเรื่องการเข้ามาเยียวยาครอบครัวของผู้เสียหายตามที่ได้รับปากไว้ รวมถึงการรับรองความปลอดภัยให้กับครอบครัวนายฮาซัน เรื่องนี้ตนจะเข้ามาติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด.