รวบหนุ่มเมียนมา เจาะเพดานร้านทองภูเก็ต ชิงทอง 378 บาท รับติดพนันออนไลน์

ข่าว

    รวบหนุ่มเมียนมา เจาะเพดานร้านทองภูเก็ต ชิงทอง 378 บาท รับติดพนันออนไลน์

    ไทยรัฐออนไลน์

    28 ต.ค. 2564 12:03 น.

    ผบช.ภ.8 เผยจับหนุ่มพม่าเจาะเพดานร้านทอง กวาดทองไป 378 บาท สุดท้ายจนมุมถูกรวบคาห้องพัก พร้อมของกลางทอง 363 บาท กับเงินสดกว่า 3 หมื่น สารภาพติดการพนันออนไลน์ ก่อนคุมตัวไปทำแผน

    เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 ต.ค. ที่หน้า สภ.เมืองภูเก็ต พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.8 พร้อมด้วย พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ รอง ผบช.ภ.8 หัวหน้าชุดคลี่คลายคดี พล.ต.ต.เสริมพันธุ์ ศิริคง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.ธีรวัฒน์ เลี่ยมสุวรรณ ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต แถลงผลการจับกุม นายชาย ออง อายุ 27 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ต้องหาก่อเหตุชิงทองคำหนัก 378 บาท จากร้านทองทวีชัย ถ.ระนอง ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง จ.ภูเก็ต

    พฤติการณ์ของคนร้าย ปืนหลังคาชั้น 2 แล้วเจาะฝ้าเพดานห้องน้ำชั้น 2 กระโดดลงมาจี้บังคับคนในร้านให้ลงไปเปิดตู้เซฟเก็บทองรูปพรรณที่ชั้นล่าง แต่กลับไปเจอนายสมหวังนอนดูทีวีอยู่ จึงเกิดการต่อสู้ โดยคนร้ายได้ใช้ไม้กระหน่ำตีศีรษะคนในบ้านทั้ง 2 คน และบังคับให้เปิดตู้เซฟ จากนั้นได้กวาดทองรูปพรรณจำนวน 378 บาท มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท และเงินสดอีกจำนวนหนึ่งปีนออกจากร้านหลบหนีไปหลังร้านบริเวณที่รกร้าง และขี่รถ จยย.ไม่ทราบสี ยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน ไปตาม ถ.กระบี่ ผ่านสี่แยก ถ.ปฏิพัทธ์ ตัด ถ.กระบี่ มุ่งหน้าผ่านแยกซิมจั่น (โรงไม้ตะกั่วป่า) ไปตาม ถ.วิชิตสงคราม แล้วเลี้ยวหายไปที่บ้านหลังหนึ่ง ด้านหน้าเป็นคาร์แคร์ เหตุเกิดเมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 23 ต.ค. 64 จากนั้นได้มีการสนธิกำลังหลายหน่วยงานออกติดตามคนร้ายรายนี้อย่างเร่งด่วน

    จนรุ่งเช้าวันที่ 26 ต.ค. นำตัวผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งมาสอบปากคำที่ บก.สส.ภ.8 พร้อมกับรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เสนอต่อศาล จ.ภูเก็ต อนุมัติออกหมายจับนายชาย ออง อายุ 27 ปี สัญชาติเมียนมา เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 64 ในข้อหาชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยเข้าทางช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า โดยแปลงตัวหรือปลอมตัวเป็นผู้อื่น มอมหน้าหรือทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้หรือจำหน้าได้ในเคหสถาน จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม บุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส โดยนายชายได้พักอาศัยอยู่ภายในบริเวณบ้านเลขที่ 64/1 ถ.วิชิตสงคราม ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซักถามนายชายมีท่าทางพิรุธ จึงตรวจสอบภายในบ้านพักคนงาน พบเสื้อผ้าซึ่งมีตำหนิรูปพรรณคล้ายกับเสื้อผ้าที่คนร้ายสวมใส่ แขวนอยู่หน้าห้องพักคนงานของนายชาย จึงให้การรับสารภาพว่าเป็นคนร้ายที่ได้ก่อเหตุชิงทรัพย์ในครั้งนี้ โดยนำทรัพย์สินได้มาซุกซ่อนอยู่ในห้องพัก ตรวจสอบพบทองรูปพรรณน้ำหนัก 363 บาท และเงินสด 33,600 บาท ที่นายชายชิงมาจากร้านทองทวีชัย

    เบื้องต้นในชั้นจับกุมให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้มาดูต้นทางที่ห้างทองทวีชัย 2 ครั้ง ช่วงวันที่ 20 และ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่าเหมาะสมแก่การก่อเหตุหรือไม่ โดยนายชายติดการพนันออนไลน์ ไม่มีเงิน โดยวันที่ 23 ต.ค. เวลา 17.00 น. ได้มาดูลาดเลาอีกครั้ง และเวลาประมาณ 18.00 น. จึงตัดสินใจก่อเหตุ โดยขี่รถ จยย.มาจอดที่ริมถนนเยาวราช และได้เข้าไปในตรอกทางเข้าบ้านร้างบริเวณหลังร้านทองที่เกิดเหตุ โดยเข้าไปเปลี่ยนชุดที่เตรียมมาไว้สำหรับก่อเหตุ จากนั้นเดินลัดป่าหญ้าหน้าบ้านร้าง ปีนเสาหลังคาร้านทองที่เกิดเหตุ และรื้อกระเบื้องหลังคาออก เจาะฝ้าเพดานห้องน้ำชั้น 2 และลงมาแล้วเปิดประตูห้องน้ำเพื่อเข้าไปภายในบ้าน แต่เข้าไม่ได้ จึงปีนกลับไปบนหลังคา เพื่อเปิดกระเบื้องที่ห้องนอน เจาะฝ้าเพดานลงมาซุกซ่อนตัวในห้องนอนชั้น 2 

    หลังจากเข้ามาในร้านได้ คนร้ายหยิบมีดจากในครัวร้านทองพร้อมกับหยิบท่อนไม้ยาวประมาณ 1 เมตร ซึ่งติดอยู่ในห้องครัว จากนั้นได้พบ นางพวงเพ็ญ ศักดิ์เกษมกฤต อายุ 65 ปี และนายหวังดี อินทวงศ์ อายุ 71 ปี กำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่ที่ชั้นล่าง จึงใช้ไม้ตีที่ศีรษะนายหวังดี และบังคับให้นางพวงเพ็ญเปิดประตูตู้เซฟนิรภัย ด้วยความหวาดกลัว นางพวงเพ็ญจึงเปิดตู้เซฟให้ ระหว่างที่นายชายกำลังหยิบทองรูปพรรณ ไม่ทันระวังตัว นางพวงเพ็ญจึงหยิบเก้าอี้ฟาดเข้าที่บริเวณลำตัวของนายชาย ทำให้นายชายเกิดโมโหใช้ไม้ตีเข้าที่ศีรษะของนางพวงเพ็ญจนได้รับบาดเจ็บสาหัส จากนั้นนายชายจึงขนเอาทองรูปพรรณใส่ถุงพลาสติกและกระเป๋าสีดำแล้วออกมาเปลี่ยนชุดที่บริเวณตรอกหลังบ้าน สวมใส่หมวกกันน็อกแล้วขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปตามเส้นทาง เพื่อกลับบ้านพักริม ถ.วิชิตสงคราม จนถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด

    โดยชุดจับกุมตรวจยึดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเทาเข้ม 1 ตัว กางเกงยีนส์ขายาวสีดำ 1 ตัว หมวกไหมพรมสีน้ำตาล 1 ใบ หมวกแก๊ปสีดำ 1 ใบ หมวกกันน็อกสีดำ 1 ใบ ถุงมือขับรถ จยย.สีดำ 1 คู่ กระเป๋าสะพายสีดำ 1 ใบ รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอ สี ดำ ทะเบียน 1 กด 6972 ภูเก็ต ทองคำรูปพรรณจำนวน 745 รายการ น้ำหนักทองรวมประมาณ 363 บาท มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท เงินสด 33,600 บาท โดยนายชายเข้ามาอยู่ในประเทศไทย 12 ปีกว่า ซึ่งล่าสุดนายชายได้ไปต่ออายุใบรับการแจ้งรับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย เมื่อวันที่ 25 ม.ค. 64 ครบกำหนดอนุญาตถึง 31 มี.ค. 2565 และเคยเป็นช่างก่อสร้างมาก่อน จึงมีความรู้เรื่องการเจาะเพดานและซ่อมแซมบ้านเป็นอย่างดี โดยก่อนแถลงผลการจับกุมคดีดังกล่าว พล.ต.ท.อำพร ได้สอบปากคำนายชาย ออง ผู้ต้องหาด้วยตนเองผ่านล่ามแปลภาษาเมียนมา

    ขณะเดียวกัน นางเบญจพร วัชรัตน์ศิริยุทธ์ เจ้าของร้านทองทวีชัยได้มอบกระเช้าดอกไม้แก่ พล.ต.ท.อำพร บัวรับพร ผบช.ภ.8 เพื่อเป็นการขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยงานที่สนธิกำลังกันหลังเกิดเหตุจนสามารถติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้อย่างรวดเร็วภายใน 3 วันเท่านั้น และยังสามารถนำของกลางทองรูปพรรณและเงินสดบางส่วนกลับมาคืนแก่ทางร้านได้ในที่สุด

    หลังจากแถลงผลการจับกุมเสร็จสิ้น ผบช.ภ.8 และทีมจับกุมได้พาตัวนายชาย ออง อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุสัญชาติเมียนมาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยเริ่มจุดแรก นายชายเดินมาดูลาดเลาหน้าร้านทองทวีชัย จุดที่ 2 นายชายทุบฝ้าเพดานชั้น 2 ของร้านทองทวีชัยให้เป็นช่องและสอดตัวลงไปในห้องน้ำ แต่ไม่สามารถเปิดประตูห้องน้ำได้ จึงปีนกลับขึ้นไป จุดที่ 3 บริเวณห้องนอนชั้น 2 ที่นายชายเปิดฝ้าเพดานปืนลงมา จุดที่ 4 นางพวงเพ็ญและนายหวังดีนั่งดูละครชั้นล่าง และเป็นจุดที่นายชายใช้ไม้ตีศีรษะบุคคลทั้ง 2 เป็นจุดที่นายชายใช้สายไฟมัดมือมัดเท้าบุคคลทั้ง 2 จุดที่ 5 จุดที่นายชายให้นางพวงเพ็ญไขกุญแจเปิดตู้เซฟ จุดที่ 6 บริเวณหลังร้านทองที่นายชายปืนขึ้นไปบริเวณชั้น 2 ของร้าน และเป็นจุดที่นายชายปีนลงมาจากชั้น
    2 หลังจากก่อเหตุแล้ว และเป็นจุดที่นายชายเปลี่ยนเครื่องแต่งกายหลังเกิดเหตุ และเส้นทางหลบหนีจากร้านทองไปทะลุถนนเยาวราช จุดที่ 7 นายชายนำรถจักรยานนต์มาจอด และเป็นจุดที่นายชายใช้เป็นเส้นทางเข้าออกร้านทอง และเป็นจุดที่นายชายนำถุงพลาสติกใส่ทองรูปพรรณมาวางไว้ก่อนที่จะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

    ผบช.ภ.8 กล่าวด้วยว่า ขอฝากไปยังหน่วยงานเอกชน อาทิ เช่น ธนาคาร ร้านทอง ร้านสะดวกซื้อหมั่นตรวจสอบและติดตั้งกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าร้าน ถนน ภายในบ้าน เพื่อป้องกันอาชญากรรม และสามารถช่วยลดโอกาสในการก่อเหตุของคนร้ายและผู้ไม่หวังดีได้ และฝากแจ้งประชาชนทุกคนสามารถแจ้งเบาะแสของกลุ่มคนผู้ไม่หวังดี หรือกลุ่มแก๊งที่เกรงว่าจะก่ออาชญากรรมไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีต่างๆ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการป้องกันอาชญากรรม รวมถึงให้หน่วยงานเอกชน ธนาคาร ร้านทอง หมั่นตรวจสอบสภาพบ้านเรือน ร้านค้า ของตนเองให้มีสภาพที่สมบูรณ์ มั่นคงแข็งแรง มีระบบการป้องกันที่ดี และทันสมัย มีการตรวจสอบสภาพมุมกล้องของกล้องวงจรปิดให้อยู่ในสภาพที่ดีและพร้อมใช้งานอยู่เสมอ.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ชิงทองชิงทอง 10 ล้านชิงทองภูเก็ตร้านทองทวีชัยตำรวจภูเก็ตหนุ่มเมียนมาชิงทองอำพล บัวรับพรผบช.ภ.8สภ.เมืองภูเก็ตข่าวทั่วไป

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพฤหัสที่ 2 ธันวาคม 2564 เวลา 05:30 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์