ตำรวจเตรียมส่งสำนวนการสอบสวนให้ ป.ป.ช. จ่อดำเนินการตามกฎหมายกลุ่มผู้ต้องหาในคดีขโมยรังนก ด้านคนรับจ้างแทงรังนกในพื้นที่ ต.เกาะลิบง จ.ตรัง ยันถูก จนท.หลอกอ้างนำเงินเข้าส่วนกลาง แต่ผลประโยชน์ไม่รู้ลงที่ใคร

จากกรณี พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผช.ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.ไพโรจน์ กุจิรพันธ์ ผู้บังคับการกองอุทธรณ์ (อธ.) หัวหน้าชุดสอบสวนในคดีรังนก ร่วมกับ พล.ต.ต.ตานิตย์ รามดิษฐ์ ผบก.ภ.จว.พัทลุง เร่งคลี่คลายคดีรังนก จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งสิ้น 38 ราย ด้านผู้สมัครนายก อบต.เกาะหมาก อ.ปากพะยูน ผู้ขุดคุ้ยคดีรังนกต่อดีเอสไอถูกภัยมืดคุกคามจะเอาชีวิต เข้าร้องเรียนต่อ ผบก.ภ.จว.พัทลุง ตามข่าวที่เสนอมาแล้วนั้น

ล่าสุดวันนี้ (9 พ.ย.) ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง ซึ่งใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการงานสืบสวนสอบสวนในคดีรังนกของ สตช. และ ภ.จว.พัทลุง พล.ต.ต.ไพโรจน์ กุจิรพันธ์ ผู้บังคับการกองอุทธรณ์ (อธ.) หัวหน้าชุดสอบสวนในคดีรังนกของ สตช.และ พ.ต.อ.วรชาติ รสจันทน์ รอง ผบก.ภ.จว.พัทลุง หัวหน้าชุดสอบสวนของ ภ.จว.พัทลุง และพนักงานสอบสวน ได้ร่วมกันรวบรวมสำนวนการสอบสวน การขยายผลการสอบปากคำพยานทั้งในและต่างจังหวัด เพื่อนำไปสู่การขยายผลไปสู่การยื่นขอหมายจับต่อกลุ่มผู้ต้องหาในแถวที่ 4 ต่อไป

...

ขณะที่สำนวนการสอบสวนของพนักงานสอบสวนในคดีดังกล่าวเกือบจะแล้วเสร็จแล้ว คาดว่าน่าจะรวบรวมสำนวนการสอบสวนส่งไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพัทลุง เพื่อให้ ป.ป.ช.ส่งฟ้องกลุ่มผู้ต้องหาในคดีรังนกไปยังอัยการศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบตามขั้นตอน ในส่วนของสำนวนการสอบสวนที่พนักงานสอบสวนส่งให้สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพัทลุง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายกับผู้ต้องหา 2 ราย ประกอบด้วย ผู้ใหญ่บ้าน 1 ราย และ อส. 1 รายนั้น เมื่อเร็วๆ นี้ทางด้านนายธนะ อาษาวุธ ผอ.สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพัทลุง ได้นำสำนวนการสอบสวนดังกล่าวมาส่งมอบให้ พล.ต.ต.ตานิตย์ รามดิษฐ์ ผบก.ภ.จว.พัทลุง เพื่อยื่นฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 2 รายต่ออัยการศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่พนักงานสอบสวนในคดีรังนกของ สตช. และ ภ.จว.พัทลุง ได้เดินทางไปสอบปากคำกลุ่มคนงานแทงรังนกในพื้นที่ ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ที่ตำรวจกันไว้เป็นพยานในคดีดังกล่าว จำนวน 7 คน เมื่อวันที่ 5-6 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งกลุ่มงานทั้ง 7 คน ต่างให้ปากคำแนวทางเหมือนกันว่า ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2564 ได้รับการติดต่อจาก จนท.รัฐรายหนึ่งให้เข้ามาแทงรังนกในหมู่เกาะสี่ เกาะห้า โดย จนท.รัฐรายนี้บอกว่าเป็นการแทงรังนกที่ถูกกฎหมายเพราะต้องการนำเงินเข้าจังหวัด เมื่อพวกตนเดินทางมาถึง จ.พัทลุง ก็ถูก จนท.รัฐยึดโทรศัพท์มือถือ และนำลงเรือหางยาวไปแทงรังนกตามถ้ำต่างๆ

ทั้งนี้ จนท.รัฐผู้เกี่ยวข้องจะนำเรือหางยาวมาส่งอาหารให้ทั้ง 3 มือ พร้อมกับนำรังนกกลับไป หลังจากที่แทงรังนกได้ 7 วัน พวกตนก็รู้ว่าโดนหลอกแล้ว เนื่องจากพฤติกรรมของ จนท.รัฐน่าสงสัยยิ่ง จึงขอกลับเข้าฝั่งเพื่อเดินทางกลับบ้าน โดยได้รับค่าตอบแทนในการแทงรังนกคนละ 10,000 บาท หลังจากข่าวดังกล่าวฉาวโฉ่ขึ้นก็ทราบว่าพวกตนถูกหลอกจริงๆ จึงเข้าให้เป็นพยานกับพนักงานสอบสวนดังกล่าว ส่วน จนท.รัฐและบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นใครบ้างนั้น พยานเหล่านี้ก็ให้รายละเอียดแก่พนักงานสอบสวนไปหมดแล้ว

อย่างไรก็ตาม กลุ่มพยานเหล่านี้เคยเดินทางมาเป็นลูกจ้างแทงรังนกให้กับบริษัทสยามเนสท์ จำกัด ซึ่งเคยได้รับการสัมปทานการจัดเก็บรังนกฯเมื่อครั้งที่ผ่านมา ณ เกาะรังนก ต.เกาะหมาก อ.ปากพะยูน ร่วมกับคนงานจากพื้นที่ ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา ประมาณ 40-50 คน ในช่วงต้นเดือนเมษายน 2564 ซึ่งเป็นช่วงการเก็บรังนกในครั้งที่ 1 หลังจากนั้นคนงานรับจ้างแทงรังนกเหล่านี้ก็ไม่ได้เข้ารับจ้างแทงรังนกของบริษัทแต่อย่างใด หลังจากที่ว่างเว้นการสัมปทานรังนกฯ พวกตนก็ถูกหลอกให้เข้ามาแทงรังนกดังกล่าว

...

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า จากการให้ปากคำของกลุ่มคนงานดังกล่าวนี้ ก็แสดงให้เห็นว่าจากการที่ทางบริษัทรังนกฯไม่ได้จัดเก็บรังนกในครั้งที่ 2 ในช่วงปลายเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2564 เพื่อเป็นการเพิ่มปริมาณพันธุ์นกอีแอ่นให้มากขึ้น อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อท้องถิ่นของจังหวัดพัทลุงนั้น จะมีรังนกที่จะจัดเก็บได้ในช่วงการจัดเก็บรังนกในครั้งที่ 2 เป็นจำนวนมาก ดังนั้นข่าวที่ลือสะพัดว่าทางบริษัทลักลอบแทงรังนกจึงไม่ใช่เป็นเรื่องจริง ส่วนมูลค่ารังนกที่ถูกขโมยไปในครั้งนี้ที่มีการลักลอบขายกันในตลาดมืดทั้งในและต่างจังหวัดนั้น จะมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 60 ล้านบาท ทำให้ชาวพัทลุงหลายคนสงสัยว่าเงินดังกล่าวตกอยู่ที่ใคร ใครเป็นผู้บงการ และสั่งการให้เข้าไปขโมยรังนกในครั้งนี้ และทางตำรวจจะสามารถขยายผลการสืบสวนสอบสวนไปสู่การจับกุมบุคคลดังกล่าวได้หรือไม่ เป็นเรื่องที่ประชาชนจับตามอง