"บิ๊กปั๊ด" ปลื้มตำรวจน้ำ จับขบวนการลอบนำเข้าน้ำมันเถื่อน 1.2 ล้านลิตร

ข่าว

    "บิ๊กปั๊ด" ปลื้มตำรวจน้ำ จับขบวนการลอบนำเข้าน้ำมันเถื่อน 1.2 ล้านลิตร

    ไทยรัฐออนไลน์

    15 ต.ค. 2564 16:08 น.

    "บิ๊กปั๊ด" พร้อมหลายหน่วยงาน ร่วมตรวจผลการจับขบวนการลักลอบนำเข้าน้ำมันดีเซล 1.2 ล้านลิตรเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร

    เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 64 พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ ผบก.รน. นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ รองอธิบดีกรมศุลกากร ร่วมตรวจสอบผลการจับกุมกลุ่มขบวนการลักลอบนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง โดยผิดกฎหมาย

    สืบเนื่องจากวันที่ 14 ต.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กองบังคับการตำรวจน้ำ รับแจ้งจากสายลับว่ามีการลักลอบขนน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซลผิดกฎหมายเข้ามาเพื่อจำหน่ายในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน จึงนำเรือตรวจการณ์พร้อมกำลังพลออกลาดตระเวน กระทั่งเมื่อไปถึงบริเวณปากร่องน้ำเจ้าพระยา พบเรือบรรทุกน้ำมันสีดำ หัวเรือเขียนชื่อ MITA 1 กำลังแล่นเข้ามาในร่องน้ำเจ้าพระยา จึงสั่งการให้หยุดและเข้าทำการตรวจสอบพบนายนิมิตร์ เพชรรัตน์ เป็นกับตันเรือ พร้อมลูกเรืออีก 8 คน อยู่บนเรือดังกล่าว

    จากการตรวจสอบพบของเหลวใสสีเหลืองคล้ายน้ำมันดีเซลบรรทุกอยู่ในระวางเรือจำนวนหนึ่ง เมื่อตรวจสอบจากทะเบียนเรือ พบว่ามีระวางเรือความจุ 1.2 ล้านลิตร เมื่อสอบถามถึงเอกสารการได้มาของสิ่งของดังกล่าว เอกสารทะเบียนเรือ และใบอนุญาตใช้เรือ ไม่สามารถนำมาแสดงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ จึงควบคุมเรือเข้ามาและสั่งการให้ทิ้งสมอบริเวณปากคลองสรรพสามิต ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ

    ต่อมาได้ประสานเจ้าหน้าที่ศุลกากร และเจ้าหน้าที่สรรพาสามิต เพื่อร่วมทำการตรวจสอบ โดยตรวจเก็บตัวอย่างของเหลวคล้ายน้ำมันดีเซลที่บรรทุกในระวางเรือเพื่อทำการตรวจสอบหาสารมาร์คเกอร์ ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นน้ำมันดีเซล และพบค่าสารมาร์คเกอร์ มีความเข้มข้น 31 ซึ่งสารมาร์คเกอร์ดังกล่าวใช้สำหรับเติมน้ำมันส่งออกไปต่างประเทศ และได้รับการยกเว้นภาษีสรรพสามิต เมื่อนำส่งออกไปแล้วจะไม่สามารถนำกลับเข้ามาในราชอาณาจักรได้อีก หากนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร ถือเป็นการลักลอบนำน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาในราชอาณาจักร อันเป็นการกระทำผิดตาม

    1. พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 242 ข้อหา ผู้ใดนําเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการ ศุลกากรฯ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน สิบปี หรือปรับเป็นเงินสี่เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ริบของนั้น ไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคําพิพากษาหรือไม่ และ
    2. พ.ร.บ.สรรพสามิต พ.ศ. 2560 มาตรา 203, 204 ข้อหามีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่ไม่เสียภาษี เพื่อจำหน่าย หรือ จำหน่ายโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับทั้งห้าเท่าถึงสิบห้าเท่าของค่าภาษีที่ต้องเสีย หรือทั้งจำทั้งปรับ
    3. สำหรับความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 242 ถือเป็นความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนขยายผลหาตัวผู้กระทำผิดต่อไป.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      น้ำมันเถื่อนนำเข้าน้ำมันเถื่อนตำรวจน้ำน้ำมัน1.2ล้านลิตรบิ๊กปั๊ดน้ำมันดีเซลสมุทรปราการข่าวทั่วไป

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพฤหัสที่ 2 ธันวาคม 2564 เวลา 22:53 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์