นายกโจ้ ยืนยันบริสุทธิ์ใจ พร้อมแจง ป.ป.ท. เชื่อมีปมการเมืองอยู่เบื้องหลัง

ข่าว

    นายกโจ้ ยืนยันบริสุทธิ์ใจ พร้อมแจง ป.ป.ท. เชื่อมีปมการเมืองอยู่เบื้องหลัง

    ไทยรัฐออนไลน์

    20 ต.ค. 2564 00:28 น.

    กรณี นายก อบจ.จันทบุรี กับพวกโดน ตำรวจ ปปป. แจ้งข้อกล่าวหา ม.157, 151 ทุจริตเงินสนับสนุนสร้างพุทธมณฑล ด้าน นายกโจ้ ยืนยันความบริสุทธิ์ใจ เชื่อมีเรื่องการเมืองในพื้นที่เกี่ยวข้อง พร้อมแจง ป.ป.ท.

    กรณี พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. พร้อม พ.ต.อ.ศราวุธ ศรีสุขศิริพันธ์ ผกก.2 บก.ปปป. นำกำลังเจ้าหน้าที่ บก.ปปป.บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ บก.ป., บก.ทล., บก.ปอท., บก.ปอศ. รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ ในสังกัด บช.ก. และเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กว่า 100 นาย เปิดปฏิบัติการ “จันทบูร” นำหมายค้นศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายจำนวน 9 จุด ในพื้นที่ จ.จันทบุรี เพื่อเชิญตัวผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตงบสนับสนุนมูลนิธิพุทธมณฑล จ.จันทบุรี มาทำการแจ้งข้อกล่าวหา ตามความผิดมาตรา 157 ละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริต และมาตรา 151 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ

    จากปฏิบัติการดังกล่าวเข้าตรวจค้นทั้ง 9 จุด เจ้าหน้าที่พบตัวผู้กระทำผิด พร้อมกับเชิญตัวมาทำการแจ้งข้อกล่าวหาได้ทั้งหมดจำนวน 4 คน ประกอบด้วย 1.นายธนภณ กิจกาญจน์ นายกองค์การบริหารส่วน จ.จันทบุรี / 2. นายภูวนาถ บำรุงพันธุ์ อดีต ผอ.กองแผน / 3.พระครูสุทธิตารกาภิรักษ์ หรือ พระครูปลัดณัฐดนัย เจ้าอาวาสวัดสุทธิวารี เจ้าคณะอำเภอสอยดาว และ กรรมการมูลนิธิพุทธมณฑลจังหวัดจันทบุรี และ 4.นายเกศสยาม ร่วมดี หจก.สยามช่างบูรพา พร้อมตรวจยึดเอกสารจำนวนหนึ่ง ตลอดจนอาวุธปืนพกสั้น ของนายธนภณ กิจกาญจน์ จำนวน 2 กระบอก เบื้องต้นพบมีเอกสารการครอบครองถูกต้องตามกฎหมาย

    สืบเนื่องจากเมื่อต้นปี 2564 ที่ผ่านมา ทางกองบัญชาการสอบสวนกลาง (บช.ก.) ได้รับเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบการทุจริต เงินงบประมาณสนับสนุนมูลนิธิพุทธมณฑล จ.จันทบุรี ที่ได้รับจากทาง อบจ.จันทบุรี ในช่วงปี 2552-2556 ในการก่อสร้างพุทธมณฑลฯ ซึ่ง อบจ.ได้อนุมัติและเบิกจ่ายเงินอุดหนุนให้กับมูลนิธิฯ จำนวน 106 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 3 ไตรมาส คือในปีงบประมาณ 2552 อุดหนุนเงินเป็นค่าถมดินทำถนนและจัดสร้างอาคารหอประชุม จำนวน 35 ล้านบาท / ในปีงบประมาณ 2553 อุดหนุนเป็นค่าก่อสร้างแท่นพระ ซุ้มพระ องค์พระประธาน และห้องสุขา ห้องน้ำ จำนวน 62 ล้านบาท / และในปีงบประมาณ 2554-2555 อุดหนุนเป็นค่าก่อสร้างอาคารสำนักงานของมูลนิธิฯ จำนวน 30 ล้านบาท ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมูลนิธิฯ เมื่อปี 2552 จนถึงปัจจุบัน จากการลงพื้นที่สืบหาเบาะแสพร้อมสอบปากคำพยานบุคคลต่างๆ จนพบความผิดปกติเงินงบประมาณสนับสนุนในช่วงไตรมาส 3 ปี 2554-2555 ในส่วนของการดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงาน เนื่องจากตรวจสอบเอกสารรายงานงบประมาณจัดจ้างและเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้องต่างๆ พบตัวเลขเงินที่ใช้ในการก่อสร้างอาคารดังกล่าวไม่ตรงกับจำนวนเงินงบประมาณที่เบิกจ่าย จึงแกะรอยสืบหาเบาะแสและพยานหลักฐานเพิ่มเติม ก่อนพบความเชื่อมโยงของกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกระทำผิด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าราชการระดับสูง รวมถึงพระชั้นผู้ใหญ่ ที่มีตำแหน่งอยู่ในมูลนิธิฯ

    โดยการทุจริตดังกล่าวเริ่มต้นจาก นายธนภณ ในฐานะ นายก อบจ.จันทบุรี ได้อนุมัติเงินงบประมาณอุดหนุนของปีงบประมาณ 2554-2555 รวมจํานวน 30 ล้านบาท ให้กับมูลนิธิฯ เมื่อได้รับเงินอุดหนุนจํานวนดังกล่าวแล้ว มูลนิธิฯ ได้ว่าจ้าง หจก.สยามช่างบูรพา ก่อสร้างอาคารสํานักงานมูลนิธิฯ เพียง 12.7 ล้านบาทเศษ คงเหลือเงินอีกจํานวน 17.26 ล้านบาทเศษ ซึ่งเงินในจำนวนนี้ทางมูลนิธิฯ ต้องส่งคืนให้กับ อบจ. แต่ นายธนภณ ซึ่งในอีกบทบาทหนึ่งยังดํารงตําแหน่งเป็นกรรมการและเลขานุการของมูลนิธิฯ มีหน้าที่ควบคุมกิจการของมูลนิธิฯ ตลอดจนรายงานกิจการของมูลนิธิฯ ตามกฎหมาย และทราบข้อเท็จจริงนี้เป็นอย่างดี กลับไม่ยอมส่งคืนเงินที่เหลือดังกล่าวกลับคืนให้กับ อบจ.จันทบุรี อีกทั้งต่อมายังให้ นายภูวนาถ อดีต ผอ.กองแผน และ งบประมาณ อบจ.จันทบุรี และเจ้าหน้าที่ของ อบจ.จันทบุรี มาจัดทําเอกสารให้กับมูลนิธิฯ ด้วยการทํา สัญญาจ้างก่อสร้าง ค่าจ้าง 30 ล้านบาท ซึ่งเป็นการทำเอกสารเท็จขึ้นมา โดยมีพระครูสุทธิตารกาภิรักษ์ ที่มีตำแหน่งเป็นกรรมการและผู้ช่วยเหรัญญิกมูลนิธิ กับ นายเกศสยาม ร่วมกระทำผิดด้วย จากนั้นจึงนำสัญญาเท็จที่ทำขึ้นมาฉบับดังกล่าวไปแนบประกอบรายงานผลการดําเนินการให้ อบจ.จันทบุรี เพื่ออำพรางปกปิดการทุจริต นอกจากนี้ จากการตรวจสอบยังพบว่าที่ผ่านมามูลนิธิฯ ดังกล่าว ยังไม่เคยรายงานข้อมูลการดําเนินงานข้อมูลเกี่ยวกับการประชุมใหญ่สามัญประจําปีอีกด้วย

    ต่อมาในช่วงสาย ที่ สภ.เมืองจันทบุรี นายธนภณ กิจกาญจน์ หรือ นายกโจ้ นายกองค์การบริหารส่วน จ.จันทบุรี ที่ได้เดินทางมาพร้อมด้วยทนายความ ได้เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน จาก ปปป. ร่วม 2 ชั่วโมง พร้อมกับรับทราบข้อกล่าวหา โดยมี ทั้งทีมผู้บริหาร อบจ. สจ. ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น ตลอดจนผู้เคารพนับถือนายกโจ้ เดินทางมารอเพื่อมอบดอกไม้ให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก

    หลังการสอบสวน นายธนภณ กล่าวว่า ตนทำงานการเมืองมา 31 ปี จากเหตุการณ์ครั้งนี้ ยืนยันความบริสุทธิ์ใจ และไม่รู้สึกอึดอัดใจแต่อย่างใด ซึ่งในส่วนของพยานหลักฐานต่างๆ ที่ทาง อบจ. ดำเนินการอุดหนุนงบประมาณให้กับนิติบุคคล และองค์กร การกุศล ทุกที่ทุกแห่งมีความโปร่งใส และมีการส่งเอกสารการเบิกจ่ายเงินให้กับทาง สตง. ไปแล้ว ส่วนขั้นตอนในเรื่องการอุดหนุนงบประมาณต่างๆ ก็เป็นไปตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทยทุกอย่าง

    เรื่องดังกล่าว อยู่ในขั้นตอนกระบวนการของกฎหมายที่ ศาลปกครอง ระยอง และก่อนหน้านี้พอจะทราบเรื่องการเข้าตรวจค้นบ้านพัก ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนการปฏิบัติงานของ จนท. อยู่แล้ว และพร้อมให้ความร่วมมือในทุกเรื่อง ส่วนลึกแล้วตนยังเชื่อว่าเป็นเรื่องการเมืองในพื้นที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งหลังจากนี้ จะพร้อมด้วยทนายความ จะได้นำเอกสารการเบิกจ่ายงบประมาณทั้งหมด เข้าไปชี้แจงที่ สนง. ป.ป.ท. อีกครั้งเพื่อให้ตรวจสอบ ยืนยันความบริสุทธิ์ใจ แต่หากตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นผู้กระทำผิดจริง ก็พร้อมให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      จับนายก อบจ.ธนภณ กิจกาญจน์นายกโจ้นายก อบจ.จันทบุรีจับพระครูปลัดเจ้าคณะอำเภอสอยดาวสะเทือนเมืองจันท์จันทบุรีทุจริตเงินสนับสนุนพุทธมลฑลพุทธมณฑลจันทบุรีอบจ.จันทบุรีตำรวจสอบสวนกลางบก.ปปป.ป.ป.ท.ทุจริตเงินข่าวทั่วไป

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม 2564 เวลา 15:58 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์