"โจ้" ไม่พอใจ เดินหนีข้อหา สำนวน 7 แฟ้ม ฟ้องฆ่าทารุณ ส่งถึงอัยการ

ข่าว

    "โจ้" ไม่พอใจ เดินหนีข้อหา สำนวน 7 แฟ้ม ฟ้องฆ่าทารุณ ส่งถึงอัยการ

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    4 พ.ย. 2564 05:14 น.

    รอง ผบช.ก.นำคณะพนักงาน สอบสวนกองปราบฯหอบสำนวน 7 แฟ้ม 2,540 แผ่น ส่งถึงมืออัยการ เห็นควรสั่งฟ้อง ผกก.โจ้ กับลูกน้องรวม 7 คนใช้ถุงดำคลุมหัวผู้ต้องหาเสียชีวิต โฆษก อสส.เชื่อฟ้องศาลทัน 17 พ.ย. ขณะที่ “บิ๊กก้อง” เจ้าพ่อสอบสวนกลาง มั่นใจเอาผิด “โจ้ ถุงดำ” กับพวกได้ โทษสูงสุดถึงประหาร เผยขณะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในเรือนจำ อดีต ผกก.โจ้ไม่รับกติกาสังคมเดินหันหลังหนีกลับ ส่วนประเด็นตรวจสอบปมรถหรูพบอดีตนายตำรวจฉาวจับกุมทั้งสิ้น 410 คัน 270 คันมาจากประเทศเพื่อนบ้าน อีก 56 คันนำเข้าจากยุโรป ที่เหลืออยู่ระหว่างตรวจสอบ พบพิรุธเพียบ ลั่นถึงใครไม่มีเว้น

    จากคดีฉาวโฉ่วงการสีกากีกรณีผู้กำกับโจ้-พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ ถูกจับกุมพร้อมลูกน้องชุดปราบปรามยาเสพติด (ชุด 05) รวม 7 คน หลังปรากฏเป็นคลิปว่อนโซเชียล ใช้ถุงดำคลุมหัวนายจิระพงศ์ หรือมาวิน ธนะพัฒน์ อายุ 24 ปี หลังถูกจับกุมแล้วนำมาขยายผลที่ห้องปฏิบัติการ “บ้านกาแฟ” จนขาดอากาศหายใจเสียชีวิต คดีอยู่ระหว่างการสอบสวนของพนักงานสอบสวนที่มี พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. ควบคุมการปฏิบัติ โดยมีกำหนดส่งสำนวนให้อัยการคดีปราบปรามทุจริต 3 พ.ย.ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

    เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 3 พ.ย. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก. พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. ร่วมประชุมสรุปสำนวนคดี พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ หรือ ผกก.โจ้ และลูกน้องรวม 7 คน ซ้อมนายจิระพงศ์ หรือมาวิน ธนะพัฒน์ อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาคดียาเสพติดจนเสียชีวิต ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ พล.ต.ท.จิรภพกล่าวว่า ในส่วนสำนวนคดีข้อหาทารุณกรรมผู้ต้องหาจนถึงแก่ชีวิตเสร็จเป็นที่เรียบร้อย จะส่งสำนวนในช่วงบ่าย มั่นใจว่าจะดำเนินคดีกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดในข้อหาฆ่าผู้อื่นด้วยการทารุณกรรม มีอัตราโทษสูงสุดคือประหารชีวิตได้ หลังจากนี้คงต้องรอผลการพิจารณาในชั้นศาล ยืนยันว่าการทำคดีที่ผ่านมาไม่มีการกดดันจากที่ใดเข้ามาแทรกแซง ดำเนินการตามข้อเท็จจริง รวมถึงหลักฐานที่มีอยู่ค่อนข้างครบถ้วนเอาผิดถึงที่สุดได้แน่นอน

    ผบช.ก.กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังแจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก่กลุ่มผู้ต้องหาในเรือนจำจนครบถ้วนทุกคน ตามมาตรา 172 คือเจ้าพนักงานของรัฐผู้ใด ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2 หมื่นบาทถึง 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มีเฉพาะ ผกก.โจ้ที่แสดงท่าทีไม่พอใจ ไม่ให้ความร่วมมือในการรับทราบข้อกล่าวหา และเดินกลับไปโดยไม่ได้บอกเหตุผล ต้องแจ้งข้อหาผ่านเจ้าหน้าที่เรือนจำ ไม่ถือเป็นปัญหาหรือข้อกังวลเพราะถือว่าได้แจ้งให้รับทราบแล้ว รวมถึงยังได้ทำบันทึกพฤติกรรมดังกล่าวของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ลงในสำนวน ถือเป็นการปฏิบัติตามขั้นตอนกฎหมายครบถ้วน

    ผบช.ก.กล่าวว่า ส่วนเรื่องตรวจสอบทรัพย์สินและกรณีจับรถหรูเรียกรับเงินรางวัลนำจับนั้น คืบหน้าไปมากพอสมควร ถึงขณะนี้พบรถหรูที่ พ.ต.อ.ธิติสรรค์จับกุมนั้นมีด้วยกัน 410 คัน จำนวนนี้เป็นรถที่นำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน 270 คัน และรถที่นำเข้ามาจากประเทศแถบยุโรป 56 คัน ที่เหลืออยู่ระหว่างตรวจสอบแหล่งที่มา นอกจากนี้ ยังพบพิรุธหลายอย่าง อาทิ ทำบันทึกจับกุมก่อนรถจะเข้ามาภายในประเทศ โดยเฉพาะรถแจ้งหายในประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนขั้นตอนตรวจสอบหลังจากนี้อาจต้องใช้เวลาบ้าง เนื่องจากต้องประสานข้อมูลกับประเทศต้นทางทั้งแถบประเทศเพื่อนบ้านและฝั่งยุโรป ทั้งนี้อยู่ระหว่างขยายผลและสอบปากคำพยานบุคคลต่างๆให้แน่ชัด มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ โดยเฉพาะขั้นตอนการทำบันทึกจับกุมรถหรู ยืนยันว่าหากพบหลักฐานการกระทำผิดเชื่อมโยงถึงใครจะต้องดำเนินคดีโดยไม่มีข้อยกเว้น ยืนยันว่าทำอย่างตรงไปตรงมาไม่มีการช่วยเหลือ

    ต่อมาที่สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารแจ้งวัฒนะ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก.นำพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม นำสำนวนการสอบสวนในคดีที่ น.ส.จันทร์จิรา ธนะพัฒน์ และ พ.ต.อ.สุทธินันท์ คงแช่มดี ผกก.สส.บก.ภ.จ.นครสวรรค์ กล่าวหา พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล พ.ต.ต.รวีโรจน์ ดิษทอง ร.ต.อ.ทรงยศ คล้ายนาค ร.ต.ท.ธรณินทร์ มาศวรรณา ด.ต.วิสุทธิ์ บุญเขียว ด.ต.ศุภากร นิ่มชื่น และ ส.ต.ต.ปวีณ์กร คำมาเร็ว ผู้ต้องหาที่ 1-7 ตามลำดับ มาส่งให้พนักงานอัยการ มีนายอิทธิพร แก้วทิพย์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญานายประยุทธ เพชรคุณ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ในฐานะโฆษกและรองโฆษกเป็นตัวแทน อสส.รับสำนวน

    มีรายงานว่า พนักงานสอบสวนมีความเห็นสมควรฟ้องในข้อหา “เป็นเจ้าพนักงานของรัฐร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่ง หรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด, เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด, ร่วมกันฆ่าโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้ายร่วมกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใดโดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกายเสรีภาพชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นหรือผู้อื่นหรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมสิ่งนั้น” ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 91, 157, 309 วรรคสอง, 289 (5) พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 (เหตุเกิดระหว่างวันที่ 5 ส.ค.-6 ส.ค.64 ที่ห้อง ทำงานชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.เมืองนครสวรรค์

    ด้านนายประยุทธเผยว่า พนักงานสอบสวนกองปราบฯได้สอบสวนเสร็จสิ้น มีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาที่ 1 กับพวกรวม 7 คน ตามข้อกล่าวหาทั้งหมดในชั้นสอบสวน ทั้งหมดถูกควบคุมและฝากขังไว้ตามคำสั่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง โดยผู้ต้องหาที่ 1 และผู้ต้องหาที่ 4 จะครบฝากขังครั้งที่ 6 ในวันที่ 6 พ.ย.64 และผู้ต้องหาที่ 2, 3, 5, 6 และ 7 จะครบฝากขังครั้งที่ 6 ในวันที่ 5 พ.ย.64 สำนักงานอัยการสูงสุดขอแถลงให้ทราบว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 143 วรรคท้าย ผู้มีอำนาจสั่งพิจารณาคดีนี้คืออัยการสูงสุดโดยคำสั่งอัยการสูงสุดถือว่าเด็ดขาด ผลคืบหน้าทางคดีสำนักงานอัยการสูงสุดจะแถลงให้ทราบในโอกาสต่อไป

    ส่วนประเด็นที่สังคมห่วงใยว่าอัยการจะยื่นฟ้องคดีไม่ทันตามกำหนดครบฝากขัง รวม 84 วัน ในวันที่ 17 พ.ย.นี้ นายประยุทธกล่าวว่า ไม่ต้องกังวล เชื่อว่าความเชี่ยวชาญของทีมงานอัยการโดยนายปฏิพงษ์ สละสวัสดิ์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีกิจการอัยการสูงสุด จะสรุปสำนวนภายในเวลาที่กำหนด โดยตั้งคณะทำงานอัยการขึ้นพิจารณา และเสนอความเห็นให้อัยการสูงสุดพิจารณาสั่ง หากอัยการไม่สามารถยื่นฟ้องคดีต่อศาลได้ทันภายในกำหนด จำเป็นต้องปล่อยตัวอดีต ผกก.โจ้ กับลูกน้องไปก่อน ทั้งนี้ มั่นใจว่าอัยการยื่นฟ้องคดีทันแน่นอน

    ขณะที่ พล.ต ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก. กล่าวว่า วันนี้พนักงานสอบสวนส่งสำนวนการสอบสวนอดีต ผกก.โจ้ กับลูกน้องข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ จำนวน 7 แฟ้ม รวม 2,540 แผ่น คณะพนักงานสอบสวนมีความมั่นใจในพยานหลักฐานที่รวบรวมมาทั้งหมด เนื่องจากมีพนักงานอัยการเข้าร่วมสอบสวนตั้งแต่แรกที่ จ.นครสวรรค์ กระทั่งโอนคดีเข้ามาที่กองปราบปราม เพราะตามกฎหมายบัญญัติไว้ว่า หากเป็นการตายที่อยู่ระหว่างการควบคุมของพนักงานหรือตายเพราะการกระทำของเจ้าพนักงาน ให้อัยการเข้าร่วมสอบสวนด้วยตาม ป.วิอาญา มาตรา 155/1 วันนี้เป็นการส่งสำนวนคดีฆาตกรรมเท่านั้น ส่วนคดีที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เช่นคดีนำเข้ารถหรู แยกดำเนินคดีต่างหาก อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง เพราะมีเอกสารจำนวนมาก

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ผู้กำกับโจ้ผกก.โจ้ถุงดำคลุมหัวพ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผลส่งสำนวนให้อัยการฆ่าทารุณข่าวหน้า1ข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพฤหัสที่ 2 ธันวาคม 2564 เวลา 19:08 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์