“กรมราชทัณฑ์” ขอโทษต่อสังคมต่อกรณีข้าราชการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครแสดงพฤติกรรม และใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเพื่อพิจารณาโทษทางวินัยแล้ว ยืนยันกรมราชทัณฑ์ยึดแนวทางข้าราชการต้องพึงปฏิบัติตนให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาแก่ประชาชน

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 31 ธันวาคม 2564 นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และโฆษกกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอข้าราชการสังกัดเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร แสดงพฤติกรรม และใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมผ่านทาง เพจเฟซบุ๊ก “อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 3” จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ว่า ได้รับรายงานชี้แจงข้อเท็จจริง จากนายนัสที ทองปลาด ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ว่า จากการตรวจสอบภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏในคลิปวิดีโอแล้ว บุคคลที่ปรากฏในคลิปวิดีโอเป็นข้าราชการสังกัดเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2564 เวลาประมาณ 08.00 น. ขณะขับรถยนต์ส่วนตัวเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่เวรยามรักษาการณ์ในวันหยุดราชการที่ศาลเปิดทำการ โดยใช้เส้นทางถนนผลาสินธุ์ ขณะกำลังจะเลี้ยวกลับรถใต้สะพานซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้างทาง และมีลักษณะคับแคบ คู่กรณีได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ย้อนศรสวนทางมาด้วยความเร็ว และตะโกนด่าทอให้ของลับ เนื่องจากไม่พอใจที่ข้าราชการรายดังกล่าวไม่หยุดรถให้คู่กรณีผ่านทางไป ซึ่งเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครเห็นว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่ได้มีเหตุเฉี่ยวชนกันเกิดขึ้น และคู่กรณีเป็นฝ่ายขับขี่รถจักรยานยนต์ผิดกฎจราจร โดยขับขี่ย้อนศรและฉวัดเฉวียนสวนทางมาเอง แต่กลับมาด่าทอให้ของลับ ทางเจ้าหน้าที่ฯ จึงเกิดบันดาลโทสะและมีการโต้เถียงกันเกิดขึ้นดังเหตุการณ์ที่ปรากฏในคลิปวิดีโอที่มีการเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media)
        
ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ ขอเรียนเพิ่มเติมว่า แม้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคลิปวิดีโอดังกล่าวจะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ถึงพฤติกรรมและการปฏิบัติตนของข้าราชการ ซึ่งต้องพึงปฏิบัติตนให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาแก่ประชาชน ปฏิบัติต่อประชาชนด้วยความสุภาพ อ่อนน้อม มีวินัย และรักษาภาพลักษณ์ของทางราชการ ทางกรมราชทัณฑ์ขอโทษต่อสังคมต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และทางเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเพื่อพิจารณาโทษทางวินัยในกรณีดังกล่าว และมีคำสั่งมอบหมายหน้าที่ให้เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่เดิม และมาปฏิบัติหน้าที่ส่วนอื่นแล้ว

...