ตร.กองปราบ เผย อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง ผกก.โจ้ และพวกรวม 7 คน ทุกข้อหาหากผิดจริงโทษถึงประหารสถานเดียวไม่มีจำคุก เปิดมิติใหม่คดีซ้อมทรมานผู้ต้องหา คาดอัยการส่งฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตฯ ในสัปดาห์หน้า
เมื่อวันที่ 12 พ.ย.2564 ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. เปิดเผยความคืบหน้าคดี พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ หรือผกก.โจ้ และลูกน้องรวม 7 คน ซ้อมทรมาน นายจิระพงศ์ หรือมาวิน ธนะพัฒน์ อายุ 24 ปี ว่า หลังพนักงานอัยการได้รับมอบสำนวนคดีดังกล่าวจากพนักงานสอบสวนกองปราบปรามฯ เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ที่ผ่านมา ขณะนี้อัยการสูงสุดได้มีความเห็นสั่งฟ้องคดีดังกล่าวกับผู้ต้องหาทั้งหมด ในทุกข้อหา ที่พนักงานสอบสวนตั้งไว้ ประกอบด้วย
“เป็นเจ้าพนักงานของรัฐร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด, เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด, ร่วมกันฆ่านายจิระพงศ์ หรือมาวิน ธนะพัฒน์ โดยไตร่ตรอง ทรมานหรือทารุณโหดร้าย ร่วมกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใดโดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นหรือผู้อื่นหรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมสิ่งนั้น” ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 91, 157, 309 วรรคสอง, 289 (5) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172
...
ด้าน พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. กล่าวอีกว่า จากการที่อัยการพิจารณาสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดในทุกข้อกล่าวหา โดยเฉพาะข้อหาตาม มาตรา 289 (5) ฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและฆ่าโดยทรมานทารุณโหดร้าย ถือเป็นมิติใหม่ของการเอาผิดผู้ต้องหาคดีลักษณะดังกล่าว เนื่องจากแนวฎีกาเดิมที่ผ่านๆ มา ผู้ต้องหาจากคดีลักษณะนี้มักจะถูกดำเนินคดีในข้อหาตามมาตรา 288 ว่าด้วย ผู้ใดฆ่าผู้อื่น ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี แตกต่างจากมาตรา 289(5) ที่ มีโทษประหารชีวิตสถานเดียว โดยไม่มีโทษจำคุก นั่นเท่ากับว่าหากคดีถึงที่สุดแล้วศาลมีคำตัดสินพิพากษาว่าผิดจริง พ.ต.อ.ธิติสรรค์ และพวก จะต้องรับโทษประหารชีวิตเพียงสถานเดียว ซึ่งหลังจากนี้ภายในสัปดาห์หน้าทางอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต จะทำการยื่นฟ้อง พ.ต.อ.ธิติสรรค์ และพวก ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.