บช.น.เพิ่มกำลัง คฝ.ดูแลใกล้ทำเนียบรัฐบาล หลังกลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายจะนะฯ และผู้สนับสนุนปักหลักชุมนุม รอประเมินหลังการประชุม ครม. ยืนยันดูแลทุกกลุ่ม ขออย่าทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 ธ.ค. พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รองโฆษก บช.น. กล่าวว่า การชุมนุมกลุ่มเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น พร้อมกลุ่มสนับสนุนบนสะพานชมัยมรุเชฐ จัดกำลังเจ้าหน้าที่ คฝ.ดูแลความปลอดภัยและรักษาความสงบเรียบร้อย จำนวน 4 กองร้อย กลุ่มผู้ชุมนุมปักหลักอยู่บนสะพานประมาณ 60 คน เจ้าหน้าที่ได้เจรจาขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมย้ายสถานที่ชุมนุมไปอยู่บริเวณเชิงสะพานด้านถนนพระราม 5 จากการเจรจากลุ่มผู้ชุมนุมได้เปิดเส้นทางการจราจรถนนพิษณุโลกบางส่วนให้รถยนต์วิ่งสัญจรได้ วันที่ 13 ธ.ค. มีผู้ปราศรัยปลุกเร้าให้มีการฝ่าแนวกั้น และขว้างปาสิ่งของใส่ตำรวจนั้น ได้มีการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานเอาไว้ อยู่ระหว่างพิสูจน์ตัวบุคคลผู้ที่ปราศรัยเพื่อดำเนินคดีต่อไป

นอกจากนี้ บก.น.1 ตั้งจุดตรวจ 2 จุด บริเวณแยกยมราช และถนนนครสวรรค์ เพื่อตรวจสิ่งผิดกฎหมายและป้องกันเหตุ ส่วนกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมประชิดใกล้ทำเนียบรัฐบาลระหว่างมีประชุมคณะรัฐมนตรี บช.น.เพิ่มกำลังตำรวจ คฝ.อีก 3 กองร้อย เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย ผู้ชุมนุมจะค้างคืนต่อเนื่องหรือไม่ถ้าให้ประเมินคงต้องรอผลการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีว่าพอใจหรือไม่อย่างไร ตำรวจต้องดูแลทุกกลุ่ม ขออย่าทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน

ขณะที่กรณีตำรวจควบคุมฝูงชนยศ ส.ต.ต.ที่ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมทะลุแก๊ซรุมทำร้ายร่างกายว่า หลังจากการชุมนุมที่บริเวณราชประสงค์ วันที่ 12 ธ.ค. ฝ่ายสืบสวนได้เบาะแสว่า มีกลุ่มที่มาก่อกวนยิงพลุ จุดประทัด ปาระเบิด จับกุมวัยรุ่นพร้อมตรวจยึด รถจยย.และประทัด ระเบิดปิงปอง พลุ ทำให้วัยรุ่นก่อเหตุไม่ได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเลิกภารกิจกลับที่ตั้ง ส.ต.ต.ชัยพล จากยางโทน เจ้าหน้าที่ คฝ. ขี่รถ จยย.ส่วนตัวเป็นเวลานอกราชการใส่กางเกงสีกากีชุดครึ่งท่อน กระทั่งถูกกลุ่มวัยรุ่นล้อมทำร้ายร่างกายระหว่างทาง จากการตรวจสอบพบว่าเป็นกลุ่มเดียวกันกับกลุ่มวัยรุ่นที่ฝ่ายสืบสวนตรวจยึดประทัดมา หลักฐานมีครบ มีภาพระบุตัวตนได้ และอย่าบอกว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลอนุมัติหมายจับ ทราบว่า ผู้ก่อเหตุมีทั้งหมด 5 คน อยู่ใน กทม.

...