"บิ๊กใหม่" ตามคดีฆ่าถุงดำครอบหัว ทิ้งศพอำพราง หวั่นเป็น "โจ้" ภาค 2

ข่าว

    "บิ๊กใหม่" ตามคดีฆ่าถุงดำครอบหัว ทิ้งศพอำพราง หวั่นเป็น "โจ้" ภาค 2

    ไทยรัฐออนไลน์

    2 พ.ย. 2564 20:55 น.

    "บิ๊กใหม่" ลงติดตามคดีหนุ่มใหญ่ถูกฆ่าทิ้งศพอำพรางพงหญ้า นำถุงดำครอบหัว เปลือยท่อนล่าง ที่พิษณุโลก เชื่อน่าจะเป็นคนชนเผ่า สอบพบใช้อาวุธปืน .22 ยิง หวั่นเป็น "โจ้ภาคสอง" แต่เชื่อไม่น่าเป็นฝีมือตำรวจ คาดคนร้ายน่าจะเค้นต้องการอะไรจากผู้ตาย

    เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 2 พ.ย. 64 พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. เดินทางไปติดตามคดีคนร้ายฆ่ารัดคอชายวัยประมาณ 40 ปี ใช้ถุงดำพันศีรษะปิดใบหน้า กรีดใบหน้าที่แก้มซ้าย กางเกงถูกถลกลงมาจนเปลือยท่อนล่าง แล้วนำศพมาทิ้งพงหญ้าข้างทาง ที่บ้านห้วยทรายเหนือ ต.บ้านแยง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เพื่ออำพรางคดี ก่อนเข้าประชุมร่วมกับ พล.ต.ต.สิทธิชัย โล่กันภัย รอง ผบช.ภ.6 พล.ต.ต.ณัฐวุฒิ ภาคภูมิ ผบก.สส.ภ.6 พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า ผบก.ภ.จ.พิษณุโลก พล.ต.ต.สาธิต ก้อนแก้ว ผบก.ศพฐ.6 และเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.บ้านแยง พร้อมชุดสืบสวนภาค 6 และชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก ที่ห้องศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม ชั้น 2 สภ.บ้านแยง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก

    จากนั้น พล.ต.อ.สุชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าผู้ตายเป็นใคร แต่จากการรวบรวมหลักฐานของฝ่ายสอบสวน ฝ่ายสืบสวน และศูนย์พิสูจน์หลักฐาน เบื้องต้นได้ตรวจลายนิ้วมือแฝงในระบบของฝ่ายปกครองแล้ว ไม่พบลายนิ้วมือตรงกับผู้ใด จึงมีแนวโน้มว่าผู้เสียชีวิตน่าจะไม่ใช่คนสัญชาติไทย และดูจากใบหน้าแล้วน่าจะคนชนเผ่า จากนี้คงต้องขอความร่วมมือจากสื่อนำเสนอใบหน้าผู้ตายที่ทำความสะอาดใบหน้าเรียบร้อยแล้ว ให้ช่วยประชาสัมพันธ์เพื่อหาญาติผู้ตาย รวมทั้งทรัพย์สินที่พบในตัวทั้งสร้อยสแตนเลส ตะกรุดคาดเอว และด้ายสายสิญจน์ที่มัดข้อมือ รวมทั้งเสื้อและกางเกง เรื่องนี้จะให้ ผบก.ภ.จ.พิษณุโลก ประสานกับสื่ออีกครั้ง

    นอกจากนี้ยังพบหลักฐานว่า คนร้ายใช้รถเป็นพาหนะนำศพมาทิ้งบริเวณที่พบศพ ไม่น่าที่จะถูกฆ่าตรงนั้น และจากการผ่าชันสูตรศพของแพทย์นิติเวช รพ.พุทธชินราช พบว่าผู้ตายถูกยิงด้วยอาวุธปืนที่ใบหน้าบริเวณแก้มซ้ายที่ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นรอยถูกของมีคม โดยกระสุนเข้าไปฝังอยู่บริเวณท้ายทอย เป็นกระสุนปืนขนาด .22 แต่สาเหตุการเสียชีวิตต้องรอแพทย์ก่อน ว่าเกิดจากกระสุนปืนหรือเกิดจากการขาดอากาศหายใจเพราะเราพบเชือกรัดคอด้วย รวมทั้งต้องตรวจในกระเพาะอาหารดูว่ามีเศษอาหารอะไรจะได้ทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายไปทำอะไรมา และเสียชีวิตมาหลังจากพบศพประมาณกี่ชั่วโมง เลยต้องหาหลักฐานเพิ่มเติมอีกนิดหนึ่ง

    รอง ผบ.ตร. กล่าวต่อว่า ทาง ผบ.ตร.ทราบข่าวแล้วก็รู้สึกกังวล กลัวว่าจะเป็น "โจ้ ภาคสอง" เลยให้ตนลงมาดูเรื่องนี้ เพราะพฤติการณ์ของคนร้ายคล้ายกับ "โจ้ ภาคหนึ่ง" เขาทำ แต่การประชุมในวันนี้ได้ข้อเท็จจริงบางอย่าง ยังไม่สามารถจะยืนยันได้ขนาดนั้น แต่มีแนวโน้มที่ดี ถ้าจะเป็นตำรวจคงไม่ใช้อาวุธปืนขนาด .22 และปืนขนาดนี้มีคนครอบครองจำนวนน้อยคน เราก็สามารถสืบสวนขยายผลต่อได้ แต่สภาพศพเบื้องต้นเหมือนกับว่า คนร้ายเอาผู้ตายมาเพื่อจะเค้นหาอะไรสักอย่างแล้วฆ่าทิ้ง ส่วนการฆ่าโดยรัดคอหรือใช้อาวุธยิงยังไม่ชัดเจน เบื้องต้นมีแนวโน้มว่าคนร้ายไม่น่าใช่ตำรวจ ถึงกับจุดธูปไหว้พระว่าขอไม่ให้ใช่ แต่ที่สุดแล้วถ้าคนร้ายเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐก็ต้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา การใช้ถุงดำไม่ได้คลุมจากด้านบนเหมือน "โจ้ ภาคหนึ่ง" แต่เป็นการพันรอบศีรษะสองชั้น ดูเบื้องต้นไม่น่าจะทำให้ขาดอากาศหายใจได้ ตนก็จะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องจนกว่าคดีจะคลี่คลาย

    พล.ต.อ.สุชาติ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ตนคิดว่า น่าจะเป็นความขัดแย้งส่วนตัวของผู้ตายกับคนร้าย ไม่น่าเป็นเรื่องชู้สาว อาจจะเป็นเรื่องหนี้สิน ความขัดแย้งส่วนตัว หรืออาจต้องการอะไรสักอย่างจากผู้ตาย เชื่อว่ามีโอกาสเป็นไปได้ที่ผู้เสียชีวิตไปเกี่ยวข้องกับธุรกิจอะไรบางอย่าง เรื่องที่จะฝากไปถึงผู้ร้ายให้ออกมามอบตัวคงเป็นไปไม่ได้ ก็ได้แต่เพียงฝากไปถึงคนร้ายให้ก่อเหตุให้น้อยๆ หน่อย.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ฆ่ารัดคอฆ่าทิ้งศพอำพรางถุงดำครอบหัวบิ๊กใหม่ศพทิ้งพงหญ้าโจ้ภาคสองปืน.22พิษณุโลกข่าวทั่วไป

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพฤหัสที่ 25 พฤศจิกายน 2564 เวลา 21:12 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์