ครอบครัวสุดรันทด ลูกชายคลั่งเผาบ้านขู่จะฆ่าให้หมด ต้องหนีระหกระเหิน

ข่าว

    ครอบครัวสุดรันทด ลูกชายคลั่งเผาบ้านขู่จะฆ่าให้หมด ต้องหนีระหกระเหิน

    ไทยรัฐออนไลน์

    8 ธ.ค. 2564 21:37 น.

    ชีวิตรัดทดครอบครัว 5 คน แม่พาหนีลูกชายที่ติดยาบ้าคลั่งเผาบ้านวอดทั้งหลัง มาปลูกเพิงพักริมถนน อาศัยเป็ดไล่ทุ่งที่มีเพียงฝูงเดียวเลี้ยงชีพ วอนหน่วยงานรัฐช่วยหาที่อยู่ เพราะห่วงแม่ที่ชราและหลานที่กำลังโตเป็นสาว

    วันที่ 8 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวได้พบกับครอบครัวที่มีความลำบากยากเข็ญในการใช้ชีวิต พักอาศัยในที่นาของคนอื่น มีทั้งคนแก่ เด็ก ผู้หญิง พร้อมเป็ดไล่ทุ่ง 1 ฝูง ไร้อาหาร น้ำดื่มสะอาด สิ่งอุปโภค สิ่งอำนวยความสะดวก ท่ามกลางความหนาวเหน็บและภัยอันตรายต่างๆ สะท้อนถึงปัญหาของสังคมไทยจากการที่คนในครอบครัวไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด

    นางนาฏ โชคศิริ อายุ 58 ปี เป็นผู้แม่ เปิดเผยว่า ตนเองและสมาชิกในครอบครัว มีแม่ที่อายุ 86 ปี และหลานสาวอีก 3 คน ต้องระหกระเหินเร่ร่อนมาอาศัยอยู่บนที่ดิน ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ยังไม่ทราบว่าเป็นที่ดินของใคร พร้อมฝูงเป็ด 1 ฝูงที่พอประทังชีวิตในการนำไข่ไปขาย เป็นรายได้เลี้ยงสมาชิกในครอบครัว

    "พวกเราทั้งหมดพากันหนีตายมาจากการกระทำของลูกชายที่ติดยา โดยเดิมทีก่อนหน้านี้มีภูมิลำเนาเป็นคนตำบลหนองนาแซง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ แต่หลังจากที่ลูกชายคนโตที่เป็นเสาหลักของครอบครัวเลิกกับภรรยา ก็เริ่มมีนิสัยเปลี่ยนไป งานการไม่ทำ แถมติดยาเสพติด มีอาการคลุ้มคลั่ง กระทั่งเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ลูกชายเมายาบ้าอย่างหนัก ขู่จะทำร้ายผู้คนในครอบครัว และขู่จะเผาบ้านซึ่งป็นที่พักอาศัยของคนในครอบครัวทั้ง 6 ชีวิต จึงเกิดความกลัว และไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าไประงับเหตุ แต่ไม่ทัน ลูกชายได้เผาบ้านที่เป็นสมบัติสุดท้ายของครอบครัววอดวายทั้งหลัง เป็นภาพที่ทุกคนในครอบครัวได้แต่ยืนดู บ้านถูกไฟไหม้ทั้งหลังด้วยน้ำมือลูกชายที่ติดยาบ้า คว้าได้เพียงเสื้อผ้าบางส่วนและผ้าอ้อมของหลานคนเล็ก"

    เหตุการณ์วันนั้น สร้างความเศร้าสลดเสียใจให้กับคนในครอบครัวเป็นอย่างมาก ด้วยความกลัวคำอาฆาตของลูกชายก่อนถูกส่งตัวดำเนินคดี ว่า หากพ้นโทษออกมาจะกลับมาฆ่าทุกคน จึงไม่กล้าอาศัยอยู่ในที่ดินของตัวเองอีกต่อไป บวกกับกระแสสังคมที่ตอกย้ำกับครอบครัว จึงตัดสินใจออกมาระหกระเหินเร่ร่อน พร้อมต้นทุนชีวิตคือ เป็ดไล่ทุ่ง 1 ฝูง หาแหล่งทำมาหากินเลี้ยงเป็ด พอได้เก็บไข่ขายไปวันๆ"

    นางนาฏ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันสมาชิกในครอบครัวเหลือเพียงแม่ที่อายุ 86 ปี และหลานคนโต อายุ 16 ปี ซึ่งไม่ได้รับการศึกษา แม้ว่าอยากเรียนแต่ด้วยสภาพชีวิตที่เปลี่ยนไปจึงไม่มีโอกาส ส่วนหลานคนกลาง อายุ 15 ปี ต้องย้ายที่เรียนไปอยู่บ้านญาติ เข้าเรียนชั้น ม.3 ที่โรงเรียนในอำเภอหนองบัวระเหว และหลานสาวคนเล็กสุด 3 ขวบ ยังอยู่ในการดูแลของตน การใช้ชีวิตประจำวันเป็นไปด้วนความยากลำบาก รายได้ก็ได้จากการนำไข่ไปขายเพื่อซื้ออาหารประทังชีวิตไปเท่านั้น ไม่รู้จะสู้ไปได้อีกนานแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นการหลับนอน การกิน การอยู่ เป็นไปด้วยความยากลำบาก มีเพียงเต็นท์และผ้าใบกางกันลม ด้านน้ำ อาหาร ก็ต้องไปขอจากวัดหรือตักใช้ในแหล่งน้ำซอกดินคันนา ที่ยังพอมีน้ำขังหลังจากน้ำท่วมที่ผ่านมา นำมาใช้อุปโภคบริโภค และใช้ในชีวิตประจำวันเท่านั้น

    "รู้สึกสงสารทุกคนในครอบครัว แต่ก็ไม่กล้าที่จะกลับไปใช้ชีวิตในบ้านที่เคยอยู่อาศัยกันอย่างมีความสุข เพราะทุกคนในครอบครัวขณะนี้ยังรู้สึกกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยอมรับที่จะใช้ชีวิตอย่างลำบากดีกว่ากลับไปหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมา จึงขอวิงวอนผ่านสื่อมวลชน ไปถึงหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวเข้ามาช่วยเหลือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในครอบครัว ให้มีโอกาสเหมือนกับครอบครัวอื่นเขาบ้าง เป็นห่วงหลานที่กำลังเป็นสาว และแม่ที่ชรามากแล้ว อยากมีที่พักที่อาศัยเป็นหลักแหล่ง"

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      วิดีโอแนะนำ

      นักแสวงโชคล้วงไหขอ "เลขเด็ด" ศาลเก่าพ่อปู่แม่ย่าเกาะคำชะโนด
      01:21

      นักแสวงโชคล้วงไหขอ "เลขเด็ด" ศาลเก่าพ่อปู่แม่ย่าเกาะคำชะโนด

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      เมายาบ้าเผาบ้านไม่มีบ้านบ้านแตกลูกชายเผาบ้านข่าวทั่วไป

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันจันทร์ที่ 17 มกราคม 2565 เวลา 04:45 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์